
ทำไมถึงจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับรุ่นต่างๆ ของรองเท้าฟุตบอล? ลองนึกภาพเวลาที่จะต้องเดินไปซื้อรองเท้าฟุตบอลที่แผนกรองเท้าฟุตบอลในห้างสรรพสินค้า แล้วมีรองเท้าฟุตบอลมากมายหลายแบบวางอยู่ บางแห่งมีมากกว่า 50 รุ่นที่แตกต่างกัน มีทั้งเก่าและใหม่ เป็นใครก็ต้องสตั๊น จากนั้นก็ต้องคิดในใจว่า มันมีรุ่นไหนวางอยู่บ้างล่ะเนี่ย แต่ละแบบมันแตกต่างๆ กันยังไงนะ แล้วเราจะได้รุ่นที่ถูกใจมั๊ยอ่ะ (โอย…แค่คิดก็สับสนแล้ว)
เรื่องรุ่นต่างๆ ของรองเท้าฟุตบอลจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับนักฟุตบอลสนามหญ้าทั้งหลายที่ต้องมีความรู้ติดตัวเอาไว้ เวลาไปซื้อจะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจ เพราะว่ารองเท้าฟุตบอลสมัยนี้เขาออกแบบมาให้รองรับสไตล์การเล่นหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าฟุตบอลที่เหมาะกับ สายสปีด สายยิง สายคอนโทรล และสายคลาสสิค ซึ่งการเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการจะเพิ่มทักษะที่เป็นจุดเด่น หรือลดปัญหาทักษะที่เป็นจุดด้อย เช่น บางคนเป็นปีกมีสปีดที่เร็วอยู่แล้ว แต่อยากเร็วให้มากกว่าคู่แข่งแบบทิ้งขาดกระจุย ก็อาจจะเลือกรองเท้าสายสปีดมาใช้เพิ่มจุดเด่น หรือกองกลางบางคนทักษะทุกอย่างดีหมด แต่มีสปีดที่ช้า อยากลดจุดด้อยเรื่องนี้ ก็เลือกรองเท้าสายสปีดมาใช้ได้ มันก็เปรียบเสมือนการต่อสู้ ที่เราจำเป็นต้องเลือกอาวุธมาใช้ในการประลอง เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ การเล่นฟุตบอลก็เช่นกัน (…เล่นใหญ่ไปมั๊ยนะ)
รองเท้าฟุตบอลในท้องตลาด (ประเทศไทย) ที่นิยมในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 4 ยี่ห้อ ได้แก่ ไนกี้ (Nike) อาดิดาส (Adidas) พูม่า (Puma) และ มิซูโน่ (Mizuno) โดยในสัปดาห์นี้ ผมขอเริ่มต้นให้ข้อมูลรุ่นของรองเท้าฟุตบอลของยี่ห้อไนกี้ก่อนเป็นอันดับแรก และผมจะบอกแค่ชื่อรุ่นย่อยๆ ไว้ก่อนนะ จนเมื่อแจกแจงชื่อรุ่นครบทั้ง 4 ยี่ห้อแล้ว เราก็จะมาเจาะลึกในรุ่นย่อยๆ ต่อไป เพราะมันมีรายละเอียดยิบย่อยลงไปอีก
ในปัจจุบัน “ไนกี้” ออกแบบรองเท้าฟุตบอลไว้ 4 รุ่น ได้แก่ Mercurial, Hypervenom, Magista และ Tiempo โดยแต่ละรุ่นจะมีรุ่นย่อยๆ อะไรบ้าง เรามาดูกันเลยครับ
1. รุ่น Mercurial มีนิยามว่า “การระเบิดความเร็ว”
เป็นรองเท้าฟุตบอลสายสปีด มีนักเตะชื่อดังที่ใช้อยู่ เช่น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , เนย์มาร์, เอเด็น อาซาร์, คูตินโญ่ เป็นต้น ซึ่งใน Mercurial จะมีการแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยๆ อีก 4 รุ่น
1.1.Mercurial Superfly
1.2.Mercurial Vapor
1.3.Mercurial Veloce
1.4.Mercurial Victory
2. รุ่น Hypervenom มีนิยามว่า “จบสกอร์อย่างเฉียบขาด”
เป็นรองเท้าสายยิง มีนักเตะชื่อดังที่ใช้อยู่ เช่น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, แฮร์รี่ เคน, โอบาเมยอง, อิกัวอิน เป็นต้น ซึ่งใน Hypervenom จะมีการแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยๆ อีก 4 รุ่น
2.1.Hypervenom Phantom DF
2.2.Hypervenom Phantom
2.3.Hypervenom Phatal DF
2.4.Hypervenom Phelon
3. รุ่น Magista มีนิยามว่า “ทำเกมได้ไม่มียั้ง”
เป็นรองเท้าสายคอนโทรลหรือสายส่งบอล มีนักเตะชื่อดังที่ใช้อยู่ เช่น อันเดรส อิเนียสต้า, คริสเตียน อิริคเซ่น, ดาวิด ลุยซ์ เป็นต้น ซึ่งใน Magista จะมีการแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยๆ อีก 4 รุ่น
3.1.Magista Obra
3.2.Magista Opus
3.3.Magista Orden
3.4.Magista Onda

4. รุ่น Tiempo มีนิยามว่า “สัมผัสที่เหนือกว่า”
เป็นรองเท้าฟุตบอลสายคลาสสิก เน้นที่ความนุ่มของหนังแท้ มีนักเตะที่ใช้อยู่ เช่น เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, เคราร์ด ปิเก้, อันเดรีย, ปีร์โล เป็นต้น ซึ่งใน Tiempo จะมีการแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยๆ อีก 3 รุ่น
4.1.Tiempo Legend
4.2.Tiempo Legacy
4.3.Tiempo Ligera
เห็นไหมครับแค่ยี่ห้อไนกี้ยี่ห้อเดียวก็มีรองเท้าฟุตบอลแบ่งเป็นรุ่นย่อยๆ อีก 15 รุ่น โดยรุ่นย่อยจะถูกระบุไว้ที่กล่องสินค้าและที่ป้ายราคาเสมอ แต่มักจะไม่ได้ระบุที่รองเท้า เพราะฉะนั้นที่ผมบอกว่า เวลาไปที่แผนกรองเท้าฟุตบอล แล้วมีรองเท้าวางอยู่เยอะแยะ แต่ถ้าเราไม่มีข้อมูลก็จะไม่รู้ว่ามันคือรุ่นย่อยอะไร ก็จะงงกันไป
และอีกคำถามที่พบบ่อยคือ แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร? ซึ่งความแตกต่างของมันก็คือ คุณภาพของวัสดุ ตัวที่แพงกว่ามักจะมีวัสดุที่คุณภาพดีกว่า เทคโนโลยีผลิตสูงกว่า โดยรุ่นย่อยที่ผมแสดงไว้ด้านบนก็จะเรียงลำดับตามราคา ถ้าเราเป็นนักเตะอาชีพ หรือจริงจังด้านฟุตบอล เขาก็มักจะใช้รุ่นย่อยที่เป็นตัวท็อป ส่วนถ้าใส่แบบสมัครเล่น ใช้ไม่บ่อย ก็จะเน้นไปที่ตัวรองๆ ลงมา เพราะจะคุ้มค่าทางด้านราคา
เป็นอันว่าผมก็ได้แจกแจงรุ่นรองเท้าฟุตบอลของไนกี้เรียบร้อยแล้ว ถ้าใครอยากลองของก็ได้นะครับ ลองเดินไปถามพนักงานว่าผมสนใจรองเท้าฟุตบอล Tiempo Legacy แล้วลองเช็คสีหน้าพนักงานขายดูนะ (ได้ผลอย่างไรอย่าลืมมาเล่าให้ด้วยด้วยนะครับ) แล้วในสัปดาห์ถัดไปผมจะมาต่อที่ยี่ห้ออาดิดาส อย่าลืมติดตามชมกันนะครับ
ข้อมูลและรูปภาพจาก nike































