Home Work & Living Living วิธีจัดการ “เสบียงพื้นฐาน” ในภาวะวิกฤติ ฉบับคนอยู่คนเดียว

วิธีจัดการ “เสบียงพื้นฐาน” ในภาวะวิกฤติ ฉบับคนอยู่คนเดียว

ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สถานการณ์วิกฤติอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว อย่างเช่นสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ เวลานี้ คนกรุงจำนวนมากไม่คาดคิดว่าตนเองจะกลายเป็นผู้ประสบภัยเพียงชั่วข้ามคืน เพราะจากสถานการณ์ก่อนหน้าไม่กี่วัน ภาพน้ำท่วมเมืองหลวงมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้มีน้ำจากทางเหนือไหลลงมาเหมือนตอนปี 2554 และต่อให้กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศเตือนว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน ก็ไม่มีใครจินตนาการออกว่าฝนจะตกไม่หยุดยาวนานติดต่อกันหลายวันจนกระทั่งน้ำท่วมได้ อย่างในวันก่อนหน้าประกาศเตือน ผู้คนยังคงใช้ถนนสัญจรกันไปมาอย่างปกติอยู่เลย บวกกับความเป็นสังคมเมืองที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ผู้คนมัวแต่วุ่นวายในการทำมาหากิน จนไม่ได้ใส่ใจที่จะซื้อหาตุนเสบียงไว้ที่บ้าน

เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินจนไม่สามารถออกไปไหนได้ และไม่สามารถสั่งอาหารให้มาส่งได้ นั่นจึงทำให้เราได้เห็นภาพปรากฏการณ์สินค้าเกลี้ยงร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะบนชั้นขายอาหารสำเร็จรูปพร้อมกิน ชั้นข้าวสาร ชั้นปลากระป๋อง และชั้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะร้านสะดวกซื้อแถวบ้านเป็นสถานที่ที่เข้าถึงง่ายที่สุด (หากไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและยังเปิดอยู่) อย่างไรก็ตาม คนที่ไปช้า จะพบว่าแทบไม่เหลืออาหารอะไรให้เลือกซื้อเลย ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไม่เหลืออะไรให้กิน หากลองเดินดูดี ๆ จะพบว่าเราสามารถเอาตัวรอดจากอาหารบางประเภทที่คนอื่น ๆ มองข้ามไปได้!

ในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ หลายคนอาศัยอยู่คนเดียว ไม่มีตู้เย็น ไม่สามารถทำอาหารกินเองได้ และอาจมีงบประมาณจำกัด เราจะเอาตัวรอดอย่างไรได้บ้าง กับของที่เหลืออยู่ไม่กี่อย่างในร้านสะดวกซื้อ จะจัดการกับอาหารการกินของตัวเองอย่างไร ในภาวะที่ไม่อาจอิ่มหมีพีมันเท่ากับสถานการณ์ปกติ แต่ทำให้มีชีวิตอยู่รอดได้โดยไม่ทำร้ายร่างกายจนเกินไป!

1. จัดสัดส่วนอาหารให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์

ในภาวะวิกฤติระยะสั้น สำหรับคนที่อยู่คนเดียว มีเงินและเสบียงจำกัด สิ่งแรกที่ควรทำคือปรับพฤติกรรมการกิน จากการกินให้อิ่มอร่อยตามปกติมาเป็นการกินเพื่อ “ประทังชีวิต” ต้องวางแผนปรับเปลี่ยนจำนวนมื้ออาหารให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ จากที่เคยกินเต็มที่อิ่ม 3 มื้อหลัก แถมมีมี้อย่อย ๆ ก็อาจลดลงมาเหลือที่ 2 มื้อหลัก หรืออาจจะมื้อเดียว จะช่วยยืดอายุเสบียงออกไปเป็นเท่าตัว โดยอาจมีอาหารว่างเล็ก ๆ คั่นระหว่างนั้นได้ถ้ามีเสบียงเหลือ ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองขาดน้ำหรือขาดพลังงานและสารอาหารอย่างรุนแรง เพราะสิ่งที่ควรรักษาไว้ไม่ใช่จำนวนมื้อ แต่คือพลังงานและสารอาหารรวมทั้งวัน การลดจำนวนมื้อจึงไม่ควรกลายเป็นการลดพลังงานและสารอาหารจนต่ำเกินความต้องการของร่างกาย

2. เน้นอาหารที่กินได้ทันทีในมื้อนั้น

ในภาวะวิกฤติ สำหรับคนที่ไม่สามารถประกอบอาหารได้เอง ไม่มีแก๊ส ตู้เย็น ไฟฟ้า หรือน้ำประปา อาหารสดหรืออาหารที่ต้องเติมน้ำร้อนจะกลายเป็นภาระทันที ดังนั้น จึงควรเลือกอาหารที่สามารถกินได้ทันทีและหมดในมื้อนั้น ไม่เหลือเก็บ กรณีที่เป็นกับข้าวปรุงสุกแล้ว พยายามอย่าเสี่ยงซื้อมาตุนไว้มื้อต่อไปหรือวันรุ่งขึ้น เพราะอาหารอาจจะบูดเสียได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งนอกจากจะกินไม่ได้แล้วยังเสียเงินไปเปล่า ๆ ด้วย กรณีที่เป็นอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ให้พิจารณาอาหารประเภทปลากระป๋อง หอยลายกระป๋อง ทูน่ากระป๋อง อาหารประเภทนี้ให้โปรตีนสูง และบางอย่างมีไขมันสูง ทั้งยังกินกับข้าวหรือกินเปล่า ๆ ก็ได้ หรืออาหารสำเร็จรูปแบบพร้อมทานในซองอะลูมิเนียมฟอยล์ หรือหมูแผ่น หมูหย็องบรรจุซองก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งยังสามารถซื้อมาตุนเก็บไว้ได้ด้วย

3. คาร์โบไฮเดรตแห้งที่ให้พลังงานสูงและเก็บได้นาน

คาร์โบไฮเดตรควรเป็นแหล่งพลังงานหลักให้กับร่างกาย หากซื้อจากร้านสะดวกซื้อและกินทันที บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย หรือข้าวต้มสำเร็จรูปแบบถ้วยก็สามารถประทังหิวในมื้อนั้นให้ผ่านไปได้ แต่ถ้าซื้อกลับมาเก็บ ก็อาจต้องพิจารณาถึงวิธีการปรุงด้วยน้ำร้อน สำหรับคนที่ไม่มีแก๊ส ถ้ามีเครื่องต้มน้ำร้อนไฟฟ้าชีวิตก็ง่ายขึ้นมาก แต่ถ้าไม่มีเลย หลายคนเรียนรู้ว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสามารถแช่น้ำธรรมดาให้พองตัวและนิ่มขึ้น ถึงจะไม่อร่อยแต่ก็พอกินกันตายได้ หรือจะกินดิบเป็นขนมขบเคี้ยวก็ได้เช่นกัน และอาหารที่หลายคนมองข้ามอย่างขนมปังปี๊บ แครกเกอร์ หรือขนมปังกรอบ นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ใช้ประทังชีวิตได้ดีในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะเก็บได้นาน ไม่หมดอายุเร็วเท่าขนมปังสด ทั้งยังให้พลังงานสูงจากแป้ง น้ำตาล และไขมัน และสามารถแบ่งกินทีละน้อยได้

4. แหล่งโปรตีนและไขมันสำรองที่ไม่ต้องพึ่งตู้เย็น

ไขมัน สำหรับบางคนอาจฟังดูน่ากลัว แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไขมันคือสารอาหารที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากไขมันให้พลังงานสูงที่สุดในบรรดาสารอาหารทั้งหมด ดังนั้น ถ้าเป้าหมายคือการประคองร่างกายผ่านช่วงวิกฤติไปได้ อาหารปริมาณมากแต่พลังงานต่ำอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพนัก นี่จึงเป็นเหตุผลที่อาหารอย่างน้ำมันพืช เนยถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดพืช เป็นอาหารที่มีประโยชน์ในคลังเสบียง ส่วนโปรตีน สามารถเลือกเป็นนมกล่องหรือนมถั่วเหลืองแบบยูเอชทีมาเก็บสำรองไว้ เพราะในหนึ่งกล่องให้ทั้งโปรตีน น้ำ และพลังงาน ทั้งยังสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องนอกตู้เย็นได้ แต่ควรเลือกกล่องแบบขนาดพอดีที่ดื่มหมดได้ในครั้งเดียวหากไม่มีตู้เย็น และอาหารประเภทถั่วบรรจุซอง หรือธัญพืชอัดแท่ง ก็พกพาได้ง่าย ให้พลังงานสูง และน้ำหนักเบา

5. อย่าลืมน้ำ!

จริง ๆ แล้ว ถ้าพูดถึงเสบียงในภาวะวิกฤติ “น้ำดื่ม” ควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนยังชีพตั้งแต่แรก เพราะน้ำอาจมีค่ามากกว่าอาหารเสียอีกในบางสถานการณ์ ดังนั้น น้ำจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนอาหารอย่างชัดเจน การขาดน้ำสามารถกลายเป็นภาวะฉุกเฉินรุนแรงภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน และอาจเร็วกว่านั้นมากในสภาพอากาศร้อนหรือเมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมาก ขณะที่การขาดอาหารโดยยังมีน้ำดื่มเพียงพอ ร่างกายสามารถทนได้นานกว่าหลายสัปดาห์ ที่สำคัญ ในสถานการณ์น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือระบบประปาได้รับความเสียหาย ต่อให้มีอาหารเต็มบ้าน แต่ไม่มีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและเตรียมอาหาร เสบียงจำนวนหนึ่งก็อาจใช้งานไม่ได้ตามที่คิด ซึ่งการเลือกอาหารแห้งที่กินได้ทันทีก็มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องใช้น้ำในการปรุง ฉะนั้น อย่าลืมเตรียมและตุนน้ำสะอาดไว้ให้เพียงพอ

6. ถ้ามีเงินจำกัดมาก ให้สร้าง “เสบียงขั้นต่ำ”

ภาพนี้อาจเห็นได้ชัดเจนขึ้นหากสถานการณ์วิกฤติเกิดขึ้นช่วงปลายเดือน ซึ่งเงินเดือนยังไม่ออก สมมติว่าในมือมีเงินก้อนเล็ก ๆ ก้อนเดียว และก็ไม่รู้ด้วยว่าวิกฤตินี้จะยืดเยื้อไปอีกกี่วัน นี่อาจเป็นข้อดีของการอยู่ตัวคนเดียว ที่สามารถจัดการเงินก้อนนี้แค่ปากท้องของตัวเองเท่านั้น สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิ่งพยายามซื้ออาหารให้ครบทุกประเภท แต่ให้เน้นการสร้างเสบียงขั้นต่ำ เมื่อเงินจำกัด สิ่งที่ต้องคิดไม่ใช่แค่ว่าอะไรถูกที่สุด แต่ให้ดูว่าเงินที่มีซื้อพลังงานและสารอาหารได้มากแค่ไหน อาหารบางอย่างดูราคาถูก แต่กินหมดเร็วและให้พลังงานไม่มาก ขณะที่อาหารบางอย่างราคาแพงกว่าเล็กน้อย แต่ให้พลังงานสูงและเก็บได้นานกว่า หรือพิจารณาเลือกอาหารที่ให้สารอาหารมากกว่าหนึ่งอย่าง เช่น อาหารชนิดหนึ่งอาจให้ทั้งพลังงานและโปรตีนสูง ขณะที่อีกชนิดหนึ่งให้พลังงานสูงแต่ไม่มีโปรตีน

7. ถ้าของอื่น ๆ โดนเลือกไปหมดแล้ว!

เมื่อเกิดเหตุวิกฤติเช่นนี้ การเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อคงจะไม่ได้ทำให้เราเกิดคำถามว่า “จะกินอะไรดี” อีกต่อไป เพราะหลายคนคงประสบด้วยตัวเองแล้วว่าเราไม่มีสิทธิเลือก! กับของที่เหลือไม่กี่อย่างบนชั้น อาหารพร้อมกิน ข้าวสารเกลี้ยง อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็เหลือแค่รสชาติที่ไม่อร่อย ขนมปังก็ไม่มี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคนอื่นจะกว้านซื้อของพวกนั้นจนหมด ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะอดตาย เพียงแต่เราต้องหันกลับไปดู “ทางเลือกสำรอง” ที่คนอื่นมองข้ามจากของที่เหลืออยู่ เมื่อชั้นวางสินค้าถูกกวาดจนเกือบเกลี้ยง สิ่งที่เราสามารถเดินเข้าไปเลือกได้และยังพอมีของอยู่ คือพวกธัญพืช ถั่ว ทูน่ากระป๋อง น้ำพริกกระปุก บิสกิต แครกเกอร์ ขนมปี๊บ นม สิ่งเหล่านี้มักถูกมองข้ามในช่วงที่คนจำนวนมากตื่นตระหนก แต่เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง แถมเก็บได้นาน เหมาะแก่การใช้ยังชีพ

ในสถานการณ์วิกฤติ อาหารคือหนึ่งในปัจจัย 4 ที่ถูกแย่งกันซื้อมากที่สุด เพราะคนเราต้องกิน ต้องใช้พลังงานในทุกวัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายครอบครัวจะกักตุนทั้งของสด ของแห้ง น้ำดื่ม โดยเฉพาะบ้านที่อาศัยอยู่หลายคน ทว่าสำหรับคนที่อาศัยอยู่คนเดียว มีข้อจำกัดเรื่องเงิน และอาจมีข้อจำกัดเรื่องการเก็บและทำอาหาร ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาตัวรอดไม่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ บางทีมันอาจจะง่ายกว่าด้วยซ้ำในการหากินแค่คนเดียว และบริหารจัดการทุกอย่างให้จบในมื้อเดียว หรืออาจจะมีตุนไว้บ้างสำหรับ 2-3 วันข้างหน้าสำหรับของที่ตุนได้ ทว่าก็ต้องคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินวันต่อวัน และเพื่อหาทางออกให้กับตัวเองในวันต่อไป