จรรยาบรรณสื่อ ในยุคฐานันดรที่ 5
จรรยาบรรณคือการรู้ว่า "แม้จะมีสิทธิในการลงมือทำแต่ถ้าทำแล้วส่งผลเสียในการรับรู้ต่อสังคมยังจะทำต่อไปไหมหากเป็นเช่นนั้นคงต้องใช้ตราชั่งในใจนักข่าวชั่งใจตนเอง"
ข้อคิดจากนิทานเซน “แบกไว้ทำไม”
ความจริงนั้นมีคำอธิบายที่ชัดเจนและไม่ยืดยาว แต่คำโกหกนั้นจะถูกเติมแต่งด้วยคำอธิบายที่พยายามจะให้คนอื่นเชื่อว่านั่นคือความจริง
กาแฟขึ้น 5 บาท สัญญาณเข้าสู่ยุคเงินเฟ้อเต็มตัว
เมื่อร้านกาแฟปรับราคาขึ้น 5 บาท หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์จากราคาเดิม เท่ากับว่าลูกค้าที่ซื้อกาแฟทุกเช้าจะมีค่าใช้จ่ายค่ากาแฟเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน
ยังมีบรรณาธิการดี ๆ เหลืออยู่ไหมในบรรณพิภพ
"จะดูสังคมนั้นว่ามีคุณธรรมแค่ไหน ให้ดูที่พวกเขาปฏิบัติต่อผู้หญิงและเด็ก จะดูสังคมนั้นว่ามีความรู้แค่ไหน ให้ดูข่าวสารที่พวกเขาสนใจ" เราเป็นสังคมแบบไหน?
โลกเปลี่ยน! คอนเทนต์ยุคนี้ต้องคิดแบบ Cross Platform
บางทีการรับสื่อต้องมีสมดุล ไม่ให้ทุกเรื่องหมุนรอบตัวเองเราเองมากจนเกินไป เพราะมิเช่นนั้นแล้ว สิ่งที่เราคิดว่ารู้ เราอาจไม่ได้รู้อย่างแท้จริงก็เป็นได้
ไม่มีธุรกิจใดเหมือนกับธุรกิจบันเทิง
"บรรดานักวิเคราะห์ต่างบอกว่า สตรีมมิ่งคืออนาคตของธุรกิจบันเทิง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็มีประวัติศาสตร์มากจากความบันเทิงที่เราคุ้นเคย สตรีมมิ่งก็เหมือนกับขั้นตอนหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านเท่านั้น" เจย์ ซี
ฤดูกาลแบ่งเค้ก กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
Apple TV ได้เค้กก้อนใหญ่จาก Major League Soccer เค้กก้อนนี้จะอร่อยพอที่จะทำให้แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หันมาสนใจลีกอาชีพในสหรัฐอเมริกาได้ขนาดไหน
จากลาลีก้า – พรีเมียร์ลีก การส่งสัญญาณผ่านกลยุทธ D2C
นี่คือยุคสุดท้ายของการดูฟุตบอลผ่านแพลตฟอร์มแบบเดิม ๆ เมื่อลีกดังในยุโรปลุกขึ้นมาลุย D2C เพื่อเข้าถึงกลุ่มแฟนบอลของตนเอง
Word of Mouth พลังของการบอกต่อที่ยั่งยืน
"คนหนึ่งคนจะมีกลุ่มหรือบุคคลที่รายล้อมตนเองประมาณ 150 คน" ถ้าเกิดความประทับใจ คนอีก 150 คนก็จะได้รับการบอกต่อ และใน 150 คนนั้นก็จะมี 150 คนของตนเอง
ทำแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ มีเงินอย่างเดียวไม่พอ!
การต่อสู้เพื่อเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกต้องฟาดกันด้วยเงินระดับพันล้าน แต่ถ้าใช้เงินน้อยลงและได้ผลิตเนื้อหาบางส่วนเป็น Original ด้วยแบบไหนคุ้มกว่ากัน



































