ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 14)

ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนแรก)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 2)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 3)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 4)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 5)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 6)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 7)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 8)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 9)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 10)

ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 11)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 12)
ย่ำไปทั่วดินแดน Scandinavia (ตอนที่ 13)

ไฮไลท์ของ “ไอซ์แลนด์” แน่นอน คือ “หาดทรายดำ” Reynisfjara

“หาดทรายดำ” Reynisfjara Black Beach นั้น ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “หาดทรายดำ” ที่สวยที่สุดในโลกครับ

Reynisfjara Black Beach เป็นชายหาดที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ “ไอซ์แลนด์”

อันที่จริงจะเรียกว่า “หาดทราย” ก็คงจะไม่ถูกต้อง 100% สักเท่าไหร่ ทั้งนี้เนื่องเพราะบนชายหาดแห่งนี้ช่างเต็มไปด้วย “กรวดดำ” ครับ

ทว่าเมื่อเรามองดูจากระยะไกล เม็ด “กรวด” ดำ ที่สะสมตัวกันบริเวณชายหาด จะแลคล้าย “ทราย” นั่นเอง

“กรวดดำ” เหล่านี้เกิดจากการสึกกร่อนของหินลาวา ที่ถูกพัดพาไปสะสมตัวบริเวณชายหาด

ดังนั้น “กรวดดำ” พวกนี้จึงมีความหนาแน่นและทนทานต่อการแหลกสลายเป็นอย่างมากนั่นเอง

นอกจาก “หาดกรวดดำ” แล้ว บริเวณนี้ยังมีแนวหินบะซอลต์ ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย

ไฮไลท์ต่อมาของ “ไอซ์แลนด์” นอกจาก “หาดทรายดำ” Reynisfjara Black Beach แล้ว อีกสถานที่หนึ่งซึ่งมีความน่าสนไม่แพ้กันก็คือ “ภูเขาไฟ” Eyjafjallajokull

Eyjafjallajokull คือ “ภูเขาไฟ” ที่ยังไม่มอดไหม้นะครับ

เพราะ “ภูเขาไฟ” Eyjafjallajokull นั้นยังมีความ Active อยู่นั่นเอง

แต่ก็จัดว่าเป็นสถานที่ต้องห้ามพลาดอีกแห่งถ้ามาทัวร์ “ไอซ์แลนด์” ครับ

ไฮไลท์ต่อมาของ “ไอซ์แลนด์” นอกจาก “หาดทรายดำ” Reynisfjara Black Beach และ “ภูเขาไฟ” Eyjafjallajokull แล้ว

ไฮไลท์สำคัญอีกแห่งก็คือ “ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave นั่นเอง

The Crystal Ice Cave หรือ “ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมือง Skaftafell ครับ

“ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave แห่งนี้ถือเป็นถ้ำน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก!

 มีความใสและเงางามประดุจดั่งแก้วคริสตัลเลยทีเดียว

โดยเฉพาะเมื่อรองรับการตกกระทบแสงแดดสีทอง และท้องฟ้าสีคราม

ทำให้เกิดสีสันสวยงามราวอัญมณีเลยทีเดียวครับ

“ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave แห่งนี้ เป็น “ถ้ำน้ำแข็ง” ที่เกิดขึ้นจากการสะสมของหิมะที่ก่อตัวทับถมกันมานับล้านปี!

จนกลายเป็น “ภูเขาน้ำแข็ง” และ “ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave ในที่สุดนั่นเองครับ

ปากทางของ “ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave มีลักษณะเป็นปล่องน้ำแข็งสูงประมาณ 20 ฟุต

ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ “ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave แห่งนี้ จะเปลี่ยนรูปร่างไปตามสภาวะภูมิอากาศ

ดังนั้นรูปทรงของ “ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave จึงไม่เหมือนเดิม

นับว่าท้าทายและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเยือน

ก็เพื่อที่จะหวนกลับมาถ่ายรูปที่มีฉาก “ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave ซึ่งไม่ซ้ำกันนั่นเองครับ แม้จะใช้ฉากเดิมก็ตามที

ครับ, นอกจากไฮไลท์หลักของ “ไอซ์แลนด์” คือ “หาดทรายดำ” Reynisfjara Black Beach และ “ภูเขาไฟ” Eyjafjallajokull กับ “ถ้ำน้ำแข็ง” The Crystal Ice Cave แล้ว

“ธารน้ำแข็ง” Jokulsarlon ก็นับว่าเป็นสถานที่ต้องห้ามพลาดเช่นกันครับ

Jokulsarlon คือ “ธารน้ำแข็งหมื่นปี” ที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นเอง

โดย “ธารน้ำแข็ง” Jokulsarlon สภาพเดิมคือ “ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของ “ไอซ์แลนด์” ระหว่างอุทยานแห่งชาติ Skeftalfell และเมือง Hofn 

น้ำแข็งก้อนที่ใหญ่สุดของ “ธารน้ำแข็ง” Jokulsarlon ที่จะค่อยๆ หลอมไหลละลายลงมาจากภูเขาน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ และไหลลงสู่ทะเลในที่สุด

ส่งผลให้ “ธารน้ำแข็ง” Jokulsarlon มีขอบเขตพื้นที่ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆ ปี

ซึ่งในปัจจุบัน “ธารน้ำแข็ง” Jokulsarlon กินพื้นที่กว้างขวางทั้งหมดมากถึง 18 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว

และที่สำคัญก็คือ “ธารน้ำแข็ง” Jokulsarlon มีความลึกในระดับน้ำมากถึง 200 เมตรด้วยกันครับ

บริเวณ Jokulsarlon แห่งนี้ นอกจากจะได้มาชมความงดงามของ “ธารน้ำแข็ง” แล้ว ยังจะได้ส่อง Great Skua “นกทะเลสีดำ” และ Pomarine Jaeger “นกทะเลสีขาว” ในตระกูล “นางนวล” หรือที่เรียกว่า Big Seagulls

แถมยังมี “อุ๋งอุ๋ง” หรือ “สิงโตทะเล” ให้ชมอีกด้วยครับ!

Kangaroo Island

สำหรับการเดินทางมายัง “ธารน้ำแข็ง” Jokulsarlon ก็เช่ารถยนต์ขับมาตามทางหลวงบนเส้นทางหลักที่เรียกว่าถนนวงแหวนที่เชื่อมกันเป็นวงกลมรอบเกาะ

นอกจากนี้ ยังมีรถโดยสารประจำทางจาก Reykjavík มาลงที่เมือง Hofn 

และถ้าจะจับเครื่องจาก Reykjavík ก็ให้มาลงที่สนามบิน Hofn ได้เช่นกัน