Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Gold Land “ทองคำ” หรือ “ความโลภ” ที่เป็นหนทางสู่หายนะ

Gold Land “ทองคำ” หรือ “ความโลภ” ที่เป็นหนทางสู่หายนะ

เชื่อหรือไม่ว่า “ดูซีรีส์จนเหนื่อย” มีอยู่จริง! แล้วไอ้เราก็ชอบดูแนวบีบก้านสมองมากกว่าแนวบันเทิงหรรษาซะด้วยสิ! เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นซีรีส์แนวอาชญากรรม สืบสวนสอบสวน ลึกลับ ระทึกขวัญ ชวนปวดขมับ สัปดาห์นี้จัดกันต่อกับแนวอาชญากรรม-นัวร์ ที่บอกเลยว่าเครียดกว่าสัปดาห์ที่แล้วอีก เพราะมันเป็นความเครียดที่อัดแน่นไปด้วยมวลของความอึดอัด กดดัน ที่สำคัญ ยังหาแสงสว่างและความหวังจากซีรีส์เรื่องนี้ได้น้อยมากด้วย แต่น่าแปลกนิดหน่อยที่แทบไม่เห็นใครพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้ตามหน้าฟีดเลย ทั้งที่นางเอกก็มีฐานแฟนคลับในไทยเยอะ และแอปฯ สตรีมมิ่งก็มีซับไทยพร้อมพากย์ไทยด้วย ถูกพูดถึงน้อยกว่าเรื่องอื่น ๆ ที่ออนแอร์พร้อมกันในลอตนี้

Gold Land หรือชื่อเรื่องภาษาไทยจาก Disney+ แผนล่าท้าคนโลภ เล่าเรื่องราวของ “คิมฮีจู” หญิงสาวจากเมืองเล็ก ๆ ที่ร้างความหวัง ห่างออกไปไม่ไกลมีโรงแรมหรูชื่อโกลด์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกาสิโนขนาดใหญ่ ในวัยเด็กเธอเติบโตมามีคุณภาพชีวิตไม่ค่อยสู้ดีนัก แม่เป็นเด็กเสิร์ฟคาเฟ่ที่ติดการพนันและมีหนี้ท่วมหัว ส่วนเธอกับแม่ก็อยู่ในความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียด โดยแม่จะเรียกเธอว่า “ตัวซวย” และพูดกรอกหูว่าเธอไม่มีแม่เสมอ ๆ ในขณะที่เธอก็รู้สึกผิด คิดว่าความโชคร้ายของแม่เป็นความผิดของเธอ นั่นทำให้หลังจากที่โตขึ้นมาและแม่ของเธอแต่งงานใหม่กับเจ้าของโรงรับจำนำ เธอเลยเรียกแม่ว่า “ป้า” แทน ในคืนหนึ่งที่เธอเกือบโดนพ่อเลี้ยงล่วงละเมิด เธอก็วิ่งหนีออกมาจากโรงรับจำนำแห่งนั้นทั้งชุดนักเรียนโดยที่ไม่มีที่ไป ไม่มีจุดหมายอื่น เธอแค่จะไม่กลับไปที่นั่นอีก

ภาพจาก IG: disneypluskr

แม้ว่าจะเติบโตขึ้นมาในสภาพนั้น คุณภาพชีวิตแบบนั้น แต่เธอยังรักดีและใฝ่ดี เธอพยายามหาเลี้ยงตัวเองสารพัดวิธี หนึ่งในนั้นคือการเป็นพนักงานในกาสิโน เพราะเธอต้องการให้แสงระยิบระยับสีทองของที่นั่นกลบเงามืดแห่งความโชคร้ายของตัวเธอ จนในวันหนึ่ง เธอก็ได้พบกับ “อีโดคยอง” ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างโชค เขาคือลูกค้าของที่นี่ ผู้ที่กอบโกยรางวัลมหาศาลจากกาสิโนแห่งนี้ไปได้เสมอ ๆ หลังจากที่เจอหน้ากันได้พักหนึ่ง เขาลงทุนโชคที่ได้มาจากการพนันกับเธอ ส่วนเธอก็ตัดสินใจเชื่อใจเขาให้เดิมพันแทนเธอ การพนันในครั้งนั้น ทำให้เธอได้เงินก้อนโตไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่โซล ก่อนที่เธอจะได้งานเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สนามบินนานาชาติในเวลาต่อมา พร้อมกับเริ่มต้นความสัมพันธ์กับชายหนุ่มผู้นั้น นักบินผู้ช่วยของสายการบินในสนามบิน

แต่ใครจะรู้ว่าชีวิตใหม่ที่ดูเหมือนจะสวยงามเกินฝันในวันนั้นจะมีเหตุให้ได้พลิกผันอีกครั้ง จากผู้หญิงธรรมดาที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายและค่อนข้างจะระมัดระวังตัว คนที่พยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ไม่อยากสร้างปัญหาหรือเข้าไปยุ่งกับปัญหาของใคร กลับต้องมาพบเจอกับความซวยแบบอันลิมิต เมื่อแฟนหนุ่มตัวดี ดึงเธอเข้าไปพัวพันกับการลักลอบขนทองคำที่เต็มไปด้วยอันตราย ชีวิตที่อาจจะลุ่ม ๆ ดอน ๆ บ้างแต่ก็สงบดีพังทลายลง ในวินาทีที่เธอต้องมานั่งบังคับพวงมาลัยรถตู้ขนโลงที่อัดแน่นด้วยทองคำแท่งมูลค่ามหาศาล เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากมุ่งหน้ากลับสู่บ้านเกิดที่เธอเคยสาบานไว้ว่าจะไม่มีวันหันหลังกลับไปอีก

ภาพจาก FB: Disney+ Thailand

เมื่อได้เข้ามาพัวพันกับทองคำโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นก็คือวินาทีที่เธอก้าวขาเข้าสู่วงการอาชญากรรมอย่างเต็มตัว เพราะกลุ่มคนที่ตามล่าเธออยู่ไม่ได้มีแค่ตำรวจ แต่ยังมีกลุ่มคนอันตรายที่ลักลอบขนของผิดกฎหมาย และอยู่ในวงโคจรของการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ผู้เป็นจ้าของทอง เธอจึงต้องค่อย ๆ เปลี่ยนตัวเองจากคนที่มักจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง มาเผชิญหน้ากับด้านมืดของอาชญากรรม และได้กลายมาเป็นศูนย์กลางของความวุ่นวาย ความโลภ และการทรยศหักหลัง เธอเริ่มเรียนรู้ว่าการเป็นคนดีมีคุณธรรม มันเอาตัวไม่รอดในวงการนี้ การจะเอาตัวรอดให้ได้ เธอจำเป็นต้องแลกชีวิตตัวเองกับศีลธรรมในใจและความเชื่อเดิมของเธอ

เพราะ “อูกี” หรือ “จางอุค” หนึ่งในสมาชิกตัวเล็กตัวน้อยของแก๊งมาเฟียเงินกู้ และเคยเป็นเพื่อนกับเธอในสมัยเด็ก ยื่นมือเข้ามาคอยช่วยเหลือในฐานะพันธมิตรที่มีผลประโยชน์ร่วมกันซึ่งก็คือส่วนแบ่งทอง ขาคือคนที่เห็นหน้าเธอในวันที่เธอขับรถตู้หนี และพยายามเข้าหาเธอด้วยเจตนาแอบแฝง แม้ว่าการกระทำของเขามันจะดูไม่น่าไว้วางใจ คาดเดาไม่ได้ แต่เขาก็รู้ความจริงแล้วว่าเธอคือคนที่ขนโลงหนี และของในโลงคือทองไม่ใช่ยาเสพติด แถมเขายังรู้ลู่ทางในการเปลี่ยนทองให้เป็นเงินอีกต่างหาก ทำให้ในที่สุด ทั้งคู่จำต้องจับมือลงเรือลำเดียวกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ รวมถึงหนีการตามล่าของตำรวจและแก๊งมาเฟียให้ยังมีชีวิตรอดไปใช้เงินด้วย

หัวใจที่ไร้จุดหมาย ส่งสัญญาณให้เท้าเริ่มขยับก่อนเสมอ

ในวินาทีที่คนเรารู้สึกว่าตัวเองกำลังมืดแปดด้านหรือสับสนในทางความรู้สึก ส่วนใหญ่แล้วสมองจะส่งสัญญาณให้ร่างกายขยับก่อนเสมอ มันเป็นสภาวะของมนุษย์เมื่อเกิดเหตุการณ์ช็อกทางอารมณ์ ระบบประมวลผลทางอารมณ์และสมองส่วนเหตุผลจะล่มชั่วคราว สัญชาตญาณอัตโนมัติจะเข้ามาควบคุมร่างกายแทน เหมือนสมองสั่งการว่า ณ เวลานี้ให้เอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้ก่อน ขาและเท้าจะเริ่มขยับเพื่อพาตัวเองออกไปจากที่ตรงนั้น ทั้งที่อาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปไหน บางทีระบบประมวลผลทางอารมณ์อาจถึงขั้นตัดขาดการเชื่อมต่อความรู้สึกกับร่างกายชั่วคราวเลยด้วยซ้ำ แบบที่บางคนเจอเรื่องร้าย ๆ มา สติยังประกอบกันไม่เต็มร้อย แต่สามารถเดินไปยังอีกที่หนึ่งโดยที่ไม่รู้ตัว จำความรู้สึกในตอนนั้นได้ไม่ชัดเจนนักว่าตัวเองเดินมายังไง

ภาพจาก IG: disneypluskr

สิ่งนี้เป็นกลไกป้องกันตัวของสมองที่ช่วยลดภาระทางอารมณ์ในขณะวิกฤติ คือการที่ร่างกายทำงานเองโดยที่จิตสำนึกตามไม่ทัน ความรู้สึกจะเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่เราจะทันได้เข้าใจในตัวเอง เราอาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ยังตอบไม่ได้ว่ากำลังมุ่งหน้าไปไหน แต่กลับมีแรงผลักภายในบางอย่างที่ทำให้เริ่มออกเดินก่อน พูดง่าย ๆ ก็คือมันคือการเปิดโหมดการเอาตัวรอด เมื่ออารมณ์รับไม่ไหว สมองจะให้ความสำคัญกับการรักษาการทำงานพื้นฐานก่อน อย่างการเคลื่อนที่ การหาทางออกจากจุดอันตราย หรือการพาร่างกายไปยังพื้นที่ที่รู้สึกปลอดภัยกว่า ทำให้ร่างกายเริ่มเคลื่อนไหวก่อนที่เราจะเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

ภาพจาก IG: disneypluskr

ณ ห้วงเวลาที่หัวใจไร้จุดมุ่งหมาย มันไม่ได้หมายถึงแค่คนที่หลงทางในเชิงกายภาพ แต่รวมถึงภาวะว่างเปล่า สับสน เบื่อหน่าย หรือรู้สึกว่าชีวิตขาดแกนกลางให้ยึดเหนี่ยว คนจำนวนมากในช่วงหนึ่งของชีวิตต่างก็เคยอยู่ในสภาวะนี้ คือยังไม่รู้ว่าควรทำอะไร ต้องไปที่ไหน ฯลฯ แต่แทนที่จะหยุดนิ่ง เรากลับเริ่มเคลื่อนไหว นางเอกเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ชีวิตในวัยเด็กของเธอค่อนข้างหดหู่และสิ้นหวัง เหมือนคนที่หาคำตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร มันแค่ต้องเดินต่อไปเพราะยังหายใจอยู่ เธอเติบโตมาแบบนี้ เห็นแม่เป็นเหมือนต้นไม้ที่ผลิดอกออกผลไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มีแต่จะเหี่ยวเฉาลงทุกวัน เธอจึงกลัว กลัวว่าตัวเองจะเหมือนแม่เข้าในสักวัน กลัวว่าตัวเองจะหยุดนิ่ง จนไม่สามารถผลิบานได้อีกทั้งที่อยู่ในวัยของการเผชิญโลก

ภาพจาก IG: disneypluskr

เพื่อกลบความรู้สึกว่างเปล่านั้น ร่างกายของเธอจึงตอบสนองด้วยการขยับ หรือทำอะไรสักอย่างเพียงเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่เฉย ๆ เธอหนีออกมาจากบ้าน เธอทำงานหนัก เธอเดินเข้าหาสถานที่อโคจรเพื่อหวังให้แสงสีของที่นั่นกลบเงาตัวเอง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันเป็นหนทางแห่งความเสื่อม เหมือนคนที่ไปเสี่ยงโชคเอาข้างหน้า แล้วพอเจอโอกาสก็รีบคว้าไว้ หรือเดินหน้าไปตามสถานการณ์ที่มันเป็นอย่างที่เธอทำอยู่ เธอใช้ชีวิตแบบนี้ เหมือนทุกอย่างเป็นเพียงการวิ่งหนีความว่างเปล่าในใจ แต่หากมองในมุมกลับ เธอก็ยังไม่เคยลองหยุดเพื่อตั้งลำ เพื่อหาเป้าหมายว่าจะเดินต่อยังไงให้มีความหมาย ยิ่งในตอนนี้มีทองมหาศาลมาวางกองอยู่ตรงหน้า ในวันที่ชีวิตกำลังจนตรอก มันก็ยิ่งพาเธอดำดิ่งลงสู่พลังแห่งความโลภ ที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน มันไม่ใช่แค่สำเร็จหรือล้มเหลว แต่ถึงตาย!

ฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ฉันแค่อยาก…ใช้ชีวิตเหมือนกันคนอื่น

ใช่…เธอมาไกลเกินไปมากกก และที่สำคัญ วงการนี้มันเข้าแล้วออกไม่ได้! บอกตรง ๆ นะว่าซีรีส์เรื่องนี้สนุกมาก แต่ขอดูแค่ 4 ตอนนี้แหละพอแล้ว! ไม่ขอเปิดดูต่อ ขนาดจะดูให้จบหนึ่งตอนยังมีคำถามว่าเมื่อไรจบวะ! อยู่ตลอดเวลา เพราะมันโคตรอึดอัด สร้างความตึงเครียดให้กับแกนสมองแบบสุด ๆ มันไม่ได้เครียดกับปริศนาหรือความสงสัยแบบ The Scarecrow เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่มันเครียดแบบอึดอัด หม่นหมอง สิ้นหวัง หดหู่ คือถ้าคนเขียนบทหรือผู้กำกับเขาตั้งใจจะทำให้เรื่องมันอึดอัดขนาดนี้ (ไปอ่านมาจากที่ไหนไม่รู้ จำไม่ได้ เหมือนว่าผู้กับกำตั้งใจปั้นบรรยากาศให้มันอึดอัดจริง ๆ อารมณ์ประมาณว่ามีคำว่า “มันกำลังจะพัง” อยู่ในหัวของตัวละครตลอดเวลา) คือเขาทำสำเร็จนะ แล้วนักแสดงก็ดันเก่งกันโคตร ๆ ทุกคนที่สื่อมันออกมาให้คนดูรู้สึกร่วมได้ขนาดนี้

ภาพจาก IG: disneypluskr

ถึงแม้ว่าเรื่องมันจะดำเนินไปแบบเนิบ ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้มีฉากแอ็กชันระเบิดภูเขาเผากระท่อม หรือไม่ได้ชวนลุ้นหัวใจจะวาย แต่แรงกดดันทางจิตใจของทุกตัวละครมันเยอะจนล้นแล้วคนดูสามารถซึมซับความรู้สึกนั้นมาได้หมด ทุกการตัดสินใจของตัวละคร คือเชื้อไฟที่เติมความตึงเครียดให้กับเรื่องตลอดเวลา ทุกความนิ่งหรือความเงียบ และตามมาด้วยการตัดสินใจครั้งสุดท้าย บอกกับเราว่าจุดที่ตัวละครเดินไป…ไม่มีทางให้ย้อนกลับ ยิ่งพอตัวละครนางเอกอย่าง “คิมฮีจู” ต้องมาจับมือร่วมงานกับตัวละคร “อูกี” ทำหายใจไม่ทั่วท้องสุด เพราะตัวละคร “อูกี” นั้นเทาจัด ๆ ลึกลับ ไม่แน่นอน ทั้งยังมีความคลุมเครือทางศีลธรรมที่ทำให้เราเดาทางไม่ออกด้วยว่าตกลงแล้วเขาจะมาดีหรือมาร้าย ไว้ใจได้ไหม เรียกได้ว่าเป็นตัวที่เพิ่มมิติให้กับซีรีส์ได้ลึกกว่าการเป็นซีรีส์แนวอาชญากรรมเยอะเลย

ภาพจาก IG: disneypluskr

แล้วนางเอกอะนะ ตัวละครนี้มีพัฒนาการมากที่สุด คือต้องเข้าใจว่าเดิมเธอเป็นแค่ผู้หญิงอ่อนโยนธรรมดาที่เหมือนกับคนอื่น ๆ อยากใช้ชีวิตดี ๆ มีความสุข หนีชีวิตอัปยศในวัยเด็กเข้าเมืองหลวง ทิ้งแม่ ทิ้งบ้านเกิดโดยตั้งปณิธานว่าจะไม่หันหลังกลับไปอีก ปัจจุบันก็มีงานการดี ๆ ทำ แต่ดันรักคนผิด ชีวิตซวยเพราะแฟนที่ดึงเธอเข้าไปพัวพันกับโลกอาชญากรรมที่แสนจะอันตราย จากชีวิตที่เคยเรียบง่าย เธอต้องหนีเอาชีวิตรอดจากการถูกไล่ล่า ต้องแข็งแกร่งขึ้น ต้องเผชิญหน้ากับการหักหลัง ความทะเยอทะยานของตัวละครรอบตัว และแรงกดดันทางศีลธรรมที่ค่อย ๆ บีบให้เธอเผยด้านมืดออกมา โดยเฉพาะ “ความโลภ” ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง จากคนที่เคยไม่มีและต้องการชีวิตใหม่ เงินคือบันไดที่ทำให้เธอมีโอกาสเลือก และเธอเคยเรียนรู้มาจากอดีตแล้วว่ามันจริง เธอจึงไปต่อในเกมนี้

ภาพจาก IG: disneypluskr

“ทองคำ” คือสัญลักษณ์ของความโลภที่ดึงทุกตัวละครเข้าสู่เกมการเอาตัวรอดที่อันตรายขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีเธอเป็นจุดศูนย์กลาง เพราะทองทั้งหมดอยู่ในมือเธอ และนั่นก็เริ่มทำให้ตัวละครแต่ละตัวเริ่มสูญเสียความเป็นมนุษย์ไป จนทำให้คนดูเริ่มตั้งคำถามว่า สุดท้ายแล้วโลงบรรจุทองคำที่เปรียบเหมือนกล่องแพนโดรา เมื่อถูกเปิดออกมา มันคือโอกาสของความรวย รวยไม่ไหวแล้ว! หรือมันคือกับดักของความตายกันแน่ ก็เลยไม่แปลกหรอกที่นางเอกจะรำพึงรำพันออกมาว่าชีวิตตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ยังไง และการแสดงของ “พัคโบยอง” นี่คือจุดแข็งของเรื่องนี้เลย ที่ถ่ายทอดความอยากเป็นแค่คนธรรมดาแต่ต้องมาเจอเรื่องไม่ธรรมดา แฟนหนุ่มที่เคยเป็นโลกทั้งใบให้เธอได้เริ่มต้นใหม่ เวลานี้! เขานี่เองที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอกลายเป็นฝันร้าย เป็นใครมันก็ต้องมีจุดสะดุดกันบ้าง

Gold Land น่าจะเป็นซีรีส์สนุก ๆ ไม่กี่เรื่องที่ต้องออกตัวว่าขอผ่าน! ไปต่อไม่ไหว มันกดดันจนอึดอัด แถมยังพ่วงมาด้วยจังหวะบีบเค้นหัวใจอย่างช้า ๆ โทนมันดาร์กและจริงจังตลอดทั้งเรื่อง ไม่มีช่วงให้ได้ผ่อนคลายเท่าไร เน้นบีบขมับ ใส่ความกดดันลงมาเรื่อย ๆ จากความเสี่ยงที่ตัวละครต้องเผชิญอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ ไม่รู้ว่าคนอื่นรู้สึกเหมือนกันไหม แต่กับเรา รู้สึกเหมือนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด เหมือนเป็นคนที่ทำผิดที่กำลังหนีการตามล่าซะเอง แล้วคือไม่ได้แค่หนีตำรวจไง หนีแก๊งมาเฟียด้วย ถ้าก้าวพลาดคือความตาย เพราะฉะนั้น บอกได้เลยว่าตึงเปรี๊ยะ!