Home Inspiration My Dear มีเดีย คุณค่าในการเคารพ “งาน” ของตนเอง 

คุณค่าในการเคารพ “งาน” ของตนเอง 

ในงานประกาศรางวัล Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 62 รางวัลที่เปรียบเสมือนรางวัลลูกโลกทองคำของวงการภาพยนตร์ ละคร และสตรีมมิ่งของเกาหลีใต้ ซึ่งการจัดงานมีขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา และผู้กำกับของฝั่งละครที่คว้ารางวัลไปได้คือ พัคชินอู จากซีรี่ส์เรื่อง Our Unwritten Seoul และผู้กำกับมากฝีมือคนนี้ยังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy Awards ครั้งที่ 49 จากซีรี่ส์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay ในปี 2020

ความสามารถของพัคชินอู นอกเหนือจากงานกำกับละครจนได้รับการยอมรับแล้ว สปีชของเขาบนเวที Baeksang Arts Awards ในปีนี้ น่าจะทำให้คนทำงานทีวีที่กำลังถูกโลกออนไลน์เบียดพื้นที่อย่างหนักได้รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจกันบ้าง ขอถอดความมาให้ลองอ่านกันค่ะ

“ขอขอบคุณทีมงานจากกองถ่าย ‘Our Unwritten Seoul’ ที่ต้องลำบากเสมอ เพราะผู้กำกับที่นิสัยไม่ค่อยดีอย่างผม ขอบคุณทุกคนมากครับ…”

“ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนวิ่งตามเทรนด์ล่าสุด ใครที่ไม่เกาะกระแสมักกลายเป็นคนที่ล้าหลัง เหมือนกับละครโทรทัศน์ที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องล้าสมัย แต่ละครโทรทัศน์คือความบันเทิงเดียวสำหรับผู้คนที่ไม่มีที่พึ่ง ผู้คนที่รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีเวลาไปไหน หรือแม้แต่ไม่มีเงินจะออกไปดูอะไรเลย ละครควรมีอยู่เพื่อคนเหล่านั้น และนั่นคือ ‘คุณค่า’ ของละคร และด้วยคุณค่าดังกล่าว นั่นคือสิ่งมีค่า เพื่อให้เราสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดต่อไป”

แม้ผู้เขียนไม่ได้เป็นคนทำละคร พอได้อ่านสปีชของผู้กำกับอย่างพัคชินอูให้รู้สึกชื่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช่วงเวลาที่คนทำงานสร้างสรรค์เนื้อหาบนแพลตฟอร์มทีวีกำลังเจอความท้าทายเป็นอย่างมาก ทั้งจากคอนเทนต์ออนไลน์ สตรีมมิ่ง ไปจนถึงละครแนวตั้ง ที่เข้ามามีส่วนแบ่งในการเสพความบันเทิงจากจอที่สอง (สมาร์ตโฟน) จนกลายเป็นเรื่องปกติ

เพราะเอาเข้าจริง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงความบันเทิงออนไลน์หรือโลกสตรีมมิ่งได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเงินและเวลา โทรทัศน์อาจเป็นเพียงช่องทางเดียวในการสื่อสารกับโลกภายนอก

คุณอาจถามว่าใครบ้างที่ไม่สามารถสมัครใช้บริการสตรีมมิ่งได้ในปัจจุบัน คำตอบคือมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่เงินร้อยกว่าบาทต่อเดือนเป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือยสำหรับพวกเขา หรือแม้แต่การซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตก็ยังเป็นเรื่องยาก คนกลุ่มนี้มีโทรทัศน์เป็นที่เสพความบันเทิงเดียวเพราะไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายรายเดือน และทำให้พวกเขารู้สึกมีความสุขขึ้นมาบ้าง ในโลกที่สร้างข้อจำกัดจนทำให้อยู่ยากมากกว่าเดิม

และถ้าพิจารณาคำพูดของพัคชินอู จะเห็นว่าผู้กำกับรายนี้ไม่ได้ปกป้องแค่ “ละครทีวี” แต่กำลังพูดถึงบทบาทของสื่อที่ยังทำหน้าที่เยียวยาผู้คน สร้างความหวัง สร้างรอยยิ้ม และเชื่อมต่อผู้คนกับโลกที่กำลังหมุนเร็วขึ้นทุกวัน โดยไม่ตั้งเงื่อนไขว่าพวกเขาต้องมีเงินมากพอหรือไม่

ในวันที่คนทำสื่ออยู่ในยุคที่ทุกอย่างถูกวัดด้วยยอดวิว อัลกอริทึม และกระแสไวรัล สปีชดังกล่าวเหมือนกระตุกเตือนให้คนทำงานทีวีได้เห็นถึง “คุณค่าที่แท้จริงของสื่อและการเคารพในงานที่ทำ” เพราะการผลิตผลงานไม่ว่าจะเป็นละครหรือรายการโทรทัศน์ คือความบันเทิงที่คนจำนวนมากยังคงต้องการอยู่ และพวกเขามักถูกลืมจากสังคม… การทำให้คนเหล่านี้มีความสุขแม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง จึงนับว่าเป็นการสร้างสรรค์ผลงานอย่างดีที่สุดแล้ว

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ