Home Inspiration My Dear มีเดีย Content is King อาจใช่ ส่วน Exclusive หรือไม่ต้องติดตาม

Content is King อาจใช่ ส่วน Exclusive หรือไม่ต้องติดตาม

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ได้มีโอกาสเจอกับเพื่อนชาวต่างชาติที่เคยร่วมงานกันในช่วงก่อนโควิด และแม้จะมีโควิดมาขวางกั้น แต่เราก็ยังทำงานผ่านระบบออนไลน์ได้ เพื่อนทั้งสองข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอังกฤษและสิงคโปร์ เป็นการเดินทางมาเยือนหลังจากที่เมืองไทยผ่อนคลายมาตรการและทำให้ชาวต่างชาติไม่ต้องกักตัว เรียกว่าเปิดบ้านต้อนรับกันได้เต็มรูปแบบ

การพบเจอกันสำหรับคนในแวดวงเดียวกัน ก็อดไม่ได้ที่จะคุยกันถึงบรรยากาศการทำรายการในสตูดิโอ หรือการเกมการแข่งขันที่ต้องรับสัญญาณสดในยุคก่อนการระบาด เพื่อนชาวต่างชาติทั้งสองรายมาจากคนละบริษัท แต่ปัจจุบันมีการทำงานร่วมกันกับต้นคิด มีเดีย มาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และคุณผู้อ่านหรือผู้แอบอ่านหลายท่านน่าจะพอได้เห็นผลงานอันเป็นผลผลิตจากต้นคิด มีเดีย กันไปแล้ว

เอาเข้าจริง แวดวงโปรดักชันในตลาดต่างประเทศเอาเฉพาะแค่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นเรียกว่าแคบมาก อย่างผู้เขียนเองมีเพื่อนชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่อยู่ในแวดวงเดียวกันอยู่กลุ่มหนึ่ง พวกเราเคยทำงานร่วมกัน เมื่อถึงเวลาที่ใครต้องการทีมงานแบบไหน ก็จะมีการแลกเปลี่ยนคอนเนกชันกัน ไม่นับรวมเพื่อนจากยุโรป อังกฤษ หรือตะวันออกกลาง ที่เคยช่วยเหลือกันก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย

รอบนี้ในฐานะเจ้าบ้านที่ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศเลยตลอดระยะเวลาเกือบสามปีที่มีโรคระบาด ประกอบกับการมาเยือนของเพื่อนเก่า ทำให้การพูดคุยได้อรรถรสยิ่งนัก เพื่อนชาวสิงคโปร์ที่ทำงานในฐานะโปรดิวเซอร์เหมือนกับผู้เขียนนั้น นอกจากอัปเดตความเคลื่อนไหวในตลาดคอนเทนต์กีฬาต่างประเทศ รวมไปถึงลิขสิทธิ์การแข่งขันที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมในปีหน้านี้แล้ว เพื่อนยังรำลึกถึงความรู้สึกโหยหาการทำงานในสตูดิโอที่เป็นรายการสด ซึ่งชาวเราจะเรียกว่าการทำงานใน “แกลเลอรี่”

ในรายการสดที่ต้องประสานกับทุกฝ่ายทั้งพิธีกรที่อยู่หน้ากล้อง ทีมงานที่อยู่ในแกลเลอรี่ ทีมงานที่อยู่ในห้องส่ง รวมไปถึงการรับสัญญาณภาพจาก MCR เหล่านี้ล้วนเป็นการทำงานที่เราต่างรู้ดีว่าต้องมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด และต้องทำงานแข่งกับเวลา ยิ่งเมื่อคุณต้องรับผิดชอบในการแข่งขันที่สำคัญอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษแล้ว ความกดดันยิ่งเพิ่มเป็นหลายเท่า เพราะไม่ใช่แค่สิ่งที่เกิดขึ้นในฟากของตนเองเท่านั้น แต่ต้องมีการประสานไปยัง Premier League Production ในทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่วุ่นวายมากที่สุด

เพื่อนชาวสิงคโปร์ ที่เจอสถานการณ์เดียวกับผู้เขียนนั้นบอกว่า “การทำงานในแกลเลอรี่ แม้จะกดดันและ ต้องแข่งกับเวลา แต่พอเสร็จงานหรือจบรายการแล้วรู้สึกเหมือนได้พิชิตชัยชนะ” เพื่อนพูดจบแล้วก็หัวเราะ ก่อนจะหันมาถามผู้เขียนว่ารู้สึกเหมือนกันไหม คำตอบคือ “เธอพูดสิ่งที่เป็นความรู้สึกของฉันออกไปหมดแล้ว”

ตัดภาพมาอีกวัน ในการต้อนรับเพื่อนชาวอังกฤษที่เคยร่วมงานกันมา นอกจากอัปเดตตลาดลิขสิทธิ์ และ ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะมีขึ้นแล้ว เพื่อนชาวอังกฤษก็ยังคงคิดถึงงานในแกลเลอรี่ ไม่ต่างจากเพื่อนชาวสิงคโปร์​ หากแต่รายนี้มีประโยคสรุป แบบคนที่มองเห็นโลกมาถึง 60 ปีว่า

“เราต่างก็คิดถึงงานในแกลเลอรี่ แต่ถ้ามองสถานการณ์ในเวลานี้ เราต้องยอมรับความจริงกันแล้วว่ารายการพรีวิวหรือรายการสดในสตูดิโอนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากจะดูกันแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คือการดูการแข่งขันผ่านจาก second screen ซึ่งก็คือสมาร์ตโฟนและคนที่แฟนบอลจะเลือกเชื่อไม่ใช่ Pundit อีกต่อไป หากจะเป็นเหล่า Influencer รุ่นใหม่ ซึ่งอาจหมายถึงนักฟุตบอลที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับโซเชียลมีเดียได้ เหมือนอย่างที่ปีเตอร์ เคราช์ ประสบความสำเร็จกับรายการ Podcast ของเจ้าตัว”

สิ่งที่เพื่อนชาวต่างชาติทั้งสองได้อัปเดตกับผู้เขียนก็ไม่ได้ต่างอะไรจากที่เคยได้ยินจากผู้ใหญ่ในวงการ Show Business ที่มองว่ากลุ่มเป้าหมายที่การเสพเนื้อหาในโทรทัศน์นั้นจะเปลี่ยน ขณะเดียวกันเจ้าของเนื้อหาหรือเจ้าของ Content ก็จะหันมาหารายได้ด้วยตนเองมากขึ้น ทางรอดสำหรับสถานีโทรทัศน์คือ การเป็นสถานที่รวบรวม Content ที่คนอยากดู

เช่นเดียวกับการแข่งขันของ Operator ในเมืองไทยที่ปัจจุบันพยายามจะดึงเอา Content Streaming ที่น่าสนใจมาไว้ในกล่องตัวเอง รวมไปถึงความพยายามที่จะสร้าง Content เองด้วย (แว่วมาว่าวงการภาพยนตร์ต้นทุนต่ำกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง)

แวดวง Show Business ไม่ได้เพิ่งมาเปลี่ยนในช่วงของการแพร่ระบาดหรอกค่ะ แต่เปลี่ยนมานานแล้ว หากแต่ค่อยเป็นค่อยไป จากนี้ไม่ใช่แค่คนทำ Content ที่ต้องปรับตัว เหล่าเอเยนซี่หรือแบรนด์สินค้าทั้งหลายก็ต้องปรับตัวเช่นกัน เพราะการนำเสนอ Content หรือการถ่ายทอดสดกีฬาต่อจากนี้ไม่ใช่ว่าแค่ได้ลิขสิทธิ์แล้วจบ แต่ต้องคิดต่อว่าจะ Collaborate กับแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์อื่นอย่างไร เพื่อให้การซื้อลิขสิทธิ์มานั้นคุ้มค่ามากที่สุด

ความเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่คนที่เปลี่ยนปลอกคอตามนายทุนนั้นเราก็จะเห็นกันได้ในช่วงเวลาแบบนี้แหละค่ะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ