คำอำลาฉบับ “เวทเทล” วิธีคิดแบบ “ของจริง”

คำแถลงอำลาของเวทเทล แสดงให้เห็นวิธีคิดที่ทำให้ผู้เขียนนึกถึงรุ่นพี่ในวงการหลายท่าน ที่ยังคงแสวงหาความท้าทายอยู่ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกต่อไปแล้ว

Content is King อาจใช่ ส่วน Exclusive หรือไม่ต้องติดตาม

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คือการดูการแข่งขันผ่าน second screen ซึ่งก็คือสมาร์ตโฟน และคนที่แฟนบอลจะเลือกเชื่อไม่ใช่ Pundit อีกต่อไป หากจะเป็นเหล่า Influencer

ข่าวลวง ข่าวจริง และความน่าเชื่อถือของข่าวในยุคปัจจุบัน

ต้องไม่ลืมว่าเป็นทัศนะที่ออกไปจากปากของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประกาศหรือพิธีกรนั้น พวกคุณถูกติดป้ายความน่าเชื่อถือไว้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

ดีเลย์ 15 วิ! คุณอาจน่ารักมากขึ้นและใจร้ายน้อยลง

ก่อนจะส่งข้อความ ก่อนจะโพสต์ หรือแชร์ข้อมูล ให้ทุกอย่างดีเลย์สัก 15 วินาที คุณอาจทำให้สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้นดีขึ้นกว่าที่คิดก็ได้

ทำไมทีวียังคงอยู่ต่อไป และใครกันแน่ที่ต้องปรับตัว

ทีวีหรือแม้แต่เหล่า Second Screen ถือเป็น Device หรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้เพื่อการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และความบันเทิง และทีวีเป็น Device ที่ตอบโจทย์อันดับหนึ่ง

เมื่อนักการตลาดต้องใช้เครื่องมือทางการตลาดที่เรียกว่า “Influencer”

คนเราเป็นแบบไหน ก็จะดึงดูดคนประเภทเดียวกัน Influencer เป็นอย่างไร ผู้ติดตามก็เป็นแบบนั้น เมื่อต้องเลือกใช้สร้างความจดจำให้กับแบรนด์ นักการตลาดต้องทำการบ้าน

เราอยู่ในยุคที่สุจริตชนต้องไฝว้กับ แก๊ง Call Center (เอาจริงดิ!!)

ความพยายามแก้ปัญหาแก๊ง Call Center ที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นความพยายามประเภท "ทำเพื่อให้มันมี" มากกว่า "ทำเพื่อจัดการให้ปัญหามันจบ"

โฆษณาไม่มีวันหายไป แค่เปลี่ยนรูปแบบตามแพลตฟอร์ม

Content ในธุรกิจสตรีมมิ่งทุกวันนี้ ได้วนเข้าลูปที่จำเป็นต้องมีโฆษณา ซึ่งเป็นช่องทางหาเงินที่สำคัญไม่แพ้การสร้างความน่าสนใจของเนื้อหาเพื่อรับสมาชิกเช่นกัน

เมื่อสัญญาปีศาจ กำลังจะถูกควบคุมด้วย PDPA

สถาบันการเงิน "ชอบให้ร่มในวันที่แดดออก แล้วเอาร่มกลับไปในวันที่ฝนตก" เบียดเบียนลูกค้า ใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคล หวังว่า PDPA จะเป็นตัวกันให้เราได้บ้าง

เมื่อ Show Business ส่งสัญญาณทางเศรษฐกิจ

ธุรกิจกลุ่ม Show Business มักเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก ๆ เมื่อเกิดวิกฤติ แต่เป็นกลุ่มแรก ๆ เช่นกันที่จะได้รับเม็ดเงินจากนักลงทุนเมื่อผ่านวิกฤติ