Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย bZ4X ไป-กลับ “กทม. – บุรีรัมย์” 640 บาท

bZ4X ไป-กลับ “กทม. – บุรีรัมย์” 640 บาท

หลังจากได้แต่ลูบคลำตอนเปิดตัวที่ Toyota Alive บางนา มาจนถึงได้เห็นในงานแสดงรถยนต์อยู่หลายครั้ง ในที่สุดผมเองก็ได้โอกาสลองขับ Toyota bZ4X เสียทีครับ โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมและทีมงาน World of Speed สุดขีดความเร็ว มีโอกาสได้ขับ EV รุ่นแรกของโตโยต้าที่ทำตลาดในไทย เส้นทางกทม. – บุรีรัมย์ – กทม.

ที่มาของชื่อรุ่น bZ4X คันนี้ เริ่มจาก bZ ย่อมาจาก Beyond Zero หมายถึงของรถที่ใช้แบตเตอรี่-ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ส่วนเลข 4 มาจาก โตโยต้า RAV4 รถรุ่นที่เป็นต้นแบบในการพัฒนามาสู่คันนี้ ขณะที่ X เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงกลุ่มรถ crossover compact SUV นั่นเองครับ

เป้าหมายของทีมงาน คือการแข่งขัน NEXZTER BRIC Superbike 2026 สนามที่ 2 ที่บุรีรัมย์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสได้ขับรถไฟฟ้าข้ามจังหวัดระยะทางแตะ 400 กิโลเมตร นั่นทำให้ก่อนเดินทางก็ต้องวางแผนว่าจะไปเข้าพิตสตอปชาร์จไฟที่ไหนดี เพราะ bZ4X รุ่น FWD ที่ได้มาชาร์จไฟเต็ม 100% จากกทม. ขึ้นว่าวิ่งได้ 450 กิโมเมตร

โดยปกติแล้วรถยนต์ไฟฟ้าหลาย ๆ ค่ายที่ผมเองมีโอกาสได้ขับ จะมาพร้อมกับความแรงที่กดปุ๊บกระชากปั๊บจนหลังติดเบาะ แต่จากการทดสอบขับจริงยาว ๆ ไปบุรีรัมย์รอบนี้ bZ4X พิสูจน์ให้เห็นถึง “ปรัชญาการทำรถ” ของโตโยต้าที่ยังต้องคงฟีลลิ่งความเป็นรถยนต์เอาไว้ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือความนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติราวกับขับรถเกียร์ออโต้ปกติ ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังขับรถยนต์เครื่องสันดาป (ICE) ไม่มีอาการพุ่งกระชากจนเวียนหัว ไม่มีเสียง “วี้ด ๆ” ของมอเตอร์ไฟฟ้ามากวนใจ รวมถึงจัดการเสียงลมเข้าห้องโดยสารเวลาขับเร็ว ๆ ได้หมดจด ส่วนพอถึงจังหวะที่ต้องเร่งแซง เพียงแค่กดคันเร่งลงไป กำลังจากแบตเตอรี่สู่มอเตอร์แบบฉบับ EV ก็ตอบสนองแบบมาทันที

เราเริ่มต้นเดินทางออกจาก กทม. ด้วยแบตเตอรี่เต็ม 100% หน้าปัดแสดงระยะทางวิ่งได้ประมาณ 450 กิโลเมตร ต้องบอกว่าตัวเลขนี้ “ตรงปก” จำนวนระยะทางที่ขับได้ลดลงอย่างสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับกิโลเมตรที่รถวิ่งไปจริง ๆ ไม่ใช่โชว์ตัวเลขตอนแบตเต็มไว้สูงลิ่ว แต่พอวิ่งจริงแบตกลับลดฮวบฮาบ จุดนี้ซื้อใจคนขับทางไกลได้เต็ม ๆ

ไฮไลต์สำคัญเรื่องค่าใช้จ่ายและจุดชาร์จครับ สำหรับการเติมพลังไฟในทริปนี้ ขาไปผมแวะชาร์จไฟที่ PTT โซนปากช่อง (ประมาณ 150 กิโลเมตรจากกทม.) ซึ่งหลังเติมเต็ม 100% อีกครั้งราคา 167 บาท ก็ซัดยาวไปถึงบุรีรัมย์ โดยตอนไปถึงแบตเตอรี่ลดเหลือ 40% ซึ่งตัวเลขบอกว่าจะวิ่งได้อีก 180 กิโลเมตร

บุรีรัมย์ ผมชาร์จเต็มอีกครั้งในราคา 266 บาท สำหรับการเดินทางกลับกทม. จุดหมายที่ Toyota Alive บางนา ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งขากลับกทม. ผมมาแวะชาร์จอีกครั้งที่ PTT บริเวณสีคิ้ว ราคา 207 บาท ก่อนจะซัดยาวจากสีคิ้วเข้าบางนา ฝ่าด่านรถติด เส้นมิตรภาพและพหลโยธินหลายช่วง ก่อนที่ bZ4X จะไปจอดที่ Toyota Alive บางนา โดยมีแบตเตอรี่เหลือเกือบ 50%

โดยตอนเติมไฟรอบนี้ผมเลือกใช้บริการตู้ PTT EV Station (Hub) ที่จ่ายไฟได้เร็วและเสถียร แวะเข้าห้องน้ำจิบกาแฟครู่เดียว แบตก็พร้อมให้เราไปต่อได้สบาย ๆ และที่สำคัญที่สุดคือทริปไป-กลับกทม. – บุรีรัมย์รอบนี้ จ่ายค่าไฟรวมไปเพียง 640 บาทเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับรถน้ำมันเบนซิน ก็ถูกกว่าเติมน้ำมันราว 5 เท่าเลยทีเดียวครับ

นับเป็นรถอีก 1 รุ่นที่ผมมีโอกาสได้ลองขับแล้วต้องขอกด “หัวใจ” ให้เลย เพราะเป็นรถไฟฟ้าที่ฟีลลิ่งการขับเหมือนกับรถสันดาปเลย (ถ้าขับแบบกดคันเร่งปกติ) แต่หากต้องการแซงก็กดคันเร่งลงไป ความเป็น EV ก็จะตอบสนองทันที ช่วงล่างก็จัดว่าซึมซับแรงกระแทกได้ดี เก็บเสียงดี ที่สำคัญเป็นรถไฟฟ้าแบรนด์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดที่กุมความได้เปรียบด้านความเชื่อมั่นได้มากโข

กับราคาปัจจุบัน ราคา 1,529,000 บาท สำหรับ Toyota bZ4X คันนี้ ซึ่งเป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า นำเข้าทั้งคันจากญี่ปุ่น มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว 224 แรงม้า แบตเตอรี่ 73.1 kWh สำหรับผมมองว่าเป็นรถไฟฟ้าที่ดีมาก ๆ ซึ่งหากโตโยต้าสามารถทำราคาลงมาได้สัก 1-2 แสนบาท รับรองว่าผลิตไม่ทันยอดจองแน่นอนครับ