
หากยังจำกันได้ ซีรีส์ Flex X Cop ฉายและจบไปในปี 2024 ด้วยความยาว 16 ตอน ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวจากทางช่อง SBS ช่องโทรทัศน์ของเกาหลีผู้สร้างซีรีส์เรื่องนี้ ออกมาคอนเฟิร์มก่อนที่เรื่องจะปิดจบ 2 ตอนสุดท้ายของซีซันแรก ว่าจะดำเนินการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ต่อในซีซันที่ 2 แน่นอน ข่าวในตอนนั้นให้รายละเอียดว่า คนเขียนบทได้เริ่มเขียนบทของซีซันที่ 2 แล้ว และทางทีมงานก็กำลังพูดคุยกับทีมนักแสดงชุดเดิม โดยเฉพาะนักแสดงหลักทั้งสองคนอย่าง “อันโบฮยอน” และ “พัคจีฮยอน” ในการกลับมารับบทเดิม และเพื่อเตรียมจัดตารางการถ่ายทำให้ตรงกัน
หลังจากนั้นพักใหญ่ ก็มีข่าวออกมาอีกเพื่อยืนยันว่า “พัคจีฮยอน” จะไม่ไปต่อใน Flex X Cop 2 เนื่องจากตารางงานไม่ตรงกัน นั่นจึงทำให้ทีมผู้สร้างช่อง SBS ต้องมองหาและคัดเลือกนักแสดงหญิงคนใหม่มารับบทนำแทนในซีซันนี้ ซึ่งอีกไม่กี่เดือนต่อมา หวยก็ไปออกที่ “จองอึนแช” ว่าเธอยืนยันรับบทนำซีรีส์เรื่องนี้ในฐานะตัวละครใหม่ที่เข้ามาแทนตัวละครเดิม โดยเนื้อเรื่องจะเขียนให้ “อีคังฮยอน” หัวหน้าทีมคนเก่า เดินทางไปเข้าโครงการอบรมที่สหรัฐอเมริกา จากนั้นก็มีหัวหน้าทีมคนใหม่เข้ามารับหน้าที่ในตำแหน่งเดิมที่ว่างลง นั่นก็เท่ากับว่าหลัก ๆ แล้ว ซีรีส์ Flex X Cop 2 ได้เปลี่ยนตัวนางเอก (ที่ซีซันที่แล้วก็ไม่ได้มีเลิฟไลน์ให้ลุ้นอะไรมากมาย) ส่วนทีมสายสืบในสถานีกังฮา ยังเป็นตัวละครเดิมและนักแสดงทีมเดิมเกือบทั้งหมด

บอกตามตรงว่าจริง ๆ ก็เสียดายแหละที่ “พัคจีฮยอน” ปฏิเสธที่รับเล่นเรื่องนี้ต่อ ทำไงได้ ในเมื่อตารางของเธอติดถ่ายละครเรื่องอื่นอยู่ในช่วงที่จะถ่ายทำเรื่องนี้ มันเป็นภาคต่อไง เชื่อว่าใคร ๆ ก็คาดหวังว่าจะได้เห็นนักแสดงชุดเดิมกลับมารับบทเดิมเพื่อเล่าเรื่องราวในภาคใหม่ แล้วเธอเป็นตัวละครหลักด้วยมันเลยทำให้รู้สึกสะดุดนิดนึง ถึงอย่างนั้นก็แอบดีใจเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยชอบคาแรกเตอร์ของเธอในเรื่องนี้เท่าไร การที่เปลี่ยนให้ “จองอึนแช” มารับบทแทนในฐานะตัวละครใหม่ จึงทำให้รู้สึกดีมากกว่านอยด์ ด้วยความที่ชื่นชอบเธอเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ดูซีรีส์ The King: Eternal Monarch บุคลิกส่วนตัวของเธอก็เป็นผู้หญิงทึ่สวยก็ได้หล่อก็ดี บทบาทไหนก็ดูทรงอำนาจ ดูเท่ แถมคาริสม่ามาเต็ม ถ้าให้พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นผู้หญิงแซ่บที่มีความหลัว (ผัว) สูงมาก ซึ่งเราชอบผู้หญิงแบบนี้
Flex X Cop 2 หรือชื่อภาษาไทยจาก Disney+ แอปฯ สตรีมมิ่งซับไทยถูกลิขสิทธิ์ว่า คุณชายสายสืบ 2 เป็นการกลับมาสานต่อเรื่องราวความสนุกของ Flex X Cop เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขอเท้าความเดิมจากซีซันที่แล้วสักเล็กน้อย “จินอีซู” นายตำรวจแชโบลผู้ซึ่งจับพลัดจับผลูมาเป็นตำรวจแบบที่ไม่ค่อยจะเต็มใจนัก เริ่มจากการเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่วัน ๆ ไม่ทำอะไร ไม่เอาอะไร ใช้ชีวิตหรรษาและปล่อยจอยไปวัน ๆ กระทั่งถูกเข้าใจผิดว่าเขาเป็นคนร้ายจึงถูกจับกุม ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขานั่นแหละคือคนที่ช่วยตำรวจจับฆาตกรที่ตำรวจยังตามจับไม่ได้ หลังจากความจริงเปิดเผย ทีมตำรวจที่จับผิดตัวต้องรับผิดชอบ บวกกับข่าวที่เขาโดนจับทำให้พ่อที่กำลังจะลงเล่นการเมืองเดือดร้อน เพื่อกู้หน้าให้พ่อ ช่วยพี่ชาย และยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เขาเลยจำใจรับข้อเสนอในการเข้าไปช่วยงานตำรวจ

การรับบทตำรวจของมหาเศรษฐีหนุ่มกระท่อนกระแท่นเล็กน้อยในตอนเริ่มต้น ทั้งตัวเขาเองที่งอแงเพราะโดนพรากชีวิตที่สนุกสนาน การเป็นคุณหนูที่ทั้งชีวิตแทบไม่เคยทำอะไรเอง การเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหัวหน้าทีม ปมความขัดแย้งในครอบครัว และอีกสารพัดเรื่องยิบย่อย ถึงอย่างนั้น เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็นำทักษะต่าง ๆ ที่ได้มาจากการเป็นลูกคนรวยที่มีเงินเรียนนั่นเรียนนี่ไปเรื่อย อย่างการขับเรือ ขับเฮลิคอปเตอร์ มีตั๋วทนาย และที่สำคัญมีเงินเยอะมาก มันช่วยให้การทำงานของเขาในฐานะตำรวจง่ายขึ้น เขาเลยเริ่มสนุกกับการเป็นตำรวจ ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาเองก็มีคุณสมบัติของการเป็นตำรวจสายสืบที่ดี และเริ่มทำงานได้เข้าขากับทีมมากขึ้น
มาในซีซัน 2 “จินอีซู” ชื่อนี้ยังห้าวเป้งเต็มพิกัด ใช้เงินเป็น (เบี้ย) เหมือนเดิม แต่ก็ยังคงรักษาระดับความเก่งแบบสายสืบไว้ มีความฉลาดแกมโกง กะล่อนนิด ๆ หิวแสงหน่อย ๆ แต่ก็ทิ้งลายการใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยตามแบบฉบับลูกเศรษฐีไปจนหมด จากนั้นก็ตัดสินใจเข้าฝึกอบรมที่โรงเรียนตำรวจอย่างเป็นทางการจนจบ และกลับมาประจำการในแผนกสืบสวนอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ทีมหนึ่งตามเดิม โดยหันมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน อย่างไรก็ตาม อะไร ๆ มันก็เปลี่ยนไปในการกลับมาครั้งนี้ หัวหน้าทีมคนเดิมของเขาไม่อยู่ ทำให้ในคดีระเบิดลอบสังหารตัวเขา เขาต้องมาทำงานร่วมกับ “จูฮเยรา” ครูฝึกปีศาจที่เคยไปเป็นครูฝึกชั่วคราวอยู่ที่โรงเรียนตำรวจในตอนที่เขาเรียน ผู้ที่เคยสร้างฝันร้ายและความเข็ดขยาดให้กับเขา ปัจจุบันเธอกลับมาเป็นหัวหน้าทีมต่อต้านการก่อการร้าย และเข้ามาช่วยดูแลคดีระเบิด

หลังจากจบคดีระเบิด เธอเก็บของออกจากสถานีเพื่อกลับไปทำงานตำแหน่งเดิม ในขณะที่เขาก็ยังคงรอหัวหน้าทีมคนใหม่ที่จะเข้ามาในวันจันทร์หน้า ซึ่งใครจะไปคิดว่าหญิงสาวที่เพิ่งเก็บของออกจากสถานีไปเมื่อวันก่อน จะเดินกลับเข้ามาอีกครั้งในฐานะหัวหน้าทีมคนใหม่ของทีมสืบสวนอาชญากรรมอุกฉกรรจ์หนึ่ง นั่นทำให้จากนี้ เราก็ต้องมาตามดูเรื่องราววุ่นวายของการจับคู่กันทำงาน ระหว่างอดีตครูฝึกสุดโหดผู้มาจากนรก กับลูกทีมจอมกวนผู้เก่งฉกาจในเรื่องการใช้เงิน ที่ต้องมาร่วมมือกันปราบปรามเหล่าวายร้ายที่ขยันสร้างความสั่นสะเทือนให้กับสังคมเกาหลี แน่นอนว่าถ้าการทำงานตามระบบราชการมันชักช้ายุ่งยาก เขาก็พร้อมใช้เงินและเส้นสายเพื่อเป็นบัตรผ่านในการทำคดี โดยไม่อิดออดสักนิดว่าต้องจ่ายกี่ล้านวอน!
ผมนี่ทำอะไรธรรมดา ๆ ไม่ได้จริง ๆ
ไม่มีคำพูดไหนของจินอีซูที่จะเชื่อถือได้มากเท่านี้อีกแล้ว 555 เอาจริงนะ ตั้งแต่ซีซันที่แล้วละ การสืบคดีของพี่แก หรือความซับซ้อนของคดีที่พี่แกทำ ยังไม่น่าลุ้นเท่ากับการลุ้นว่าตอนไหนที่พี่แกจะควักเงินออกจากกระเป๋ามาใช้แก้ปัญหาในการทำงาน แล้วแต่ละอย่างนะ มันไม่ใช่แค่คนมีเงินอะ มันคือคนที่สรรหาทำด้วย อย่างอีพีแรกของซีซัน 2 นี้ เปิดเรื่องมาพี่แกก็เว่อร์วังอลังการสมดั่งเป็นจินอีซู คนร้ายหนีออกนอกประเทศไปใช้ชีวิตสำราญอยู่ที่เม็กซิโกเหรอ คำถามคือแล้วไงอะคร้าบบบ? พี่แกเล่นกระเตงเพื่อนร่วมทีมอีก 2 คนนั่งเจ็ตส่วนตัวบินข้ามประเทศไปจับคนร้ายที่อีกซีกโลก ยังไม่พอนะ ยังเช่าคลับที่คนร้ายไปนั่งกินดื่มเพื่อที่จะได้ต่อสู้กันมัน ๆ คือถ้าไม่รวยแบบมีเงินเหลือเฟือจริง ๆ ก็คงโชว์ป๋าแบบพี่แกไม่ได้อะ

แต่ถ้าว่ากันตามตรง นี่เห็นใจคาแรกเตอร์พระเอกมาตั้งแต่ซีซันก่อนแล้วนะ ใครที่ตามดูมาตั้งแต่ภาคแรก จะรู้ว่าสิ่งที่พระเอกทำมันไม่ใช่สิ่งที่คนไร้ความคิดทำ จุดเริ่มต้นทั้งหมดทั้งมวลที่ทำตัวไร้สาระไม่รู้จักโตในตอนนั้น มันก็คือการประชดพ่อแค่นั้นเลยไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นลูกชายของมหาเศรษฐีผู้ที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด แต่ก็รู้ตัวเองอยู่เสมอว่าตัวเองไม่ใช่ลูกรักของพ่อ แถมไม่รู้ด้วยว่าทำไมพ่อถึงไม่รักตัวเอง เจ็บปะล่ะ? แล้วก็ยอมใช้ชีวิตแบบนั้นให้คนอื่นตัดสินด้วยว่าเป็นแค่กาฝากพ่อแม่ ตัวเองทำอะไรไม่เป็น ไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่ได้เรื่อง ไม่เอาถ่าน ไม่เอาอ่าว ไม่เอาอะไรเลย หายใจทิ้งและอวดรวยไปวัน ๆ แค่นั้น ซึ่งปมความขัดแย้งในครอบครัวตรงนี้ก็คลี่คลายจบไปแล้วในซีซันที่แล้ว ลาสบอสก็อยู่ในคุก

เพราะฉะนั้น ก็เลยไม่ได้แปลกใจที่พอเขาตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง จริงจังกับการทำอะไรบางอย่างขึ้นมาใครหรืออะไรก็หยุดเขาไม่ได้ เขาจึงทุ่มเทกับมันมากขนาดนี้ และการที่บอกใครต่อใครว่าตัวเองเป็นคนทำอะไรธรรมดาไม่เป็น จะว่ามันเป็นบุคลิกติดเล่นติดตลกมันก็เรื่องหนึ่ง แต่จริง ๆ มันน่าจะมาจากแรงขับที่ตัวเขาเองอยากทำอยู่แล้ว บวกกับมีศักยภาพมากพอที่จะทำ ทั้งทรัพยากรทางการเงินที่มีชนิดที่ว่าโปรยเล่นก็ไม่หมด และเส้นสายระดับ VVIP ตามคอนเซปต์เดิม “ใช้เงินแก้ปัญหา ใช้เส้นสายปะทะอิทธิพล” ความไม่ธรรมดาที่เขาใช้ขิงคนอื่น จริง ๆ มันก็เป็นความธรรมดาในความรู้สึกของตัวเขาเองนั่นแหละ แค่ทำเป็นเล่นใหญ่และพูดโอ้อวดวอนทรีนเฉย ๆ แบบว่าถ้าปล่อยให้ชีวิตมันเงียบเหงาเกินไป ไม่หาแสง คงจะนอนไม่หลับน่ะ ถึงอย่างนั้นภาคนี้เขาก็เป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะ
เพราะเขาเป็นสายสืบไงครับ ผมไม่อยากจะยอมรับ แต่จินอีซูเขาก็เก่งนะครับ
นี่แหละนะที่เขาว่ากันว่าคนอื่นจะยอมรับเราได้ ก็ต่อเมื่อได้พิสูจน์ตัวเองจากความสามารถที่มีให้เขาเห็น จริงอยู่ที่พระเอกมีความสามารถพิเศษ (ก็ต้องยกให้มันพิเศษแหละ ใช่ว่าใครจะทำตามได้ง่าย ๆ อะนะ) ในการใช้เงินและเส้นสายในการแก้ปัญหา แต่ก็อย่าทำให้เรามีอคติที่จะมองข้ามคุณสมบัติในการเป็นตำรวจสายสืบของเขา สิ่งนั้นเขาก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ในทุก ๆ คดีที่เขารับผิดชอบ เราก็จะเห็นว่าเขาช่างสังเกต เก่งในการคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยง เก่งการต่อสู้ ขับเรือเป็น ขับเฮลิคอปเตอร์ได้ และมีตั๋วทนาย นั่นแปลว่าในช่วงที่เขายังใช้ชีวิตประชดพ่อ เข้าก็ไม่ได้หายใจทิ้งจนสูญเปล่าไปซะทีเดียว เขายังเรียนกฎหมายจบ สอบตั๋วทนายได้ ยังเรียนนั่นเรียนนี่เพิ่มเติม แล้วมันก็สามารถเอามาใช้การได้จริงในชีวิตตำรวจของเขา

การเปิดเรื่องมาในซีซันนี้ มีเรื่องที่น่าภูมิใจสำหรับเขา เมื่อตำรวจทุกคนที่เคยหมั่นไส้เขาในตอนเริ่มเรื่องเมื่อซีซันแรก ยอมรับในตัวตนของเขา ยอมรับในความสามารถของเขา และยอมรับวิธีการทำงานแบบพิสดารเกินเลียนแบบของเขา นั่นก็คือการใช้ทรัพยากรส่วนตัวที่ตัวเองมีในการทำงานหลวง เก๋นะทำเป็นเล่น มันมีตอนที่พระเอกอยากเปิดห้องใต้ดินบ้านร้างเพื่อสืบคดีต่อ แต่เปิดไม่ได้เพราะต้องรอหมายค้น ไม่งั้นถ้าเจออะไรในนั้นก็จะใช้ในชั้นศาลไม่ได้ แต่ขี้เกียจรอหมายค้นไงต่อมอยากรู้อยากเห็นมันทำงานเร็วจนห้ามไม่อยู่ ก็เลยโทรกริ๊งเดียว ซื้อบ้านร้างนี้มาเป็นของตัวเอง แล้วใช้สิทธิ์เจ้าของบ้านพังประตู เออ! เอากับเขาสิ หายากนะคนที่ใช้ทุนตัวเองมหาศาลขนาดนี้เพื่อทำงานให้แผ่นดินน่ะ 555 และในซีซันนี้ เราก็จะเห็นว่าทุกคนยอมรับ (แบบถอนหายใจ) กับวิธีนี้ และยอมตามน้ำ

และไม่ใช่แค่ประเด็นนี้ อีกประเด็นที่ชวนเหยิน (ตามภาษาวัยรุ่นที่แปลว่ายิ้มจนฮุบไม่ได้) ก็คือเคมีของพระเอกนางเอก เคมีที่ไม่ใช่แค่ได้ แต่โคตรได้ เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าซีซันนี้จะใส่เลิฟไลน์เข้ามาหรือเปล่า เพราะซีซันที่แล้วแทบไม่มี มันดูเป็นมิตรภาพและความรู้สึกดี ๆ มากกว่าชวนจิ้นแก้มแตก การปรากฏตัวของตัวละครใหม่ที่เข้ามาเป็นหัวหน้าทีมคนใหม่ ก็ไม่ใช่คนที่จะต้องมาทำความรู้จักกันจากศูนย์ แต่คือคนที่เคยมีอดีตร่วมกันแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม พอขยับมาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ทำงานใกล้ชิดกัน มันก็มีเคมีของความเป็นคู่หูผสมกับคู่กัด ยิ่งตำแหน่งเท่ากัน อายุเท่ากัน แต่ปัจจุบันอีกคนเป็นหัวหน้าและอดีตครูฝึก มันก็ยังทำให้รู้สึกถึงความสัมพันธ์แบบทะแม่ง ๆ อยู่ดี ตรงที่เธอไม่เคยตั้งแง่อะไรกับเขา หนำซ้ำยังแอบยิ้มให้กับความชอบเล่นใหญ่และชอบเป็นคนดังหน้าสื่อของเขาด้วย

เรามักจะอ่อนไหวกับภาคต่อของละครหรือภาพยนตร์ ที่ภาคแรกทำเอาไว้ดีมากจนตัดสินใจทำภาคต่อเพราะกระแสดี ว่ามันอาจจะอ่อมและไม่สนุกเท่าภาคแรก ซึ่งก็ใช่ ทุกวันนี้ก็ยังกลัวอยู่ แต่คงไม่ใช่กับเกาหลี มันมีเรื่องที่อ่อมจนไม่ไปต่อและเสียดายที่ควรจบที่ภาคแรกจริง แต่นี่กล้าพูดว่าภาคต่อของซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องยังคงรักษามาตรฐานความสนุกเอาไว้ได้ บางเรื่องรู้สึกชอบภาคต่อมากกว่าภาคแรกด้วย เช่น The First Responders 2 ที่ภาคแรกว่าดีมาก ๆ แล้ว ภาคสองเดือดกว่า (ถึงจะมีจุดที่ชวนเศร้าก็เถอะ) นี่ชอบภาคสองมากกว่าด้วย หรือ Taxi Driver 3 ที่ไปถึงภาคสามแล้ว ความสนุกก็ยังไม่แผ่ว Flex X Cop 2 ก็เช่นกัน เราไม่ได้อคติกับตัวนักแสดงคนเดิม แต่คาแรกเตอร์เธอมันเคยน่ารำคาญ ขณะที่คาแรกเตอร์ของนักแสดงคนใหม่กลับกลมกล่อมและสร้างเคมีได้แรงกว่า👮♂️






























