Home Interview Exclusive Talk : Pump Speed Pump Speed : หากคุณเคยไปเดินงาน Motor Expo คุณควรรู้จัก “ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์”

Pump Speed : หากคุณเคยไปเดินงาน Motor Expo คุณควรรู้จัก “ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์”

ช่วง Pump Speed จากรายการ World Of Speed ที่จะพาคุณผู้ชมทุกท่านไปพูดคุยแบบ Exclusive กับแขกรับเชิญผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงการมอเตอร์สปอร์ต ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแข่งเสมอไป เทปนี้เดินทางไปยังบริษัท สื่อสากล จำกัด เพื่อพูดคุยโน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์กับ คุณลุงใจดี “ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์” ประธานจัดงาน Thailand International Motor Expo (งาน Motor Expo) และอดีตนายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่จะมาเล่าย้อนวันวานถึงเส้นทางประวัติศาสตร์บทหนึ่งของวงการมอเตอร์สปอร์ไทย เป็นสื่อทำนิตยสารยานยนต์อยู่ดี ๆ ก็เกิดอยากลองจัดมหกรรมยานยนต์ขึ้นมา และกลายเป็นงานจัดแสดงยานยนต์งานหนึ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศไทยในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นจากนิตยสารรถยนต์สู่งานมหกรรมยานยนต์

คุณขวัญชัยเล่าว่าจุดเริ่มต้นในแวดวงยานยนต์ของตนเองนั้น เริ่มมาจากการทำ นิตยสารรถยนต์ Formula ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทหนึ่ง โดยเขาตั้งใจจะให้มันทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตรถยนต์และผู้อ่าน หลังจากที่ทำนิตยสารมาได้ 7 ปี (และกำลังจะครบรอบ 50 ปีช่วงสิ้นปี 2569 นี้) โดยมีรายได้อยู่พอสมควรแต่ไม่ได้มากเท่าไร คุณขวัญชัยก็เริ่มรู้สึกว่า “ทำอย่างอื่นบ้างดีกว่า” บวกกับเคยมีประสบการณ์จากการไปเที่ยวต่างประเทศและมีโอกาสได้ไปเดินเล่นในงานแสดงรถยนต์ และเคยเห็นงาน Motor Show (งาน Bangkok International Motor Show) ของ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา สมัยที่ยังจัดที่สวนอัมพร เลยเห็นศักยภาพว่าตนเองน่าจะทำได้เหมือนกัน จากข้อได้เปรียบที่รู้จักทั้งผู้อ่านนิตยสารและผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่าง ๆ ก็เลยเริ่มลองจัดงานแสดงยานยนต์ Motor Expo (งาน Thailand International Motor Expo) ของตัวเองขึ้นมา

ถ้าหากย้อนไปในนิตยสาร Formula ก็จะเห็นว่าในนั้นมักจะมีพื้นที่ของ “มอเตอร์สปอร์ต” อยู่เสมอ และเมื่อจัดงาน Motor Expo ขึ้นมา คุณขวัญชัยก็ยังคงให้ความสำคัญกับพื้นที่ของมอเตอร์สปอร์ตในงาน Motor Expo เหมือนอย่างเคยมาตลอด เหตุผลก็คือความผูกพันที่มีจากการเป็นหนึ่งในสมาชิกของ “ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (รยสท.)” มานานมากแล้ว ดังนั้น ทุกปีที่จัดงาน Motor Expo ขึ้น จึงได้มีการเตรียมพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ให้กับทาง รยสท. สำหรับการจัดแสดงอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการแข่งรถอยู่เป็นประจำ

ไม่เพียงเท่านั้น คุณขวัญชัยยังได้เฉลยที่มาของแนวคิดงาน Motor Expo ในปี 2026 ที่ว่า “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์” ว่าแนวคิดนี้ถูกคิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ปี 2025 แล้ว โดยมีที่มาจากเพลง Here, There and Everywhere ของวง The Beatles ถ้าแปลออกมาแบบขำ ๆ มันก็คือ “โน่น นี่ นั่น” ซึ่งก็เข้ากับคำติดปากของคนไทยไม่น้อย และคิดว่ามันน่าจะเข้ากันได้กับงานแสดงยานยนต์ด้วย จึงมีการดัดแปลงเล็กน้อยให้เป็น “Here, There and Every Car” ที่สามารถสื่อถึงความหลากหลายของยานยนต์ที่มีให้เลือกชมในงานได้เป็นอย่างดี

หากใครมีแผนว่าจะออกรถใหม่ในช่วงปลายปีนี้ และอยากไปเดินเล่นในงาน Motor Expo 2026 ก็สามารถไปเจอกับคุณขวัญชัยได้ในวันที่ 2-3 ธันวาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ไม่ได้ชอบความเร็ว แต่หลงใหลในแรลลี่

ถึงอย่างนั้น ความหลงใหลในมอเตอร์สปอร์ตของคุณขวัญชัย เจ้าตัวยอมรับว่าเขาไม่ได้นิยมการแข่งรถแบบใช้ความเร็วเท่าไรนัก แต่เขาชื่นชอบ “การแข่งแรลลี่” มากกว่า โดยเหตุผลที่เขาชอบการแข่งแรลลี่มากกว่าการแข่งรถทางเรียบ ก็เพราะเขาชอบการเดินทางที่ไม่ซ้ำกัน แรลลี่จะขึ้นอยู่กับสถานที่จัดแข่งและช่วงเวลาในการลงแข่ง มันทำให้เขาได้เห็นเส้นทาง ทัศนียภาพ ความท้าทายใหม่ ๆ และโลกที่มันแตกต่างออกไป ต่างจากการแข่งรถทางเรียบที่ต้องขับวนในสนามเดิม ๆ หลายสิบรอบ ซึ่งก็มีแค่นั้น

อย่างไรก็ตาม ลูกสาวของเขา (ปุ๊ก-ชไมพร ปภัสร์พงษ์) กลับสนใจและชื่นชอบการแข่งรถยนต์ทางเรียบ รวมถึงเป็นสายความเร็วมากกว่า ทางคุณขวัญชัยเองก็ไม่ได้ห้ามอะไร เพียงแต่ถามไถ่บ้างเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายการทำรถแข่ง ซึ่งจำนวนเงินก็อยู่ที่ราว ๆ 500,000 บาท อยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ ไม่ต่างอะไรกับการแต่งรถในสมัยก่อนที่ราคาก็ประมาณนี้ และยิ่งเป็นรถสมัยปัจจุบันด้วยเงินจำนวนนี้ก็ไม่ได้แพงอะไร ก็เลยตามใจให้ลูกสาวได้ทำ

พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับประธานจัดงานจัดแสดงยานยนต์ก็คือ พฤติกรรมของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อรถ คุณขวัญชัยยกตัวอย่างจากสมัยของตัวเอง ว่าคนรุ่นก่อนเวลาที่คิดจะซื้อรถนั้นจะตัดสินใจซื้อค่อนข้างยาก คิดเยอะ และยึดติดกับแบรนด์เป็นหลัก ถ้าชอบรถแบรนด์ไหนแล้วก็จะปักใจอยู่แค่แบรนด์นั้นไม่มองแบรนด์อื่น แต่กับคนรุ่นต่อมาอย่าง Gen X, Gen Y หรือ Gen Z การตัดสินใจซื้อรถจะง่ายขึ้น โดยเน้นปัจจัยหลักสองอย่างในการตัดสินใจ คือ “สวย” และ “ราคาถูก/คุ้มค่า” ถ้ามีครบสองปัจจัยก็ซื้อเลย และจะไม่ค่อยยึดติดกับแบรนด์เท่าไรนัก

ขณะเดียวกัน เมื่อถูกตั้งคำถามว่ารถต้นแบบที่คว้าแชมป์ในการแข่งขันต่าง ๆ ในวงการมอเตอร์สปอร์ตนั้น ส่งผลต่อยอดขายของรถบ้านบ้างหรือไม่ เขาให้คำตอบว่าแบรนด์และรุ่นของรถที่คว้าชัยชนะจากการแข่งขันได้นั้น เคยมีผลค่อนข้างมากในเรื่องของภาพลักษณ์ เมื่อคนรุ่นก่อน ๆ เห็นว่ารถแบรนด์นี้รุ่นนี้แข่งชนะ ก็จะเริ่มคิดว่ามัน “น่าจะดี” และคำว่า “น่าจะ” ที่เข้ามาอยู่ในสมองนี้เองที่เป็นส่วนหนึ่งสำหรับประกอบการตัดสินใจซื้อรถของคนรุ่นก่อน

ส่วนช่วงเวลาของการจัดงาน Motor Expo ที่จะจัดขึ้นช่วงปลายปีของทุกปีนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีเหตุผลที่สำคัญคือคนส่วนใหญ่ เมื่อเริ่มมีแผนที่จะซื้อรถมักต้องใช้เวลาและการวางแผนก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ว่าคิดจะซื้อเมื่อไรก็ซื้อเลยทันที โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนทั่วไปและคนรุ่นก่อนที่จะคิดมากพอสมควร ซึ่งช่วงปลายปี ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เป็นช่วงที่เงินโบนัสออกและเริ่มมีการปรับขึ้นเงินเดือน ทำให้ผู้บริโภคมีความพร้อมและความสะดวกทางการเงินประกอบการตัดสินใจที่จะซื้อรถจากในงานได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

มุมมองต่อรถยนต์จากสายตาของนักสะสมรถโบราณตัวยง

หากให้เลือกรถแข่งคลาสสิกสักคันที่อยากนำกลับมาจัดแสดงในงาน Motor Expo ให้ได้สักครั้ง คุณขวัญชัยบอกว่าอยากนำ Ford Escort คันที่เคยขับแข่งและชนะในอดีตกลับมาจัดแสดง เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นประวัติศาสตร์ของมัน รวมถึงความหลงใหลในด้านรถยนต์ของผู้จัดงานด้วย แต่ก็คิดว่ามันคงจะหาไม่ได้แล้ว เพราะมันหมดยุคไปนานแล้ว

อย่างไรก็ดี ในฐานะของประธานจัดงาน Motor Expo และอดีตนายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่รั้งตำแหน่งยาวนานกว่า 25 ปี ก็ทำให้บทบาทการทำงานของเขาค่อนข้างแตกต่างและย้อนแย้งในส่วนของรถโบราณกับรถใหม่ป้ายแดง เขาบอกว่าเขาชอบรถมาตั้งแต่เด็ก ๆ และเคยนั่งจด 3 ฟ. ด้วยมือ คือ โฟล์ก (สวาเกน) (Volkswagen) ฟอร์ด (Ford) และเฟียต (Fiat) พอเริ่มมาจัดงาน Motor Expo นิสัยนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ทว่าอาจต้องคำนึงถึงวัยของผู้เข้าชมงาน เพราะการที่คนเข้ามาดูรถหรือเลือกซื้อรถในงาน อะไรหลาย ๆ อย่างมันอาจจะเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนแล้ว จึงต้องมีอะไรที่พิเศษที่จะทำให้ผู้เข้าชมงานรู้สึกว่าการมาเดินชมงานนั้นได้ประโยชน์กลับไปบ้างไม่มากก็น้อย

และหากถามถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กับการเป็น “รถสะสม” ว่าในอนาคตอีก 50 ปีหรือ 100 ปีข้างหน้า มันจะกลายเป็นรถโบราณที่ควรค่าแก่การสะสมหรือไม่ ในมุมมองของคนที่ชื่นชอบในรถโบราณ คุณขวัญชัยมองว่า รถ EV ทั่ว ๆ ไปอาจไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการสะสมเหมือนรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต เพราะกลไกมันเรียบง่ายเกินไป ไม่มีเกียร์ ไม่มีเฟืองท้ายที่ซับซ้อน มีเพียงแบตเตอรี่ที่ใหญ่บ้างเล็กบ้างตามสัดส่วน แบตใหญ่ก็จุไฟได้มากกว่า วิ่งได้ไกลกว่าก็แค่นั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ฉะนั้น ส่วนตัวเขาจึงไม่ค่อยเชื่อว่ามันจะมีความน่าสนใจมากพอที่จะเก็บสะสม เว้นแต่จะเป็นรุ่นที่มีเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์จริง ๆ หรือเป็นโมเดลพิเศษในระดับที่เรียกกันว่า Rolls-Royce ของจีน นั่นก็อาจจะมีคุณค่าที่ควรค่าแก่การสะสมได้ แต่ถ้ารถรุ่นธรรมดาก็อาจจะยัง

โดยส่วนตัวของคุณขวัญชัย เขานิยมเก็บสะสมรถรุ่นที่มีน้อย ซึ่งสำหรับรถคลาสสิกหายากในคอลเลกชันส่วนตัวของเขา หากมีคนมาขอซื้อต่อและยอมทุ่มราคาให้ไม่อั้น รถคันเดียวที่เขายืนยันว่าไม่คิดจะขายและให้เท่าไรก็ไม่มีทางขายคือ MG TB รถสปอร์ตคลาสสิกที่ผลิตออกมาเพียงประมาณ 389 คันทั่วโลก มันหาได้ยากมากแม้แต่ในต่างประเทศ มันจึงเป็นคันที่เขารักและภูมิใจมาก มันน่านำมาอวดและน่าเล่าให้ใครต่อใครฟังจากประวัติศาสตร์ของมัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีการเปรยขำ ๆ ว่าถ้ามีคนเสนอหลัก 10 ล้านบาทก็อาจจะลองพิจารณาดูใหม่ก็ได้

อนาคตของพลังงานทางเลือกและทางรอดของเครื่องยนต์สันดาป

คุณขวัญชัยยอมรับว่า “จีน” คือผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการรถ EV ด้วยการก้าวกระโดดมาเล่นรถ EV เพราะรู้ว่าหากทำเครื่องยนต์สันดาปแข่งกับญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรป จะตามหลังได้ยากและอาจตามไม่ทัน ส่วนยุโรปนั้น ปัจจุบันก็เริ่มชะลอเป้าหมายการยกเลิกเครื่องยนต์สันดาปที่เคยตั้งกันไว้ เพื่อเปิดทางให้กับการใช้พลังงาน eFuels (การนำสังเคราะห์ไฮโดรเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์มาทำเป็นเชื้อเพลิงสะอาด) ตามแนวคิดของ Porsche จากนั้นมาก็เลยเปลี่ยนเป้าหมาย ยกเลิกเป้าหมายการเลิกผลิตรถสันดาป แต่เปลี่ยนมาบังคับใช้ eFuels แทน ซึ่งก็อาจเป็นอีกทางเลือกสำคัญที่มาควบคู่กับ EV ในอนาคต

Pump Speed ในเทปนี้ เป็นอีกหนึ่งเทปที่เต็มอิ่มกับเรื่องราวความเป็นมาของงานมหกรรมยานยนต์สุดยิ่งใหญ่ช่วงปลายปีของเมืองไทย และได้ทำความรู้จักกับคุณลุงใจดี “ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์” ผู้เป็นประธานจัดงาน Motor Expo ที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้จักกับคุณลุงผู้นี้มาก่อนเลย ทั้งที่เคยเข้าไปเดินเล่นหรือซื้อรถยนต์ในงาน Motor Expo