Home Interview Exclusive Talk : Pump Speed Pump Speed : ชีวิตที่ถอดนวมมาสวมชุดหมีนักแข่ง ของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์”

Pump Speed : ชีวิตที่ถอดนวมมาสวมชุดหมีนักแข่ง ของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์”

ช่วง Pump Speed จากรายการ World Of Speed ที่จะพาคุณผู้ชมทุกท่านไปพูดคุยแบบ Exclusive กับแขกรับเชิญผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงการมอเตอร์สปอร์ต ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแข่งเสมอไป เทปนี้เดินทางไปยังสนามสตรีตเซอร์กิตเลียบชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี เพื่อร่วมชมการแข่งขัน Bangsaen Grand Prix 2026 พร้อมสัมภาษณ์พิเศษ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” แชมป์โลกมวยไทยรุ่นฟลายเวท ที่มาปรากฏตัวสร้างความฮือฮาในสนามแข่งในฐานะนักแข่งของรายการ Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สังกัดทีม SHI-NA MOTORSPORT ซึ่งเปิดตัวที่นี่เป็นครั้งแรก! มาติดตามบทบาทใหม่ของนักสู้ผู้นี้กัน

จุดเริ่มต้นในการลงสู่สนามแข่งรถ

ตัวของรถถังนั้นชื่นชอบการขับรถเร็ว และเล่น Go-Kart เป็นประจำอยู่แล้ว จนต่อมาได้รับการชักชวนจาก “พี่ต้น-สรพงษ์ จิตต์สุนทร” เลยมีโอกาสได้เข้ามาฝึกซ้อมอย่างจริงจังโดยมีโค้ชคอยดูแล ซึ่งเมื่อมาถึงจุดนี้ เขาก็เลยคิดว่าลองดูสักครั้งแล้วกัน จนได้มาลงแข่งขันในรายการ Toyota Gazoo Racing Thailand 20026 รุ่น Hilux Revo One Make Race เป็นครั้งแรก โดยสังกัดทีม SHI-NA MOTORSPORT

สำหรับโค้ชที่คอยติวเข้มให้กับรถถังในการแข่งขันครั้งนี้ คือ “ครูแมน-ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ” แห่ง Toyota Gazoo Racing Thailand ตอนที่รถถังอยู่ในสนาม ครูแมนจะคอยให้กำลังใจและเตือนสติอยู่เสมอว่าอย่ากดดันตัวเองจนเกินไป แค่ให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำ และอย่าหักโหม เพราะในวันนั้นสนามแข่งลื่นอันเนื่องมาจากฝนตก แถมตัวของรถถังเองก็ยังไม่ได้เจนสนามมากพอ จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด

ส่วนที่มาของ “รถแข่งหมายเลข 77” นั้น รถถังเปิดเผยว่า เดิมทีเขาตั้งใจจะเลือกเบอร์ตองเจ็ด (777) แต่กติกาไม่อนุญาต เขาจึงตัด 7 ทิ้งไปหนึ่งตัว จนเหลือเพียง “เบอร์ 77” อย่างไรก็ดี เลข 77 ไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษ นอกเหนือจากที่ตัวเขาเองมองว่าเลข 7 เป็นเลขที่ดีและเป็นมงคลสำหรับนักกีฬา โดยเฉพาะสำหรับเขา เขาเชื่อว่าเลข 7 ตัวเดียวก็มีพลังงานที่ดีอยู่แล้ว หากใส่เพิ่มเข้าไปก็จะยิ่งดีมากขึ้นไปอีก

ความแตกต่างระหว่าง “การขับรถเร็วบนถนน” กับ “สนามแข่ง”

ตัวของรถถังนั้นชื่นชอบการขับรถเร็ว แต่ปกติแล้วเขาจะเป็นผู้โดยสารมากกว่า เมื่อได้มาลงสนามแข่งจริง ๆ เขาพบว่ามันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หลัก ๆ ก็คือการแข่งขันในสนามแข่งนั้นต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ มีกติกาที่ชัดเจน ต้องดูธงสัญญาณ และต้องศึกษาและมีสมาธิกับ Racing Line ให้มากที่สุด ซึ่งประสบการณ์หลาย ๆ อย่างมันไม่เหมือนกับการขับรถบนท้องถนนเลย

ด้วยความที่เป็นการลงสนามครั้งแรกของรถถังในฐานะของนักแข่งรถ เขาจึงรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าการต่อยมวยเสียอีก เพราะต้องเจออุปสรรคอย่างสนามบางแสนสตรีตเซอร์กิตที่ธรรมดาก็ยากอยู่แล้ว พอมีฝนตกหนักก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก แถมยังได้เจอกับรุ่นพี่นักแข่งอีกหลายคน แต่เขาก็ภูมิใจที่สามารถประเดิมสนามแรกด้วยการขับจบครบรอบและรถไม่เสียหาย และถ้าต้องกลับไปขับรถเองอีกครั้ง เขาก็ยังคงมีนิสัยที่ชอบทำเวลาเหมือนเดิม ถ้ามีนัดก็จะต้องไปถึงก่อน

เมื่อนักมวยอยู่ในสนามแข่งรถ

เมื่อนักมวยมาลงแข่งรถ รถถังเน้นย้ำเรื่องน้ำใจนักกีฬา คือการเคารพคู่แข่ง และกฎกติกาในสนาม โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย ต้องขับให้ถูกต้อง ขับอย่างระมัดระวัง ต้องไม่ขับในลักษณะของการยั่วยุคู่แข่ง เพราะถ้าหากขับเบียดหรือชนกันจนผิดกฎก็จะถูกตัดสินให้แพ้ทันที ตัวเขามองว่ามอเตอร์สปอร์ตเป็นกีฬาที่มีความแฟร์สูง ถ้าไม่ไหวก็ปล่อยให้คู่ต่อสู้แซงไป ส่วนตัวเขาเคยโดนขับเบียดในระหว่างซ้อม แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเนื่องจากต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป นั่นก็คือขับให้จบ ขอแค่ตนเองไม่ไปชนใคร และถ้าโดนชนก็เข้าใจได้ว่าเป็นความผิดพลาดไม่ใช่ความตั้งใจ ในสนามแข่ง ไม่มีใครอยากให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น ทุกคนจึงพยายามขับให้ครบรอบและจบให้สวยที่สุดอยู่แล้ว

ส่วนวิธีจำ Racing Line และโค้งของสนามบางแสนสตรีตเซอร์กิตที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด เขาเผยว่าเริ่มจากการได้ลงซ้อมจริง 1 วันก่อนลงแข่งขัน เขาพยายามจำแล้วแต่ก็จำได้ไม่หมด แต่ด้วยความที่ระยะทางไม่ได้ไกล เขาเลยรู้สึกว่าคุ้นเคยกับมันได้ง่ายขึ้น และไม่มีปัญหาอะไรตามมา

สำหรับ Toyota One Make Race ที่ยังเหลืออีก 3 สนาม เขาวางแผนไว้ว่าจะทำตามคำแนะนำของโค้ชและทีมงานต่อไป จะพยายามฝึกฝนให้มากขึ้นในช่วงที่ว่างเว้นจากการชกมวย จะจัดสรรเวลาเพื่อซ้อมทั้งมวยและขับรถควบคู่กันไป เพราะสำหรับเขา กีฬาทั้งสองมันสนุกในแบบที่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าจะเลือกทำสิ่งไหน โดยรถถังมองอนาคตเกี่ยวกับการแข่งรถ ว่าถ้าได้ลงสนามแข่งสัก 3-4 ครั้ง ก็น่าจะคุ้นชิน คุ้นเคย และปรับตัวได้ดีมากขึ้น

อาชีพหลักคือ “มวย”

การที่ใคร ๆ มีโอกาสได้เห็นรถถังลงแข่งรถอย่างจริงจัง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนตั้งคำถามว่าเส้นทางอาชีพนักมวยของเขาต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งรถถังก็ยืนยันชัดเจนว่า “ผมเป็นนักมวย การชกมวยคืออาชีพหลัก” โดยในเวลานี้อยู่ระหว่างรอค่ายมวยเคลียร์คิวให้ลงตัวเพื่อกลับไปชกไฟต์ถัดไปในอนาคต ทว่าในช่วงที่กำลังรอ เขาไม่อยากที่จะทิ้งเวลาไปเฉย ๆ เลยเอากิจกรรมที่ชอบทำอย่างการแข่งรถ มาทำเสริมหลังการชกมวย เพื่อใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

บรรดาแฟนมวยของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” น่าจะสบายใจขึ้นแล้วว่า “รถถังยังคงเป็นนักมวย และนักมวยคืออาชีพของรถถัง” แม้ว่าเขาจะมีบทบาทใหม่เป็นนักแข่งรถก็ตาม ทว่ามันก็เป็นเพียงความชื่นชอบส่วนตัวและการใช้เวลาว่างหลังจากการซ้อมมวย ทั้งนี้ทั้งนั้น รถถังก็ยังฝากให้ทุกคนร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับ The Iron Man กระบะหมายเลข 77 ในทุก ๆ สนามที่เขาลงแข่ง!