Home Inspiration My Dear มีเดีย ดีเลย์ 15 วิ! คุณอาจน่ารักมากขึ้นและใจร้ายน้อยลง

ดีเลย์ 15 วิ! คุณอาจน่ารักมากขึ้นและใจร้ายน้อยลง

ทุกวันนี้การสื่อสารบนโลกมีหลากหลายช่องทางให้เลือกนะคะ จะสื่อสารผ่านเสียงแบบเมื่อก่อน สื่อสารกันด้วยข้อความ หรือแม้กระทั่งสื่อสารแบบเห็นหน้าเห็นตาก็ทำได้แล้ว ขณะเดียวกันยังสามารถพูดคุยกันได้ แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลกันมากแค่ไหนก็ตาม

แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพัฒนาการของการสื่อสารดีมากขึ้นเท่าไร เรายิ่งสื่อสารกันผิดพลาดมากขึ้น ยิ่งมีแพลตฟอร์มในการสร้างเนื้อหามากเท่าไร เรายิ่งต้องเผชิญกับ Fake News ที่อยู่เต็มฟีดโซเชียลมีเดีย และยิ่งสื่อสารหากันได้ง่ายเท่าไร เรายิ่งทำร้ายคนใกล้ชิดของเราได้ง่ายยิ่งขึ้นเท่านั้น

เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาคุณผู้อ่านน่าจะเคยเห็นแคมเปญโฆษณา “คิดก่อนส่ง” ของ Line ประเทศไทยที่กำหนดให้มี “ฟีเจอร์สมมติ” ในการส่งข้อความซึ่งเอาเข้าจริงถ้าฟีเจอร์ดังกล่าวมีขึ้นจริง เชื่อว่าน่าจะช่วยลดความเข้าใจผิดในสังคมได้เยอะเลยทีเดียว (ฮา)

แคมเปญโฆษณาดังกล่าวดูจะเข้ากับสังคมยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะความง่ายของการสื่อสาร เพราะข้อมูลที่ล้นทะลักดั่งมหาสมุทร ทำให้ทุกวันนี้เกิดปัญหาในการสร้าง “ความเชื่อใจ” จนทำให้เกิดความหวาดระแวงและสร้างความเข้าใจผิดต่อกันได้ง่ายเพียงแค่กด Sent

เชื่อว่าหลายคนที่เห็นแคมเปญโฆษณาดังกล่าวของ Line ประเทศไทย หลายคนน่าจะเห็นภาพตัวเองที่อยู่ในภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้กันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความกังวลใจเรื่องงานจากหัวหน้าที่ส่งข้อความไปหาลูกน้องยามดึก การแชร์ข้อความหรือภาพจากเพื่อนไปสู่เพื่อน โดยไม่ได้คำนึงหรือตรวจสอบว่าเป็น Fake News หรือไม่ หรือแม้แต่ชายหนุ่มหัวร้อน ที่รู้สึกว่าการสื่อสารของตนเองไม่ได้รับการตอบสนองจนอาจทำให้เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องกลายเป็นเรื่องใหญ่

ทั้งหมดนี้น่าจะมีสักเหตุการณ์หรือทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณผู้อ่านมาบ้างแล้ว (ฮา) เอาเข้าจริงผู้เขียนเองก็เป็นมาหมดในทุกสถานการณ์ และดูเหมือนว่าการสื่อสารที่ง่ายดายในปัจจุบันมักจะทำให้เราได้ทำผิดเรื่องเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีกกับคนที่อยู่รอบข้างและคนที่รักเรา

เอาเข้าจริงเราไม่จำเป็นต้องมี “ฟีเจอร์สมมติ” เหมือนในแคมเปญโฆษณาของ Line ประเทศไทยก็ได้ หากเรารู้ว่าสิ่งที่เราต้องการสื่อสาร ที่แท้จริงคืออะไรและไม่ใช้วิธีเดิม ๆ ที่เราเคยทำผิดพลาดในอดีตมาทำซ้ำอีก หากแต่ปรับมุมมองใหม่ มองปลายทางหรือผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นแล้วเปรียบเทียบกันว่าแบบไหนดีกว่า จากนั้นค่อยลงมือสื่อสาร อาจจะช้ากว่าเดิม 10-15 วินาที หากผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ที่ผ่านมา ข้อความ คำพูด หรือการแชร์ข้อมูล โดยไม่ได้มองผลลัพธ์สุดท้ายที่จะเกิดขึ้นได้ส่งผลต่องาน ต่อคนรอบข้างและคนใกล้ตัวไม่น้อย เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเพราะการสื่อสารที่ผิดพลาดของเราอาจทำให้พวกเขารู้สึกน้อยใจ เสียใจ หรือโกรธเคืองกันได้

บางทีการมองมุมใหม่ ด้วยการเป็นตัวของตัวเองให้น้อยลง เป็นคนที่น่ารักให้มากขึ้น น่าจะทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายของการสื่อสารของคุณสัมฤทธิ์ผลมากกว่าในอดีตและไม่ทำร้ายใจใครจนกลายเป็นคนใจร้ายโดยไม่รู้ตัวเหมือนที่ผ่านมา ลองปรับมุมมองกันดูนะคะ เราจะได้ไม่ทำผิดซ้ำรอยเดิมกันอีก

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ