Home Uncategorized ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 7)

ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 7)

ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนแรก)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 2)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 3)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 4)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 5)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 6)

เมื่อครั้งก่อน ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia เราได้พาไปตะลุย Moomin Museum หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Moomin House ซึ่งมี “ห้องสมุด Moomin” หนังสือ Moomin หลากหลายภาษาที่เมือง Tampere ประเทศ “ฟินแลนด์” พร้อมพาเที่ยว Moomin World คือสวนสนุกหรือ Theme Park และ Moomin Valley ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแวะดื่มกาแฟที่ Moomin Café กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับกระผม

ในตอนนี้เราจะพาไปเที่ยวสถานที่อื่นๆ ใน “ฟินแลนด์” กันต่อนะครับ

แต่ก่อนจะไปสัมผัส Landmark อื่นๆ ในระดับ Highlight หรือ World Class ของ “ฟินแลนด์” ผมอยากแวะเวียนไปเขียนถึง “จุดเด่น” หรือ “มนต์เสน่ห์” ประการสำคัญของ “ฟินแลนด์” กันสักนิดหนึ่ง

นั่นก็คือเรื่องราวของ “การศึกษา” ครับ

เพราะเป็นที่ทราบกันดีในแวดวงการศึกษาระดับโลก ว่า “ฟินแลนด์” นั้นมี “ระบบการศึกษา” ที่ดีเยี่ยม และ “ระบบการศึกษา” ที่ดีเยี่ยมนี้เอง ได้เป็นบ่อเกิดหรือจุดกำเนิดของสิ่งต่างๆ อันหลากหลาย ที่นำพาให้ “ฟินแลนด์” เป็นประเทศชั้นนำในระดับ World Class โดยมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นผลพลอยได้

เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ “ฟินแลนด์” มี “ระบบการศึกษา” ที่ดีเยี่ยม หรือพูดอีกแบบก็คือ “ฟินแลนด์” มี “ระบบการศึกษา” ที่ดีที่สุดในโลกก็คือ การที่รัฐเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาให้ผู้เรียนทั้งหมด ทุกคนในระบบการศึกษาภาคบังคับ (อ.1-ม.3) โดยเฉพาะ การที่ “ฟินแลนด์” เป็นประเทศอันดับหนึ่งในเรื่องของการผลิต “หนังสือสำหรับเด็ก” โดยมี Moomin เป็นธงนำนั่นเองครับ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ “ฟินแลนด์” มี “ระบบการศึกษา” ที่ดีที่สุดในโลกก็คือ การยกระดับวิทยฐานะของ “ครู”

เพราะ “คนที่เก่งที่สุดของประเทศ” เท่านั้น จึงเข้ามาเป็น “ครู” ได้

อีกทั้ง อาชีพ “ครู” เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับนับถือจากสังคม “เทียบเท่าแพทย์” นั่นเองครับ!!!

โดย “ครูประจำชั้น” นั้น จะต้องจบการศึกษาด้านครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ ในระดับระดับปริญญาโท จากคณะศึกษาศาสตร์ หรือคณะครุศาสตร์ สาขาใดก็ได้ แต่หากเป็นสาขาแนะแนว หรือปฐมวัย หรือจิตวิทยา จะดีมาก โดยจะต้องจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของ “ฟินแลนด์” เอง หรือมหาวิทยาลัยระดับโลกอื่นๆ ที่ทางการ “ฟินแลนด์” ให้การยอมรับ

ส่วน “ครูผู้สอน” ก็จะต้องจบการศึกษาในคณะวิชาที่สอนก่อนแบบ “สายตรง” ก่อน จึงจะได้รับอนุญาตให้ศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาโทในคณะศึกษาศาสตร์ หรือหรือคณะครุศาสตร์ นั่นเองครับ

แต่สิ่งที่ผมคิดว่าเป็น “ปรัชญาการศึกษา” ที่สำคัญที่สุดของ “ฟินแลนด์” ก็คือ “การศึกษาไม่ใช่เรื่องของการแข่งขัน”

เมื่อ “การศึกษาไม่ใช่เรื่องของการแข่งขัน” ระบบการศึกษาของ “ฟินแลนด์” จึง “ไม่เน้นเกรดเฉลี่ย” นั่นหมายถึง จุดเน้นของการจัดการศึกษาของ “ฟินแลนด์” เน้นหนักไปที่ “การเรียนคือการพัฒนาความรู้” และ “การเรียนคือการสร้างความเข้าใจในสิ่งที่เรียนรู้” ที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากกว่า “เกรดเฉลี่ย”

เมื่อทางการ “ฟินแลนด์” เห็นว่า “เกรดเฉลี่ย” คือเป็น “ตัวแบ่งแยก” ที่ “สร้างความอับอายให้แก่เด็กๆ” ภาครัฐจึงสร้างบรรยากาศของการจัดการเรียนการสอน ที่จะทำอย่างไรให้เด็กๆ มีความสนใจในการเรียนรู้มากกว่าการสอบแข่งขัน

ดังนั้น “ระบบการศึกษา” ของ “ฟินแลนด์” จึง “ไม่มีข้อสอบกลาง” ด้วยความเชื่อที่ว่า แต่ละโรงเรียนมีจุดประสงค์ และเป้าหมายในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเด็กๆ ที่แตกต่างกันนั่นเอง จึงทำให้ “ฟินแลนด์” ไม่มีการกำหนด “ข้อสอบมาตรฐาน” หรือ “ข้อสอบกลาง” เพื่อใช้ผลคะแนนเป็นตัวชี้วัดสมรรถนะของเด็กๆ

ที่สำคัญก็คือ การสร้างบรรยากาศการเปิดเผยตัวตนของเด็กๆ ให้ออกมาได้อย่างชัดเจน ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร หมายถึง โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร โรงเรียนก็จะส่งเสริม แนะแนว และชี้ทางสว่างอันสร้างสรรค์นั้นๆ ให้กับเด็กๆ นั่นเองครับ

และปัจจัยสุดท้าย ซึ่งผมคิดว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือประเด็น “การบริหาร”

เพราะ “ระบบบริหารการศึกษา” ของ “ฟินแลนด์” นั้น เน้นการจ้าง “นักบริหารมืออาชีพ” จากภายนอกให้มาบริหารโรงเรียน โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเคร่งครัดและเข้มงวดของ “คณะกรรมการโรงเรียน”

หาก “ผู้อำนวยการ” ท่านใด ผลงานไม่เข้าตา ก็จะไม่ได้รับ “การต่อสัญญา” หรือถูก “ยกเลิกสัญญา” ได้ทุกเวลานั่นเองครับ

แปลไทยเป็นไทยก็คือ “ระบบบริหารการศึกษา” ของ “ฟินแลนด์” จะไม่มีการใช้ระบบบริหารโรงเรียนแบบ “รัฐราชการ” หรือนำระบบอาวุโสคือ “อายุราชการ” มาเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก “ผู้อำนวยการ” และจะไม่มีการดัน “ครู” ของโรงเรียนให้ขึ้นมาเป็นผู้บริหาร

เพราะหลักปรัชญาด้านการ “บริหารการศึกษา” นั้น รัฐบาล “ฟินแลนด์” เชื่อว่า บุคคลที่มีความสามารถในการบริหารจริงๆ เท่านั้น จึงจะเป็น “ผู้บริหารที่ดีได้” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการ “สอนเก่ง” หรือมี “ภาวะผู้นำทางวิชาการ” ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่สมการที่จะแปลว่าคนคนนั้นจะเก่งในด้านการบริหารโรงเรียนนั่นเองครับ

ในสัปดาห์หน้า เราจะมาปิดทริป “ทัวร์ฟินแลนด์” ด้วยการเก็บตก Highlight สถานที่ท่องเที่ยวที่เหลือทั้งหมดของ “ฟินแลนด์” แล้วเราจะไปต่อกันที่ “นอร์เวย์” ในครั้งต่อๆ ไปนะครับผม สำหรับครั้งนี้ ขอกล่าวคำว่า สวัสดีครับ

ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 8)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 9)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 10)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 11)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 12)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 13)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 14)