Home Interview Exclusive Talk : Pump Speed Pump Speed : การเติบโตของ “สนามช้างฯ” ในมุมมองผู้บริหาร “โอ๊ต-ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์”

Pump Speed : การเติบโตของ “สนามช้างฯ” ในมุมมองผู้บริหาร “โอ๊ต-ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์”

ช่วง Pump Speed จากรายการ World Of Speed ที่จะพาคุณผู้ชมทุกท่านไปพูดคุยแบบ Exclusive กับแขกรับเชิญผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงการมอเตอร์สปอร์ต ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแข่งเสมอไป ในเทปนี้บุกเยือนบุรีรัมย์ พูดคุยกับผู้บริหารหนุ่ม “โอ๊ต-ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์” ผู้อำนวยการและกรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการบริหารและพัฒนาสนามแข่งรถมาตรฐานสากลแห่งแรกของไทยให้ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลก รวมถึงบริหารการจัดการแข่งขันรายการใหญ่ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

จุดเริ่มต้นของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

คุณโอ๊ต คือหนึ่งในผู้ริเริ่มก่อตั้ง “สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” ขึ้นมา ตั้งแต่วันแรกมาจนถึงวันนี้ วันที่ “สนามช้างฯ” กลายเป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐานโลกแห่งแรกของไทย ที่แม้แต่ในสายตาของผู้บริหารอย่างคุณโอ๊ต ยังบอกเลยว่า สนามช้างฯ เติบโตและมาไกลกว่าที่คาดเอาไว้ จากจุดเริ่มต้นแรกของการเปิดใช้สนาม คือการจัดการแข่งขัน Super GT ซึ่งสำหรับคุณโอ๊ตแล้ว “วันเปิดสนามครั้งแรก” คือที่สุดของความภูมิใจในความทรงจำ! ว่าท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็ร่วมด้วยช่วยกันจนผ่านพ้นมาได้

ย้อนเวลากลับไปในช่วงนั้น ทีมงานทุกคนทำงานหนักมากจนแทบจะไม่ได้นอน เนื่องจากสัญญาของ Super GT กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่าต้องเปิดสนามในวันที่ 4 ตุลาคม 2014 ทว่าในขณะนั้น หน้างานยังไม่มีอะไรเรียบร้อยเลยสักอย่าง จนทุกคนตั้งคำถามกันอยู่ในใจว่า “จะเปิดได้หรือเปล่า” ถึงอย่างนั้น ในช่วงระหว่างก่อสร้าง “คุณเนวิน ชิดชอบ” ถึงขนาดลงไปเฝ้าเอง คุมงานเอง ตรวจงานเอง เรียกได้ว่าแทบจะกินและนอนอยู่ในสนาม ทุกคนจึงดีใจกันมาก ๆ ที่สนามสามารถเปิดใช้งานได้ทันเวลา

แม้ว่าจุดกำเนิดของ สนามช้างฯ จะเริ่มต้นขึ้นด้วยความคิดที่ว่า “อยากทำสนามแข่งรถ” แต่ในปัจุบัน สนามช้างฯ ไม่ใช่แค่สนามแข่งรถเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปสู่สนามวิ่งด้วย! โดยเฉพาะอีเวนต์ระดับประเทศอย่าง บุรีรัมย์ มาราธอน ที่มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเต็มจำนวนอย่างรวดเร็วในทุกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น ปัจจุบัน สนามช้างฯ ยังเป็นสนามที่มีการจัดอีเวนต์ในทุกสัปดาห์ และคิวจะแน่นเป็นพิเศษช่วงปลายปี ส่วนราคาในการเช่าสนาม 1 วันเพื่อจัดงานนั้น คุณโอ๊ตยังคงยืนยันตัวเลขเป็นราคาเดิมเท่าเมื่อ 3 ปีก่อน คือ 400,000 บาท สำหรับการเช่าสนามจัดกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่การแข่งขัน และ 500,000 บาท สำหรับการเช่าสนามเพื่อจัดการแข่งขัน ที่ราคาไม่เท่ากัน เนื่องจากมีความแตกต่างในการเตรียมสนาม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกหรือระบบการจัดการพื้นที่ภายใน ที่รูปแบบจะไม่เหมือนกัน

สำหรับแผนในอนาคต ถึงสิ่งที่อยากทำเพิ่มเติม คุณโอ๊ตเคยมีความคิดที่อยากจะทำเรซที่มีหัวลากรถบรรทุก เรซรถพ่วงข้าง หรือเรซที่เคยทำไปแล้วอย่าง Chang Classic Car ก็อยากจะดึงกลับมาต่อยอดเพื่อทำต่อในรูปแบบที่ไม่ใช่แค่กิจกรรมในการแข่งขัน แต่จัดเป็นอีเวนต์ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปร่วมสนุกด้วยกัน เพียงแต่ตารางของสนามในปัจจุบันนั้นแน่นมากพอสมควร จึงค่อนข้างยากที่จะจัดอีเวนต์เพิ่มเติม ส่วนเรื่องโค้ง 12 โค้งในสนาม คุณโอ๊ตยืนยันว่าไม่ต้องการที่จะปรับเปลี่ยนอะไร ที่เป็นอยู่แบบนี้ดีอยู่แล้ว เพราะนี่คือเสน่ห์ของ “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” ที่ทำให้สนามแห่งนี้สามารถยืนหยัดอยู่ได้มาเป็นทศวรรษ ความสนุกแบบเฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่อื่น

ชี้แจงเรื่องราวดราม่าเล็ก ๆ จากนักแข่งที่มีต่อลักษณะของสนาม

แม้ว่าสนามช้างฯ จะเป็นสนามแข่งรถมาตรฐานสากล ก็ไม่ได้หมายความจะเป็นสนามโปรดของนักแข่งเสมอไป ครั้งหนึ่งที่ วาเลนตีโน รอสซี (Valentino Rossi) มาทำการทดสอบรถที่สนามช้างฯ หรือการที่นักแข่งบางคนเคยวิจารณ์ว่าสนามนั้นน่าเบื่อและไกล ออกสื่อต่างประเทศ ในขณะที่ ณ สนามแห่งเดียวกันนี้ กลับเป็นสนามโปรดของ มาร์ก มาร์เกซ (Marc Márquez) คุณโอ๊ตกลับมองว่าคำติชมจากนักแข่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ อย่างไรก็ดี มันอยู่ที่การตีความคำว่า “น่าเบื่อ” ว่าของแต่ละคนเป็นอย่างไร เท่ากันหรือไม่ เพราะท้ายที่สุดนั่นคือความคิดเห็นส่วนตัวเฉพาะบุคคลและความถนัดเฉพาะตัวของนักแข่งมากกว่า

ถึงอย่างนั้น คุณโอ๊ตชี้แจงว่า สนามช้างฯ แห่งนี้ ถูกออกแบบมาให้เป็น High-Speed Circuit ซึ่งถือว่าเป็นสนามที่ใช้ความเร็วสูงมาก ๆ แห่งหนึ่งของโลก และเป็นสนามที่เหมาะกับเทรนด์แข่งรถยุคใหม่ ที่การประเมินสนามด้วยสายตาเฉย ๆ อาจจะดูเหมือนว่าขับง่าย แต่การทำเวลาให้เร็วเป็นเรื่องท้าทายมาก เนื่องจากไลน์การเข้าโค้งมีหลากหลาย สนามลักษณะนี้จึงตอบโจทย์การแข่งขันที่วัดผลแพ้ชนะกันที่ความเร็ว ไม่ใช่ความยากความง่าย

เผยไม้เด็ดในการมัดใจ Dorna Sports และความพร้อมสู่ MotoGP 2027

สำหรับแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ต อาจมองว่าสนามช้างฯ บุรีรัมย์ นั้นอยู่ไกลจากสนามบินหลักของประเทศ ทว่าเส้นทางการเดินทางมายังบุรีรัมย์นั้นล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และแม้ว่าสนามจะไกล แต่แฟน ๆ จำนวนมากก็ยังคงให้การตอบรับ MotoGP เป็นอย่างดีเสมอมา ซึ่งนี่แหละคือไม้เด็ดสำคัญที่สนามช้างฯ สามารถชนะใจ Dorna Sport (ผู้จัดการแข่งขัน MotoGP) ได้เสมอมา การที่ “แฟนคลับชาวไทย” ยังคงแห่แหนเข้ามารับชมการแข่งขันที่สนามอย่างล้นหลามในทุก ๆ ปีจนติดอันดับต้น ๆ ของโลก ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้จัดการแข่งขันเลือกใช้สนามช้างฯ เพราะในฐานะผู้จัด ก็ต่างคาดหวังว่าต้องจัดในที่ที่มีผู้ชมเข้าชมเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในอดีต สนามช้างฯ มักจะเป็นสนามสำหรับจัดการแข่งขันในช่วงท้าย ๆ ฤดูกาล กระทั่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่สนามช้างฯ ประเทศไทย ถูกเลือกให้เป็นสนามเปิดฤดูกาล ในมุมผู้บริหาร คุณโอ๊ตมองว่าความท้าทายมันแตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องโชคดีมากที่ MotoGP ฤดูกาล 2027 ประเทศไทยได้รับเลือกให้จัดเป็นสนามเปิดฤดูกาลอีกครั้ง แต่จะแตกต่างออกไปตรงที่ในปี 2027 จะเป็นยุคใหม่ของ MotoGP ที่จะมีการปรับใช้กติกาใหม่ เป็นรถแข่ง 850 ซีซี และใช้เทคโนโลยีน้อยลง ทำให้แฟน ๆ MotoGP ทั่วโลกต่างจับตามองว่าการขับขี่จะเป็นอย่างไร ดังนั้น ไม่ใช่แค่แฟน ๆ ที่ตื่นเต้น นักแข่งเองก็ตื่นเต้นเช่นกันที่จะได้เริ่มต้นยุคใหม่ของ MotoGP ที่ประเทศไทยเป็นที่แรก

ส่วนพิธีเปิดในปีหน้า คุณโอ๊ตยังอยากที่จะเน้นย้ำภาพจำความเป็นไทยผ่านกิจกรรมในสนาม อย่างกิจกรรม Tuk Tuk Challenge ต่อเนื่องจากปีนี้ ที่ในพิธีเปิดการแข่งขัน PT Grand Prix of Thailand 2026 มีกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์อย่าง Tuk Tuk Challenge ที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก จนเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก เนื่องจากได้รับผลตอบรับที่ดี อีกทั้งยังคงอยากนำเสนอความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลกในทุกครั้งที่ประเทศไทยเป็นสนามจัดการแข่งขัน ความคิดที่จะสอดแทรกวัฒนธรรมไทยอย่าง “รถตุ๊กตุ๊ก” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของไทยลงไป ก็จะทำให้ผู้ชมได้เห็นว่า “ที่นี่คือสนามแข่งประเทศไทย” รวมถึงยังอาจมีการชูเอกลักษณ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย มวยไทย ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติมักจะนึกถึงประเทศไทยเข้าไปด้วย เมื่อกิจกรรมลักษณะนี้ติดลมบนแล้ว จึงอยากที่จะต่อยอดความสำเร็จต่อไป

เมื่อถูกถามว่าเอาใจช่วยนักแข่ง MotoGP คนไหนเป็นพิเศษหรือไม่ คุณโอ๊ตตอบว่าไม่ได้เอาใจช่วยใครเป็นพิเศษ สืบเนื่องมาจากการที่อยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตมานาน ทำให้มุมมองในการรับชมการแข่งขันเปลี่ยนไป ดังนั้น ในช่วงเวลาของการแข่งขัน จึงไม่ได้รับชมแบบจดจ่ออยู่กับตัวนักแข่งว่าใครจะแซงใคร ใครจะชนะ แต่กลับมองในมิติที่ลึกขึ้น เช่น สภาพของสนามเป็นอย่างไร การเตรียมงานเป็นอย่างไร เรื่องของพิธีเปิด โพเดียมของผู้ชนะ ฯลฯ ซึ่งกลายเป็นอีกมุมมองที่ตัวคุณโอ๊ตและทีมงานมองเห็น นั่นก็คือกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่มากกว่าผลแพ้ชนะในสนาม

สนามช้างฯ จะเป็นอย่างไร หากไม่ได้จัด MotoGP

คำถามที่น่าสนใจก็คือ ในกรณีที่วันหนึ่งหากสนามช้างฯ ไม่ได้รับสิทธิให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP อีกต่อไป ทิศทางของสนามช้างฯ หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร คุณโอ๊ตตอบอย่างมั่นใจว่า ก็จะยังคงเปิดให้เช่าแบบที่ทำอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่มี MotoGP แล้ว แต่สนามยังคงต้องเดินต่อ และยังอยู่ได้ด้วยอีเวนต์อื่น ๆ คือเอาช่วงเวลาที่ปกติจะต้องปิดสนามเพื่อเตรียมจัดงาน MotoGP ไปให้เช่านั่นเอง ซึ่งคุณโอ๊ตชี้แจงว่าในการจัด MotoGP หนึ่งครั้ง สนามต้องปิดเป็นเดือน และนั่นทำให้สูญเสียรายได้ไปค่อนข้างมาก โดยการเปิดให้เช่าจัดอีเวนต์ทั่วไปก็จะช่วยให้ทีมงานทำงานได้ง่ายขึ้น โดยที่ยังมีรายได้เข้าสนามอยู่ตลอด

ทว่านั่นอาจไม่ตอบโจทย์การเป็นสนามช้างฯ เท่าที่ควร เพราะสนามแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อที่จะเป็นแค่สนามสำหรับให้เช่าจัดอีเวนต์ทั่วไปเท่านั้น ต้องมองในภาพรวมว่าทั้งหมดจะต้องโตไปด้วยกัน สนามแข่งรถจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อวงการแข่งรถเติบโต ซึ่งการที่มี MotoGP เข้ามาจัดที่นี่ก็ช่วยให้วงการมอเตอร์สปอร์ตเติบโตขึ้นทั้งหมดตั้งแต่ระดับบน ระดับกลาง และรัดับล่าง การมีอยู่ของ MotoGP จึงถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจแก่เด็ก ๆ ที่อยากเป็นนักแข่งให้ตัดสินใจเดินเข้ามาในวงการการแข่งขันนี้ และอุตสาหกรรมในวงการมอเตอร์สปอร์ตก็จะเติบโตไปด้วยกัน

สำหรับกรณีของการจัด Night Race ในสนามช้างฯ อย่างเช่นที่เคยจัด Endurance 25 ชั่วโมง ในเวลานั้นเคยมีประเด็นเรื่องระดับของไฟที่ไม่เท่ากับมาตรฐาน MotoGP คือไฟในส่วนของการถ่ายทอดสดและในส่วนของการแข่งขัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเรื่องของการเตรียมงานเบื้องหลังมันก็ต้องมีการเตรียมไฟเช่นกัน จะต้องนึกถึงผู้ชมที่เดินทางมาทั้งหมด การเดินทางในเวลากลางคืน ลานจอดรถ หรือส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาจจะต้องมาพูดคุยกันถึงข้อดี-ข้อเสียอีกครั้ง ว่าถ้าจัดเป็น Night Race แล้วจะมีอะไรดีขึ้นบ้าง หากมีคนดูในสนามมากขึ้นและมีคนดูจากต่างประเทศมากขึ้น ก็อาจเป็นโจทย์ใหม่ว่าทำไมถึงควรจะลงทุนทำ Night Race

สนามช้างฯ กับการเมือง!

จากกรณีที่สนามช้างฯ เคยถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองในหลาย ๆ ประเด็น ในขณะที่ทางสนามก็ยังคงเดินหน้าเตรียมงานที่กำลังจะเกิดขึ้น กรณีดังกล่าว คุณโอ๊ตชี้แจงในเบื้องต้นว่าจะตอบเท่าที่ตอบได้ สำหรับเรื่องข่าวลือต่าง ๆ ส่วนตัวแล้วคุณโอ๊ตมองว่ามันก็เป็นแค่ข่าวลือ ในปัจจุบันผู้คนมีโซเชียลมีเดียอยู่ในมือ อยากจะทำอะไรก็ทำได้ ทว่าก็ต้องไปดูในเรื่องของข้อเท็จจริงที่ต้องมีการพิสูจน์กันอีกที และถ้าหากข้อเท็จจริงบางอย่างถูกบิดเบือนจนองค์กรได้รับความเสียหาย สุดท้ายแล้วก็อาจมีการใช้สิทธิทางกฎหมายในการจัดการ

สำหรับเรื่องที่ว่าสนามช้างฯ เป็นสนามมาตรฐานระดับ Formula 1 เรามีโอกาสที่จะได้เห็นรถ F1 ลงมาวิ่งในสนามแห่งนี้หรือไม่ คุณโอ๊ตตอบว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะดึงการแข่งขันระดับ Formula 1 มาจัดที่เมืองไทยหรือไม่ แต่ในฐานะที่เป็นคนในวงการมอเตอร์สปอร์ต คุณโอ๊ตอยากให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันทุกอย่างอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างอยู่ที่ความคุ้มค่า จากตัวเลขที่เคยมีการสำรวจมา พบว่ามันใช้งบประมาณสูงกว่า MotoGP เป็นสิบเท่า คุณโอ๊ตเองก็สนใจเหมือนกันว่าในท้ายที่สุดมันจะคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าทาง Formula 1 อยากจะมาจัดการแข่งขันที่สนามช้างฯ คุณโอ๊ตยืนยันว่าทางสนามช้างฯ ยินดีให้ใช้สนามได้ฟรี ด้วยความตั้งใจที่อยากให้การแข่งขันระดับนี้มันเกิดในเมืองไทย และทีมงานทุกคนพร้อมที่จะทำ ทว่าก็ยังเป็นเรื่องของงบประมาณที่จะต้องตอบให้ได้ว่าคุ้มค่าหรือไม่ กับตัวเลข 4 หมื่นกว่าล้านบาท สำหรับการแข่งขัน 5 ปี

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวการเดินทางกว่า 12 ปี ของ “สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” จังหวัดบุรีรัมย์ และก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ของการจัดการแข่งขัน ThaiGP ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยทั้งแบบสองล้อและสี่ล้อ มีรายการแข่งมากมายถูกจัดขึ้นที่นี่ มีนักแข่งมากหน้าหลายตามาเยือนที่นี่ และนักแข่งหลายคนสามารถยกระดับตนเองให้สูงขึ้นเพื่อไปโลดแล่นในรายการต่าง ๆ นี่คือตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมที่สุดสำหรับความสำเร็จของสนามช้างฯ การเดินทางของสนามแห่งนี้จะยังคงเดินหน้าต่อไปในวงการมอเตอร์สปอร์ต สุดท้ายนี้ หากใครได้ไปเยือนสนามช้างฯ ก็อย่าลืมแวะไปที่ “ไก่ย่างสีดา” ร้านเด็ดที่คุณโอ๊ตแนะนำ!