เมื่อสิ่งที่คุณรู้เกิดจากเข้าใจผิดของคุณเอง

“ความรู้คือพลัง” (Knowledge is Power) เป็นคำกล่าวของ เซอร์ ฟรานซิส เบคอน ที่ตีพิมพ์เอาไว้ในงานเขียนที่มีชื่อว่า “Meditation Sacrae” ในปี 1597 ซึ่งประโยคเต็มในหนังสือนั้นระบุเอาไว้ว่า “Knowledge itself is power” (ความรู้คือสิ่งที่มีพลังอยู่ในตัวเอง) และทำให้ข้อความดังกล่าวกลายเป็น Quote ที่ทั้งคนดังหรือนักเขียน หรือคนทั่วไปเอามาใช้เพื่อคอยกระตุ้นตนเอง หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้าง

บรรทัดบนนั้นเป็นการอธิบายที่มาของ Knowledge is Power แล้วประโยคที่ว่า “Knowledge is Power France is Bacon” จะหมายถึงอะไรล่ะ ยังค่ะ ยังไม่ต้องไปเสิร์ชหาใน Google อ่านให้จบทั้งคอลัมน์แล้วคุณจะเข้าใจ

เมื่อวานผู้เขียนได้อ่านบทความที่ Tham Khai Meng, Chief Creative Officer (หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายสร้างสรรค์) ของ Ogilvy & Mother แชร์ไว้ใน แอคเคาท์ทวิตเตอร์ของเจ้าตัว เป็นบทความที่มีชื่อเรื่องว่า France is Bacon แค่แวบแรกก็น่าสนใจแล้วว่า ฝรั่งเศส ไปเกี่ยวอะไรกับ เบคอน

ประโยคเริ่มต้นในบทความดังกล่าวคนเขียนระบุเอาไว้ว่า “เมื่อยังเด็กนั้น พ่อของเขาเคยบอกว่า “Knowledge is Power, Francis Bacon” ซึ่งสิ่งที่เขารับสารมากลายเป็น “Knowledge is Power, France is Bacon” และเขาเองก็เก็บเอาความเข้าใจผิดนั้นด้วยความคิดที่ว่าถูกแล้ว เพราะได้พิสูจน์ด้วยการพูดกับผู้คนรอบข้าง แล้วผู้คนรอบข้างก็ไม่มีใครแปลกใจกับประโยคหลังที่ดูจะทะแม่ง ๆ พอไปถามคุณครู คุณครูก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่นั่งอธิบายอย่างยาวนาน

และความเข้าใจผิดดังกล่าวก็ติดตัวเขามาอย่างยาวนาน ไม่มีใครเฉลยความจริงจนกระทั่งได้อ่านข้อความที่มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียมาตอบใน Reddit เมื่อปี 2011 กับคำถามที่ว่า “มีคำหรือสำนวนใดที่คุณเข้าใจความหมายผิดมาตั้งแต่เด็ก” นั่นแหละเขาถึงได้รู้ว่า France is Bacon น่ะไม่มี มีแต่ Francis Bacon ที่เป็นคนเขียนประโยคนี้ขึ้นมา… อ่านบทความดังกล่าวจบ ก็ให้เกิดคำถามเช่นเดียวกันว่า มีความรู้หรือสำนวนอะไรไหมที่เรารู้มาตั้งแต่เด็ก แต่เป็นความรู้แบบผิด ๆ หรือเป็นความเข้าใจผิดของตัวเราเอง

จากบทความนี้ถ้าเรามองให้ลึกลงไปถึงความเข้าใจและการสร้างความรู้ของแต่ละคน คนรอบข้างมีส่วนสำคัญอย่างมาก แม้ว่าคุณจะเรียนมาเยอะ เจออาจารย์ที่ดี แต่ถ้าความรู้ที่คุณมีอยู่ เกิดจากความเข้าใจผิด เกิดจากอคติของคุณเอง สุดท้ายแล้วความรู้ได้รับมาก็จะกลายเป็นความจริงที่บิดเบี้ยว กว่าจะได้พิสูจน์ทราบว่าสิ่งที่รู้มาตลอดชีวิตนั้นเป็นความรู้ที่ผิดบางทีก็สายจนเกินจะเยียวยาและทำให้หลายคนรับไม่ได้จนต้องแถไปจนสีข้างถลอก

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อคุณมีความรู้อันเกิดจากความเข้าใจผิด ความน่าเชื่อถือของคนคุณก็จะทำให้คนรอบข้างเชื่อตามในสิ่งที่คุณเชื่อไปด้วย และในสังคมยุคนี้ก็ยากที่จะหาคนรู้สึกเอ๊ะ! ได้ง่าย เพราะความรู้ของแต่ละคนไม่ได้ต่างกันมาก และมาจากจุดหลอมเดียวกันคือ โซเชียลมีเดีย ที่ข้อมูลวนลูปให้ลอกกัน เหมือนอยู่ในอ่าง

ดังนั้นจากความรู้ที่ผิด ก็จะกลายเป็นความรู้ที่ถูกต้อง เพราะเผยแพร่โดยคนที่ได้ชื่อว่าผู้รู้ ที่ทำให้ผู้ไม่รู้เอาความเชื่อผิด ๆ ไปเผยแพร่ เหมือนที่เราเห็นในปัจจุบันและต้องคอยแก้ไขให้ถูกต้องกันอยู่เนือง ๆ อ่านบทความดังกล่าวแล้วก็ให้นึกถึงหลักแห่งความเชื่อตาม “กาลามสูตร” หรือพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใดอย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนที่จะปลงใจเชื่อ เป็นหลัก 10 ประการที่เราสามารถนำเอามาปรับใช้ได้ในชีวิตปัจจุบัน

เพราะถ้ารับความรู้โดยใช้วิธีพิจารณาอย่าง กาลามสูตร คนฟังก็จะใช้สติในการรับฟังและใช้ปัญญาเพื่อพิจารณาก่อนจะปลงใจเชื่อ เมื่อทำเช่นนั้นคนเขียนบทความดังกล่าวจะไม่ฟังชื่อ เซอร์ ฟรานซิส เบคอน เป็น “ฝรั่งเศสคือเบคอน” อย่างแน่นอน

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ