ในวาระที่ ลิเวอร์พูล ต้องเผชิญหน้ากับทีมฟอร์มแรงอย่าง “นกนางนวล” ไบรท์ตัน เชื่อแน่ว่า “แฟนหงส์” คงเชียร์แบบแอบเผื่อใจไว้แน่ ๆ ว่า ทีมรักอาจทำแต้มหล่นในแอนฟิลด์ได้ แต่พอแข่งจริงเล่นยิงสองประตูรวดตั้งแต่ต้นเกม (แบบน่าจะได้เพิ่มอีกหลายลูก) นอกจากนั้น ศูนย์หน้าราคาแพงประจำทีมอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ยังโชว์ฟอร์มกระหน่ำประตูได้อีกด้วย สร้างความชื่นมื่นให้กับเหล่าเดอะค็อปยิ่งนัก
พูดถึงการยิงของศูนย์หน้าทีมชาติสวีเดนที่หวดตุงตาข่ายเป็นลูกที่ 6 ในฤดูกาลนี้แล้ว (เฉพาะพรีเมียร์ลีก) ขึ้นเป็นรองดาวซัลโวเดี่ยว ๆ ตามหลัง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เพียงแค่ 3 สกอร์เท่านั้น
นี่คือผลงานที่ ลิเวอร์พูล ต้องการเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้ว อิซัค ทำได้แค่ 3 เม็ดเองตลอดซีซั่น หลังจากย้ายมาจากนิวคาสเซิล ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ สร้างความกดดันให้ตัวเขาเองยิ่งนัก แต่พอมาฤดูนี้ยิง 6 ลูกจาก 8 นัดเปิดหัว น่าจะทำให้เขาเล่นด้วยความสบายอกสบายใจมากยิ่งขึ้นแน่นอน
สิ่งสำคัญคือบทบาทที่ อันโดนี่ อิราโอล่า มอบให้เขาเล่นนั้น มีความอิสระและส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น สามารถลงมาต่อบอลกับเพื่อน ๆ ในแดนกลาง หรือทางริมเส้นยิ่งกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
ประกอบกับการที่มีปีกดี ๆ อย่าง โคดี้ กัคโป กับ แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า คอยเลี้ยงดึงกองหลังแล้วป้อนบอลสวย ๆ ให้ รวมทั้งจังหวะบอลทะลุจากแดนกลางของ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ยิ่งเพิ่มความหลากหลายของโอกาสให้กับ “คุณศักดิ์” ได้มากขึ้นอีกหลายเท่า เมื่อเทียบกับความโดดเดี่ยวที่เคยได้รับสมัยเล่นในยุคของ อาร์เน่อ สล็อต
เมื่อ อิซัค มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น การทำทีมของกุนซือเอไอก็จะยิ่งง่ายขึ้นไปด้วยนะครับ เพราะทีมจะประสบความสำเร็จนั้น ถ้าไม่มีนักเตะตัวหลักที่คอยทำประตูให้อย่างต่อเนื่องแล้ว มิวายต้องดิ้นรนแก้ปัญหาอื่น ๆ ตามมาอยู่เสมอ
เพราะในเกมฟุตบอลต่อให้เล่นดียังไง แต่ใช้โอกาสเปลืองทำประตูไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์ เล่นไปเล่นมามันจะพลาดเองด้วยซ้ำ
ฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล มีปัญหาอย่างมากในเรื่องของการทำประตู เพราะพอ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งเป็น “เดอะแบก” เรื่องการจบสกอร์ให้ทีมมาตลอดในช่วงหลายฤดูกาลหลังเกิฟอร์มตกขึ้นมา ทีมก็มีปัญหากระท่อนกระแท่นเรื่องผลการแข่งขันอยู่ตลอด
โดยถ้านับดาวซัลโวสูงสุดของพวกเขาในพรีเมียร์ลีกก็คือ ฮูโก้ อากิเตเก้ กองหน้าชาวเฟรนช์ ซึ่งซัดไปเพียง 11 ตามด้วยโคดี้ กัคโป และ บังโม ที่ 7 เม็ด
อากิเตเก้ นั้น โชคร้ายที่ปลายฤดูกาลบาดเจ็บ เลยยิงรวมทุกถ้วยด้วยยอด 17 แต่ก็ถือว่ายังไม่ดีพอ เพราะทีมดี ๆ ที่จะเป็นแชมป์นั้น ส่วนใหญ่ต้องมีดาวยิงระดับ 20-30 สกอร์ต่อซีซั่นอย่างน้อย ๆ หนึ่งคน หรือถ้าจะให้แจ่มกว่านั้นสองคนไปเลยยิ่งดีใหญ่
เขียนไปเขียนมาก็ให้นึกถึงยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีม ซึ่ง “หงส์แดง” มี 3 ประสานในแดนหน้าอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โรเบอร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮัมหม็ด ซาลาห์ กองหลังทีมไหนเจอก็ต้องครั่นคร้าม
บางเกมเล่นไม่ดี เป็นรองเขาแหละ แต่พอแก๊งสามเกลอนี่คนใดคนหนึ่งยิงได้ ก็ทำให้รูปเกมได้เปรียบทีมอื่นเขาไปในทันที
ยุคนี้จะมีโอกาสบ้างไหมที่บรรยากาศเก่า ๆ จะย้อนคืนมา?
อิซัคเริ่มมาแล้ว ตอนนี้เอาใจช่วยให้กุนซือเอไอ ประกอบร่างสร้างความเข้าใจในเกมรุกกับตัวบุกริมเส้นทั้งสองข้างอย่าง โคดี้ กัคโป และ แบรดลี่ย์ บาร์โคล่า ให้สอดประสานแบบมองตาก็รู้ใจ
จำไม่ได้เหรอว่าแรก ๆ มาเน่ กับ ซาลาห์ ก็เถียงกันแทบตายในสนาม เพราะต่างหวงบอล สุดท้ายก็เข้าใจกันได้
เชื่อเถอะถ้า กัคโป-อิซัค-บาร์โคล่า กลายเป็นสามประสานชุดใหม่ ที่ลงตัวแบบรู้ใจไม่แพ้ชุดเดิมได้เมื่อไร
หนทางไล่ทีมจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล หรือ แมนฯ ซิตี้ ก็อยู่ไม่ไกล!