ไม่กี่วันก่อน เห็นข่าวว่าผลงานเรื่องใหม่ของอปป้า “จูจีฮุน” เรื่อง The Remarried Empress กำลังจะลงจอสตรีมใน Disney+ วันที่ 4 พ.ย. นี้แล้ว มีตัวอย่างตัวเต็มออกมาให้ได้ดูเรียกน้ำย่อยแล้วเรียบร้อย การได้เห็นหน้าอปป้าอีกครั้ง ทำให้นึกถึงซีรีส์ทางการแพทย์เรื่อง The Trauma Code: Heroes on Call ซีรีส์ดังใน Netflix เมื่อปีก่อน ที่ล่าสุดก็ข่าวว่ากำลังจะถ่ายทำภาคต่อ แม้ว่าจะมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวนักแสดงหลักของเรื่องคนหนึ่งก็ตาม จากปัญหาเดียวกันของ “อีเจฮุน”
พูดอีกด้านก็คือ หลายคนมีภาพจำของ “จูจีฮุน” เป็นหมออัจฉริยะจอมหัวร้อน ขี้เหวี่ยงขี้วีนแต่ก็เก่งโคตร ๆ ใช่ไหม ทว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเขาไม่ได้เล่นเป็นหมอครั้งแรกใน The Trauma Code ส่วนตัวนี่ก็ไม่ใช่แฟนคลับสายตรงของเขาหรอก ก่อนหาข้อมูลเลยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเขารับบทหมอมาแล้วกี่ครั้งและเรื่องแรกที่เล่นเป็นหมอคือเรื่องอะไร แต่นี่เคยดูซีรีส์เรื่องหนึ่งที่เขาเล่นเป็นหมอ ซึ่งหลังจากไปทำการบ้านมาก็พบว่าเรื่องนี้แหละคือครั้งแรกที่เขารับบทหมอ และก็จะเป็นซีรีส์ที่จะเขียนถึงในวันนี้ด้วย โดยจะพยายามขุดค้นจากความทรงจำให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นซีรีส์ที่แอบปีลึกอยู่พอควรเหมือนกัน แถมดูมานานแล้วด้วย
Medical Top Team เป็นซีรีส์ที่ออกฉายในปี 2013 ชื่อเรื่องภาษาไทยในตอนนั้นคือ ทีมหมอใจเพชร ซีรีส์แนวการแพทย์ ดราม่า และการเมือง (ฉ่ำ ๆ) ในโรงพยาบาล บอกเล่าเรื่องราวการรวมตัวกันของ “ท็อปทีม” ซึ่งเป็นสุดยอดทีมแพทย์ระดับศาสตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากหลากหลายสาขาในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยกวางแฮ มีเป้าหมายในการรวบรวมการรักษาและการให้บริการที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วยเข้าไว้ด้วยกัน และรองรับเคสยากที่ไม่มีใครกล้าผ่าตัด แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขากลับต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งทางอุดมการณ์และการแย่งชิงอำนาจภายใน
ตัวละครหลักของเรื่องจะมีด้วยกันทั้งหมด 5 คน แต่ที่มีบทบาทต่อเนื้อหาของเรื่องจริง ๆ จะมีด้วยกัน 3 ตัวละคร คือ “พัคแทชิน” ศัลยแพทย์ทรวงอกและหัวใจ อัจฉริยะผู้ทำทุกอย่างเพื่อคนไข้และยึดมั่นในจรรยาบรรณแพทย์อย่างสุดโต่ง เข้าร่วมท็อปทีมเพราะอยากจะรักษาคนไข้และรักษาโรงพยาบาลการกุศล “ฮันซึงแจ” ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือด หัวหน้าทีมผู้ริเริ่มก่อตั้งทีมแพทย์นี้ขึ้นมา เป็นคนสุขุมและต้องรับแรงกดดันจากอำนาจมืดภายในโรงพยาบาล จนเขาเริ่มเดินผิดทางไปจากอุดมการณ์เดิม และ “ซอจูยอง” ศัลยแพทย์ทรวงอกและหัวใจ ผู้ทะเยอทะยานและต้องการพิสูจน์ตัวเองในสังคมแพทย์ที่ผู้ชายเป็นใหญ่ เธอคือหนึ่งในผู้ริเริ่มก่อตั้งทีมแพทย์ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ และเป็นตัวแปรสำคัญของท็อปทีมและซีรีส์เรื่องนี้
ส่วนอีก 2 ตัวละคร อาจจะไม่ได้มีบทบาทมากเท่า 3 คนก่อนหน้า แต่ก็ช่วยเบรกความเครียดลงได้เยอะ คือ “ชเวอาจิน” แพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ทั่วไป ที่เข้ามาร่วมทีมและสนใจเรียนรู้ด้านการผ่าตัดทรวงอกเพิ่มเติม ผู้กระตือรือร้นและเต็มไปด้วยพลัง มีความสดใสตามประสาหมอใหม่ที่อยากจะรักษาคนไข้ เป็นหนึ่งในท็อปทีมและแอบปลื้มหมอพัคแทชิน แต่กลับมองไม่เห็นความรู้สึกของเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ เลยสักนิด และ “คิมซองอู” แพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ทรวงอกและหัวใจ เพื่อนสนิทร่วมรุ่นของหมอชเวอาจิน ผู้ซึ่งแอบชอบชเวอาจินมาโดยตลอด แต่เธอไม่เคยรู้เลย
ปมการเมืองด้านการแพทย์หลัก ๆ ในซีรีส์เรื่องนี้ คือการปะทะกันระหว่าง “อุดมการณ์ทางการแพทย์” กับ “ธุรกิจเชิงพาณิชย์” เพราะจุดประสงค์แรกของโปรเจกต์นี้ คือรวบรวมทีมแพทย์ระดับหัวกะทิและรักษามาตรฐานการแพทย์ขั้นสูงเพื่อคนไข้เป็นสำคัญ แต่ในมุมของผู้บริหาร อย่างรองผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ของหมอฮัน กลับเห็นว่าท็อปทีมคือสินค้าพรีเมียมที่จะยกระดับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยกวางแฮ ให้กลายเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับมหาเศรษฐีและกลุ่ม VIP เพื่อฟันกำไร เธอจึงมักจะใช้โปรเจกต์นี้มาเป็นเครื่องมือต่อรองและชิงอำนาจกับหมอฮันและผู้อำนวยการ โดยทั้งสามคือครอบครัวเดียวกัน
ปมขัดแย้งมาถึงจุดเดือด เมื่อกลุ่มผู้บริหารต้องการให้ทีมแพทย์รักษาเฉพาะเคส VIP หรือเคสที่มีผลประโยชน์ทางการเมือง/ธุรกิจก่อน แต่หมอพัคยืนกรานว่าคนไข้ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน และแอบเอาคนไข้จากโรงพยาบาลอนาถาเข้ามารักษาในท็อปทีมบ่อยครั้ง ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างหมอพัคกับบอร์ดบริหารอยู่เรื่อย ๆ หมอพัคต้องปะทะอุดมการณ์ทางการแพทย์กับสมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมที่มองเรื่องผลประโยชน์ของโรงพยาบาล และเมื่อทีมแพทย์นี้มีชื่อเสียงขึ้นมา สงครามการแย่งชิงอำนาจจึงเริ่มขึ้น ทีมแพทย์กลายเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองของบอร์ดบริหารและผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมโรงพยาบาล
ขณะเดียวกัน หมอซอผู้ทะเยอทะยานและต้องการพิสูจน์ตัวเองเพราะเป็นหมอผู้หญิง ก็ถูกดึงเข้าไปเป็นหมากในการเลื่อนตำแหน่ง เธอถูกบีบให้เลือกข้างเพื่อความอยู่รอด คือต้องเลือกระหว่างการสนับสนุนหมอฮัน ผู้ซึ่งเปี่ยมด้วยอุดมการณ์ หรือยอมก้มหัวให้รองผู้อำนวยการชิน ซึ่งเป็นทางลัดสู่อำนาจ และเธอกับหมอฮันก็มีความสัมพันธ์ลับ ๆ กันอยู่ การที่สมาชิกในทีมต่างมีความลับ มีปมในอดีต ความกดดันเฉพาะตัวที่ต้องก้าวผ่านไปพร้อม ๆ กับการทำหน้าที่รักษาชีวิตคนไข้ และปมความร้าวฉานในทีม ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ยิ่งสนุกขึ้น
นี่ยังไม่นับรวมพวกเคสการรักษาคนไข้วิกฤติสุดท้าทายเลยนะ ขอสารภาพว่าด้วยความที่ดูมานานแล้ว บวกกับไม่ได้กลับไปดูซ้ำรอบสอง เลยจำพวกเคสการรักษาคนไข้อาการหนักไม่ค่อยได้เท่าไร จำได้แค่ว่ามีเคสที่ชวนลุ้นจนถึงขนาดต้องจิกเท้าตามเหมือนกัน ซึ่งหลัก ๆ มันก็หนีไม่พ้นการขู่ว่าถ้าทำพลาดจะต้องออกจากทีม และก็การเล่นกับความรู้สึกของคนดูที่ว่าคนไข้อาการขนาดนี้ ทีมแพทย์จะเก่งจริงแบบที่ขายของไว้แค่ไหน รวมถึงมันคุ้มกันไหมที่บอร์ดบริหารเอาชีวิตของคนไข้มาเป็นเดิมพันกับเกมการเมืองในโรงพยาบาล แต่เอาเป็นว่าเป็นซีรีส์อีกเรื่องที่สนุกดี มีหลายปมให้ติดตาม
ยอมรับว่าการตัดสินใจดูซีรีส์เรื่อง Medical Top Team ในช่วงนั้น เป็นเพราะตั้งใจจะดูแค่ “ชเวมินโฮ” เท่านั้น ด้วยความที่เป็นติ่ง SHINee อะเนอะ คนอื่นคือรู้จักหน้าค่าตาและเคยดูผลงาน แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญขนาดนั้น แอบเสียดายที่บทของพี่มินโฮไม่ค่อยเด่นเท่าไร แถมยังถูกกลบด้วยเรื่องราวดราม่าในเรื่องซะมิดเลย ถึงอย่างนั้นก็ยังได้ความบันเทิงจากซีรีส์เรื่องนี้ไม่น้อย และเป็นซีรีส์การแพทย์อีกเรื่องที่ส่วนตัวรู้สึกว่าสนุกดีนะ อยากแนะนำให้ดู แม้ว่าเราจะไม่ได้เปิดดูซ้ำรอบที่สองก็ตาม⚕️





























