ในสมัยเรียนชั้นประถม โดยเฉพาะช่วงประถมต้นที่เพิ่งจะเริ่มสอนให้เด็ก ๆ อ่านออก-เขียนได้ นั้น สิ่งที่เด็กต้องเรียนรู้เป็นอันดับแรก ๆ ก็คือ เรื่องของรูปพยัญชนะ เสียงพยัญชนะ รูปสระ เสียงสระ รูปวรรณยุกต์ และเสียงวรรณยุกต์ เพื่อให้เด็กนำทั้งสามส่วนนี้มาประกอบกันเป็นพยางค์และคำได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรียนในชั้นที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ การอ่านออก-เขียนได้ กลายเป็นเพียงเรื่องพื้นฐานที่หลายคนไม่ได้สนใจที่จะจำเรื่องเล็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว เช่น ทุกคนรู้ว่าพยัญชนะไทยมี ก-ฮ แต่ก็อาจจะเรียงลำดับไม่ถูกหรือไล่ท่องไม่ครบ 44 ตัว ทุกคนรู้จักสระอะ สระอา แต่อาจลืมไปแล้วว่าจริง ๆ ภาษาไทยแยกรูปสระกับเสียงสระออกจากกัน และรูปสระแต่ละตัวมีชื่อเรียก ดังนั้น หากถามว่า รูปสระ -ะ มีชื่อเรียกว่าอะไร หลายคนอาจจะตอบทันทีว่าก็สระอะไงล่ะ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ชื่อเรียกของรูปสระ -ะ ไม่ใช่สระอะ!
ดังนั้น เราลองมาย้อนความรู้สมัยประถมกันสักนิดดีกว่า ว่าจำได้หรือไม่ว่า สระในภาษาไทยที่มี 21 รูปนั้น แต่ละรูปมีชื่อเรียกว่าอะไรบ้าง
- รูปสระ (-ะ) มีชื่อเรียกว่า “วิสรรชนีย์”
- รูปสระ (-ั) มีชื่อเรียกว่า “ไม้หันอากาศ” หรือ “ไม้ผัด”
- รูปสระ (-็) มีชื่อเรียกว่า “ไม้ไต่คู้”
- รูปสระ (-า) มีชื่อเรียกว่า “ลากข้าง”
- รูปสระ (-ิ) มีชื่อเรียกว่า “พินทุ์อิ” หรือ “พินทุอิ”
- รูปสระ (-่) มีชื่อเรียกว่า “ฝนทอง”
- รูปสระ (-ํ) มีชื่อเรียกว่า “นฤคหิต” หรือ “นิคหิต” หรือ “หยาดนํ้าค้าง”
- รูปสระ (-่่) มีชื่อเรียกว่า “ฟันหนู”
- รูปสระ (-ุ) มีชื่อเรียกว่า “ตีนเหยียด”
- รูปสระ (-ู) มีชื่อเรียกว่า “ตีนคู้”
- รูปสระ (เ-) มีชื่อเรียกว่า “ไม้หน้า”
- รูปสระ (ใ-) มีชื่อเรียกว่า “ไม้ม้วน”
- รูปสระ (ไ-) มีชื่อเรียกว่า “ไม้มลาย”
- รูปสระ (โ-) มีชื่อเรียกว่า “ไม้โอ”
- รูปสระ (อ) มีชื่อเรียกว่า “ตัวออ”
- รูปสระ (ย) มีชื่อเรียกว่า “ตัวยอ”
- รูปสระ (ว) มีชื่อเรียกว่า “ตัววอ”
- รูปสระ (ฤ) มีชื่อเรียกว่า “ตัวรึ”
- รูปสระ (ฤา) มีชื่อเรียกว่า “ตัวรือ”
- รูปสระ (ฦ) มีชื่อเรียกว่า “ตัวลึ”
- รูปสระ (ฦา) มีชื่อเรียกว่า “ตัวลือ”
แล้วคุณล่ะ ยังจำเรื่องพื้นฐานเรื่อง “ชื่อเรียก” ของรูปสระของภาษาไทยอยู่ได้หรือไม่





























