
มีอะไรดี ที่บรูไน (ตอนแรก)
มีอะไรดี ที่บรูไน (ตอนที่ 2)
มีอะไรดี ที่บรูไน (ตอนที่ 3)
มีอะไรดี ที่บรูไน (ตอนที่ 4)
ไม่ใช่เรื่องแปลก เกี่ยวกับข้อห้ามที่เข้มงวดของประเทศมุสลิม ในการอนุญาตให้วางจำหน่ายสินค้าที่ขัดต่อหลักศาสนา
จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ร้านสะดวกซื้อในประเทศมุสลิมอย่างบรูไนจะไม่อนุญาตให้วางจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกรูปแบบ และแม้กระทั่งยาสูบทุกชนิด
แต่หากย้อนกลับไปมองอินโดนีเซียซึ่งนับเป็นประเทศมุสลิมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ร้านสะดวกซื้อในเมืองท่องเที่ยวหลายต่อหลายเมือง ยังคงจะพอมองเห็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางจำหน่ายอยู่บ้าง
ยิ่งกับยาสูบแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะอินโดนีเซียเป็นชาติที่บริโภคยาสูบมากไม่แพ้ประเทศจีน ดังนั้น เราจึงเห็นยาสูบนานาชนิด วางจำหน่ายได้อย่างเสรี
ทว่า หากหันไปดูความคล้ายกันอย่างหนึ่งของประเทศมุสลิมทั้งสองแห่ง คืออินโดนีเซียและบรูไน กลับไม่พบร้านสะดวกซื้อที่คนทั่วโลกคุ้นเคยดีอย่าง 7 ELEVEN โดยเฉพาะที่บาหลีและที่บรูไน
แม้ไลฟ์สไตล์ของคนอินโดนีเซีย และคนบรูไน จะแตกต่างกันไปตามสภาพเศรษฐกิจ เนื่องจากโดยภาพรวมประชากรบรูไน มีสถานะทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า ทว่ารูปแบบการใช้ชีวิตของพลเมืองจากสองประเทศกลับไม่แตกต่างกันมากนัก
อันที่จริงก็คงจะไม่ต่างกันชนชั้นกลางในเกือบทุกประเทศทั่วโลกด้วยซ้ำ ที่นิยมจับจ่ายใช้สอยในซูเปอร์มาเก็ต
การที่ บาหลีไม่มีเซเว่น และบรูไนไม่ไปเซเว่น นอกจากจะสะท้อนวิธีคิดในแง่มุมที่กลับกัน ในประเด็นที่ว่า บาหลีเป็นเมืองท่องเที่ยว และบรูไนก็เป็นประเทศทุนนิยมภายใต้ความเคร่งครัดทางศาสนา จุดสำคัญของทั้งสองเมืองในกรณีที่ไม่อนุญาตให้เปิดร้านสะดวกซื้อ 7 ELEVEN ก็เพื่อปกป้องธุรกิจของคนในท้องถิ่น
ซึ่งหากพิจารณาจากเมืองท่องเที่ยวหรือเมืองใหญ่ๆ ในเกือบทั่วทุกมุมโลกแล้ว จะเห็นได้ว่าเซเว่นได้มีส่วนทำให้ร้านสะดวกซื้อท้องถิ่นในหลายประเทศต้องเจ๊งระเนระนาดมาแล้ว
นอกจากซูเปอร์มาเก็ตแล้ว วัฒนธรรมการดื่มชาจากเอเชียใต้ หรือเอเชียตะวันออกกลาง ที่ขับเคลื่อนผ่านมาทางตอนใต้ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากจะครอบคลุมประเทศทางตอนใต้ของ ASEAN ยังส่งอิทธิพลขึ้นมาจนถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ของไทย รวมสงขลา สตูล ฯลฯ
ดังนั้น เกาะบอร์เนียว ที่ตั้งของบรูไน กาลิมันตันของอินโดนีเซีย และซาบาฮ์กับซาราวักของมาเลเซีย จึงหนีไม่พ้นอารยธรรมนี้
ตามถนนหนทาง และในห้างสรรพสินค้า ของบรูไน เราจึงพบร้านขายเครื่องดื่มที่เป็นชา จำนวนมาก วัฒนธรรมการดื่มชาของบรูไน เป็นชาที่เผยแพร่เข้ามาทางอินเดียที่ส่งผ่านขึ้นมาจากทางตอนใต้ของภูมิภาค ASEAN เป็นหลัก ซึ่งก็เหมือนกับทางชวา บาหลี
แม้ว่าในฝั่งบาหลี นอกจากจะมีร้านชา ยังมีร้านกาแฟ และตามซูเปอร์มาเก็ตยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่ายเนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว ต่างจากบรูไนที่เข้มงวดมากกับการวางจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ ทว่า ก็ยังเห็นเครื่องดื่มชูกำลังจากประเทศไทยคือกระทิงแดงที่ยึดหัวหาดอินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน
ร้านชาในบรูไนที่มีเป็นจำนวนมากนั้น มีหลากหลายแบรนด์ด้วยกัน มีทั้งร้านชาที่ขายชาอย่างเดียว และที่ขายชากับกาแฟ ร้านชื่อดังที่ขายชาและกาแฟในบรูไนคือ The Coffee Bean & Tea Leaf ซึ่งเป็นร้านแฟรนไชส์ ส่วนแฟรนไชส์กาแฟก็มีให้เห็นเป็นจำนวนไม่น้อย นอกจาก Starbucks แล้วยังมีอีกหลายแบรนด์ด้วยกัน
ส่วนร้าน Fast food มีความเข้มงวดเป็นอย่างมาก เพราะต้องเป็นอาหารฮาลาลที่ถูกต้องตามหลักศาสนาและตามระเบียบของทางภาครัฐ อย่างไรก็ดี ร้าน Fast food แบรนด์ดังที่เป็นร้านแฟรนไชส์
เช่น ไก่ทอด KFC หรือ McDonald หรือแบรนด์ชื่อดังอื่นๆ ที่ต้องเปิดเผยสูตรการปรุงอาหารและกระบวนการเกี่ยวกับวัตถุดิบอย่างละเอียด ก็ยังมีเป็นจำนวนมากในบรูไน ซึ่งสามารถขึ้นป้ายตัวอักษรภาษามลายูได้
ต่างจากแฟรนไชส์ร้าน Fast food ในไทยที่ไม่ยอดเปิดเผยเบื้องหลังการประกอบอาหารดังกล่าวทำให้ไม่ได้รับอนุญาตเป็นอาหารฮาลาล แม้ในสามจังหวัดชายแดนใต้ แฟรนไชส์อาจคิดว่าจำนวนพี่น้องมุสลิมในไทยคงมีน้อยไม่คุ้มค่ากับการเปิดเผยสูตรอาหารก็เป็นได้
แม้ว่าจะเป็นประเทศที่ค่อนข้างเข้มงวดทางวัฒนธรรมทำให้ไม่มีโรงละครสำหรับการแสดงรื่นเริงขนาดใหญ่ เช่น คอนเสิร์ต ทว่า บรูไนยังอนุญาตให้มีโรงหนังในห้างสรรพสินค้าหนึ่งแห่ง ขณะเดียวกันแผ่น DVD หรือ Blu-ray และ VCD ภาพยนตร์ยังมีวางขายในหลายๆ ร้าน
หนังส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์ที่ใช้ภาษามลายูโดยมีหนังจากมาเลเซียเป็นหลัก หนังของอินโดนีเซียรองลงมา ส่วนภาพยนตร์จากฮอลลีวูดก็มีในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ที่สำคัญก็คือหนังบรูไนนั้นมีเป็นจำนวนน้อย เนื่องจากเพิ่งเปิดให้มีการสร้างภาพยนตร์บรูไนเมื่อปี ค.ศ.2013
นั่นคือหนังเรื่อง Yasmine ที่ออกฉายในปี ค.ศ.2014 โดยผู้กำกับหญิง Siti Kamaluddin ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของบรูไน หลังจากที่บรูไนเคยมีการสร้างหนังขึ้นมาหนึ่งเรื่องในปี ค.ศ.1968 คือ Gema Dari Menara ผลงานของผู้กำกับ Mohasbi Ahmad และหยุดไปนาน นอกเหนือไปจากนี้ก็จะเป็นหนังสั้น
หลังจากนั้นก็มีภาพยนตร์เรื่อง Rina ภาคหนึ่ง และภาคสอง ที่กำลังจะเข้าฉาย รวมถึงในปีหน้า ก็จะมีผลงานใหม่ของ Siti Kamaluddin เรื่อง Innocence เข้าฉายเช่นกัน
ในส่วนของวงการเพลงบรูไน นอกจากเพลงพื้นเมือง คือดนตรี Gulingtangan และเพลงของทางภาครัฐ บรูไนมีศิลปินที่เล่นดนตรีสากลจำนวนไม่น้อย มีการออกอัลบั้มทั้งในเนื้อร้องภาษามลายูซึ่งเป็นภาษาราชการของบรูไน และในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะเพลงภาษาจีนกลางซึ่งก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง ตามสัดส่วนของประชากร ที่น้อยที่สุดก็เห็นจะเป็นเพลงภาษาฮินดี
ร้าน CD เพลงของบรูไน มีเป็นจำนวนมาก กระจายตัวอยู่ตามย่านการค้า และห้างสรรพสินค้า รวมทั้งในตลาดนัด ในด้านปริมาณ CD มีเป็นจำนวนมากและหลากหลาย มีทั้งศิลปินบรูไนเองและศิลปินต่างชาติ ในด้านคุณภาพก็มีมาตรฐานใกล้เคียงกับสากล
ร้านหนังสือ และแผงหนังสือพิมพ์บรูไน ก็มีให้เห็นไม่น้อยเช่นกัน ทั้งร้านหนังสือแฟรนไชส์เจ้าใหญ่ๆ เช่น Best Eastern ที่มีหลายสาขา และในแต่ละสาขาก็มีหนังสือ หรือนิตยสาร รวมถึงหนังสือพิมพ์ให้เลือกอย่างหลากหลาย นอกจากนี้ก็มี Nolly Book, Krafiti Enterprise, Mubarak Book Emporium, Bismi, Booker
โดยวงการวรรณกรรมบรูไนมีการประกาศรายชื่อนักเขียนซีไรต์เหมือนกับประเทศไทยและอีก 8 ประเทศสมาชิก ASEAN
หนังสือขายดีในร้านหนังสือเจ้าใหญ่ Best Eastern เป็นหนังสือเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม พจนานุกรม และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ รวมถึงหนังสือแบบเรียน วรรณกรรม หนังสือเกี่ยวกับธุรกิจ นิตยสาร PLUS และ INSPIRE ฯลฯ โดยหนังสือภาษามลายูมีเป็นจำนวนมาก รองลงมาเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
หนังสือพิมพ์บรูไน เพิ่งก่อรูปขึ้นกลางทศวรรษที่ 1950 ปัจจุบันมีวางขายไม่กี่หัว หลักๆ ก็เห็นจะเป็น Borneo Bulletin และ The Brunei Times

































