ทำความเข้าใจ เหตุใดคนรุ่นใหม่ติด “จอยลดา”

นาทีนี้คงแทบไม่มีชาวทวิตภพคนไหน โดยเฉพาะชาวทวิตภพวัยรุ่นที่ไม่รู้จัก “จอยลดา” ต่อให้ไม่อยากรู้จัก แต่เพราะการเสพข่าวในทวิตเตอร์ หลายคนจะตามอ่านจากเทรนด์ที่ติดแฮชแท็ก ก็มักจะเห็นแฮชแท็กชื่อแปลก ๆ หรือไม่ก็ แฮชแท็ก #จอยล่ม อยู่เป็นประจำ ซึ่งคงแอบสงสัยแน่นอนว่ามันคืออะไร เมื่อกดเข้าไปอ่านดูก็จะพบว่า “จอย” ไม่ใช่ชื่อคน แต่มาจาก “จอยลดา” แล้วจอยลดาคืออะไร ทำไมถึงมีอิทธิพลจนครองเทรนด์ทวิตเตอร์ได้บ่อยขนาดนี้

จอยลดา (Joylada) เรียกกันสั้น ๆ ว่า “จอย” เป็นชื่อแอปพลิเคชันอ่านนิยายออนไลน์ของอุ๊คบี (Ookbee) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มร้านหนังสือออนไลน์และแหล่งอ่านอีบุ๊กออนไลน์ที่ถือว่าประสบความสำเร็จมาก มีส่วนแบ่งทางการตลาด มีการระดมทุน และมีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยชื่อจอยลดานี้ก็สะท้อนบุคลิกของผู้หญิงที่มีความสนุกสนาน ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแอปพลิเคชันนี้

นิยายของจอยลดาจะอยู่ในรูปแบบ “แชต” ซึ่งถือเป็นลักษณะการเล่าเรื่องแบบ (แอบ) อ่านแชตที่ตัวละครใช้สนทนากัน มีให้เลือกอ่านหลากลายแนว ทั้งรักโรแมนติก ดราม่า เศร้า อกหัก คอมเมดี้ แฟนตาซี ไซไฟ สืบสวนสอบสวน ฆาตกรรม ผี สยองขวัญ รวมถึงนิยายสายวาย (Yaoi, Yuri) และแฟนฟิกต่าง ๆ ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน

ลักษณะนิยายของจอยลดานั้น ถือได้ว่าฉีกขนบเดิมของนิยายที่นักอ่านรุ่นเก่าคุ้นเคย ซึ่งนิยายขนบเดิมจะอาศัยการบรรยายหรือพรรณาไปตามพล็อตเรื่อง ใช้ตัวละคร ภาษา และฉากสื่อไปให้ถึงแก่นเรื่อง แต่นิยายจอยลดากลับไม่ต้องอาศัยการร้อยเรียงผูกโยงเนื้อหาเป็นย่อหน้า เพราะเรื่องทั้งหมดถูกแต่งขึ้นและเล่าผ่าน “บทสนทนา” ในรูปของ “แชต” แบบที่เราใช้คุยกับเพื่อน อย่างไรก็ตาม แชตจอยลดาไม่ได้เป็นแชตส่วนตัวที่รู้กันแค่ตัวละคร แต่ผู้อ่านสามารถเข้าไปอ่านบทสนทนาได้ตามที่สนใจ

ทำไมคนรุ่นใหม่จึงติด “จอยลดา”

สถิติยอดผู้ดาวน์โหลดแอปฯ และสมาชิกของจอยลดานั้นมีมากกว่า 1 ล้านคน จำนวนมากกว่า 2 แสนคนเป็นนักเขียน และยังมีสถิติผู้เข้าใช้งานแอปฯ เดือนละประมาณ 1 ล้านคน ยอดกดเข้าไปอ่านแชตในแต่ละวัน สูงสุดเป็นพันล้านครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จอยลดาจะเป็นแอปฯ ที่ล่มอยู่บ่อย ๆ และมีเทรนด์ทวิตเตอร์ #จอยล่ม ขึ้นให้เห็นอยู่ตลอด คงเป็นเพราะสมาชิกในจำนวน 1 ล้านคนนั้นเองที่เป็นพากันปั่นยอดรีทวิต

นิยายแต่ละเรื่องถูกตั้งเป็นห้องแชตที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น ดังนั้น ลักษณะการมีส่วนร่วมของผู้อ่านนิยายจอยลดา ผู้อ่านจะเป็น “บุคคลที่ 3” ที่เข้าไป “จอย” ในแชต แล้วรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างไปพร้อมกับตัวละคร เหมือนการแอบอ่านแชตส่วนตัวของคนอื่น โดยผู้อ่านสามารถเลือกความเร็วในการไหลของออโต้แชตได้โดยไม่ต้องสไลด์หน้าจออ่านเอง ซึ่งก็เหมือนกับการที่เราซุ่มดูเพื่อน 2 คนคุยโต้ตอบกันในกรุ๊ปแชต

ลักษณะภาษาที่ใช้ในจอยลดา เป็นบทสนทนาแบบข้อความสั้น ๆ ใช้ภาษาปาก ไม่มีอารัมภบทยืดยาวเหมือนกับนิยายแบบเล่มหนังสือ และเป็นเรื่องของคนอื่น ขณะที่อ่านก็สามารถจินตนาการตามว่าขณะที่ตัวละครพิมพ์ข้อความเหล่านี้คุยกัน ตัวละครกำลังรู้สึกอย่างไร หรือจินตนาการไปได้ไกลกว่านั้น ผ่านภาษาที่ตีความได้หลายอย่างซึ่งนักเขียนจงใจใช้ ทำให้ผู้อ่านเป็นเสมือนบุคคลที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในห้องแชต ลักษณะเดียวกับที่ทุกคนได้พบและได้สัมผัสในชีวิตประจำวัน

จอยลดาจึงเป็นรูปแบบนิยายที่อ่านง่าย อ่านคล่อง อ่านสะดวก ใช้เวลาไม่นาน อ่านได้รวดเดียวจบ เป็นวิถีชีวิตของคนในยุคใหม่ที่ใช้แชตในการพูดคุยกันเป็นประจำ ขณะเดียวกันก็มีการหักมุม ทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตามมากขึ้น ซึ่งรูปแบบนี้เป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีในชีวิตจริง จอยลดาจึงเป็นนิยายรูปแบบใหม่ที่ถูกจริตนักอ่านวัยรุ่น

อีกสิ่งที่เป็นตัวดึงดูดให้คนเข้ามาติดจอยลดาก็คือ “ชื่อเรื่อง” ชื่อนิยายของจอยลดานั้นไม่ยาว เนื่องจากมีขนาดในการติดแฮชแท็กเพื่อไว้ไปพูดคุยกันต่อได้ในทวิตเตอร์ อย่างไรก็ตามชื่อจอยที่ว่าจะต้องเป็นชื่อที่อ่านแล้วสะดุด สร้างความสงสัย ชวนคนสนใจ ว่าสิ่งที่กำลังติดเทรนด์อยู่ในขณะนี้มันคืออะไรกัน บางคนที่อยากรู้ก็กดเข้าไปอ่าน และสุดท้ายก็กลายเป็นทาสแห่งจอยลดาโดยไม่รู้ตัว

ทำไม “จอยลดา” ถึงทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์

โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ แทบทุกวันจะต้องมีชื่อนิยายเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือคำพูดของตัวละครในจอยลดาติดเทรนด์ทวิตเตอร์เมืองไทย รวมถึงเวลาที่ไม่สามารถเข้าไปใช้แอปฯ ได้ ก็ยังจะมี #จอยล่ม ติดเทรนด์ตลอด จุดนี้แสดงให้เห็นว่าจอยลดามีอิทธิพลในโลกออนไลน์มาก

เนื่องมาจากแพลตฟอร์มของจอยลดาเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นแบบห้องแชตในการสื่อสารของเราในยุคปัจจุบันอยู่แล้ว ตัวละครจึงคุยกันแบบที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย เพียงแยกออกว่าแชตฝั่งไหนเป็นของตัวละครตัวใด ก็อ่านได้เข้าใจโดยไม่ต้องจินตนาการถึง “ฉาก” หรือ “บริบท” มากนัก จึงทำให้มีผู้นิยมเสพนิยายจอยลดาเป็นจำนวนมาก

นิยายวาย (Yaoi, Yuri) และแฟนฟิกเกาหลีเป็นหมวดนิยายที่ยึดครองพื้นที่ในจอยลดามากที่สุด เนื่องจากฐานแฟน ๆ สายวายในสังคมไทยมีจำนวนไม่น้อย และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก สังเกตได้จากกระแสซีรีส์วายที่มีอย่างล้นหลาม ส่งผลให้นักแสดงชายที่เป็นนักแสดงนำในแต่ละเรื่องโด่งดังไปทั่วประเทศบางคนโด่งดังไกลถึงต่างประเทศ และกลุ่มสาววายที่เป็นชาวทวิตภพก็มีเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีแฮชแท็กจากจอยลดาถี่ยิบในทวิตเตอร์

ที่สำคัญแนวนิยายวายในจอยลดา คาแรกเตอร์ของตัวละครส่วนใหญ่มาจากนักร้องไอดอลเกาหลีหรือนักแสดงคู่จิ้นซีรีส์วาย จึงมีคนสายวายจับชิปกัน (ชิป มาจาก relationship ย่อออกมาเป็น ship ที่แปลว่าเรือ) ดังนั้นการที่จะจิ้นคู่ชิปในนิยายสักคู่โดยจินตนาการว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันเกินไปจากชีวิตจริง จะเรียกว่าการลงเรือ และพยายามพายเรือคู่ชิปนี้ให้ถึงฝั่ง (ในมโน) ซึ่งฐานแฟนคลับนักร้องเกาหลีและสายวายในทวิตเตอร์มีเป็นจำนวนมาก คนกลุ่มนี้นี่เองที่มีผลให้จอยลดาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์

จากที่กล่าวมานอกจากจะรู้ถึงเส้นทางการเติบโตของจอยลดาแล้ว ยังสื่อให้เห็นแนวโน้มการอ่านนิยายของคนยุคปัจจุบัน คือการปรับให้เข้ากับเทคโนโลยี แอปฯ อ่านออนไลน์เป็นการเพิ่มทางเลือกในการอ่านให้กับผู้อ่าน เพราะคงจะมีน้อยคนนักที่จะถือนิยายเป็นเล่มไปนั่งอ่านบนรถเมล์ในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ก็จะนั่งก้มอยู่กับจอมือถือ อย่างไรก็ตามหน้าจอที่เปิดไว้อยู่นั้นเป็นการอ่านนิยายจอยลดาไปแล้วเท่าไร จอยลดาถึงได้ถูกพูดถึงอย่าแพร่หลาย

“จอยลดา” ส่งผลต่อการใช้ภาษาอย่างไร

นอกจากจอยลดาจะทำลายกรอบขนบวรรณกรรมในรูปแบบเดิมไป จุดเด่นอีกอย่างของจอยลดาคือ “การใช้ภาษา” เพราะหากอ้างอิงตามหลักภาษาแล้ว ภาษาที่ใช้ในนิยายจอยลดาคือ “ภาษาวิบัติ” ที่แท้จริง ทั้งการพิมพ์ตกหล่น การสะกดคำแบบวัยรุ่นที่ไม่ได้สนใจความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ รวมถึงการพิมพ์ในลักษณะรูดแป้นหรือนิ้วเบียด ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันที่อาจเกิดขึ้นได้เวลาที่เราพิมพ์แชตคุยกับเพื่อน

น่าสนใจว่า จอยลดาเป็นนิยายที่ขายบทสนทนาเป็นหลัก ใช้ภาษาร่วมสมัย ซึ่งแสดงให้เห็นภาพสังคม และลักษณะวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ที่พูดคุยกันผ่านแชตได้อย่างชัดเจน แต่กลับทลายกรอบการใช้ภาษาในวรรณกรรมประเภทนิยายไปแบบไม่เหลือเค้าเดิม

หากให้ผู้ที่ทำงานด้านภาษา ผู้ที่เข้มงวดเรื่องการใช้ภาษา หรือผู้ที่คร่ำหวอดในวงการภาษา เข้ามาอ่านนิยายในจอยลดาแล้ว รับรองว่าต้องปวดหัว กำยาดม หรืออาจเป็นลมพับไปเลย และอาจจะตีตรานิยายจอยลดาว่าเป็น “ตัวการที่ทำให้ภาษาไทยด่างพร้อย” หรือ “บ่อนทำลายวงการวรรณกรรม” อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ขนบแบบใหม่ของนิยายจอยลดา กลายเป็นไวยากรณ์ภาษาเฉพาะในจอยลดา เพราะเป็นสิ่งที่นักเขียน “จงใจ” ใส่ลงไปในเนื้อเรื่อง ซึ่งถ้ามองตาม genre งานแล้ว นี่คือความ “สละสลวย” “สมจริง” และ “เป็นธรรมชาติ” ในตัวงาน

เพราะเราต้องไม่ลืมว่าลักษณะนิยายแบบจอยลดาเป็น “นิยายแชต” ดังนั้นการพูดคุยกันในแชตส่วนตัวของคนเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาถูกต้องตามหลักภาษาทุกคำ ทุกประโยค แต่เป็นภาษาพูดหรือภาษาปากเสียมากกว่า ซึ่งบางครั้งเราก็เลือกใช้คำที่สะกดผิด เพื่อลดเวลาในการพิมพ์ และลดการกดปุ่ม Shift บนแป้นพิมพ์ ซึ่งถ้าหากผู้ส่งสารและผู้รับสารเข้าใจตรงกันก็ไม่มีปัญหา นี่จึงเป็นสิ่งที่นักเขียนตั้งใจใช้ในการสนทนาของตัวละคร ให้เหมือนกับว่าตัวละครมีตัวตนจริง ๆ ใช้ภาษาที่คนทั่วไปใช้คุยกันในแชตจริง ๆ

สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือการใช้ภาษาของผู้อ่านที่เป็นเยาวชนที่ยังไม่มีวิจารณญาณมากพอ จะจำการใช้ภาษาในลักษณะนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน หากเป็นการพูดคุยกันในหมู่เพื่อนสนิท ก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าติดมาใช้กับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมของจอยลดา หรือติดมาใช้กับการติดต่องานที่เป็นกิจธุระหรือเป็นทางการ จะกลายเป็นปัญหาในการติดต่อสื่อสารทันที

“จอยลดา” เป็นปัญหาต่อการสื่อสารอย่างไร

เมื่อการใช้ภาษาในนิยายจอยลดาเป็นภาษาวิบัติที่คนทำงานด้านภาษายากจะทำใจยอมรับ อีกทั้งผู้ที่เสพนิยายจอยลดาส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่นที่กำลังศึกษา หรือเด็กจบใหม่ หรือคนวัยทำงานที่วัยวุฒิและคุณวุฒิอาจไม่มากพอ จึงเป็นกังวลกันว่า หากกลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีวิจารณญาณ ติดภาษาแบบในจอยลดามาใช้ในชีวิตประจำวัน จะเป็นปัญหาในการสื่อสารแน่นอน

เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับนิยายจอยลดาในมุมมองของผู้ใหญ่เป็นไปในเชิงลบมากกว่าบวก แม้ว่าหลายคนจะเข้าใจดีว่านี่เป็นเพียงการใช้ภาษารูปแบบหนึ่งตามประเภทของนิยาย แต่ก็มีผู้ใหญ่หลายคนมองว่าจอยลดาไม่สมควรถูกเรียกว่าเป็นนิยาย ซึ่งเป็นงานชนิดหนึ่งใน “วรรณกรรม” เพราะตามความหมายของวรรณกรรม พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ไว้ว่า คือ งานหนังสือ, งานประพันธ์, บทประพันธ์ทุกชนิดทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง แต่ในมุมมองวรรณคดีและวรรณกรรมแล้ว จอยลดาแทบจะเรียกว่าเป็นงานประพันธ์ไม่ได้เลย

เพราะจอยลดาเป็นเพียงข้อความแชตในห้องสนทนา ล้วนเต็มไปด้วยภาษาปรุงแต่งด้วยภาษาวิบัติ การพิมพ์ผิด ๆ ถูก ๆ ใช้ข้อความข้อความสั้น ๆ ที่ไม่ได้ใจความ ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อทักษะการใช้ภาษา ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน รวมถึงทักษะการคิดวิเคราะห์ของเยาวชน

หากนำภาษาจอยลดาไปใช้แบบไม่ถูกกาลเทศะ หรือนำไปใช้ในการงานที่เป็นกิจธุระ เป็นทางการ ก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการสื่อสาร เพราะถ้าพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนที่ไม่ได้คลุกคลีกับนิยายจอยลดา หรือผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักจอยลดา ก็ไม่มีทางที่เขาจะเข้าใจได้ในทันทีว่าคำพูดที่ใช้นั้นต้องการสื่อความหมายอะไร หรือนำไปใช้ในภาษาเขียน ก็จะสื่อสารอย่างไม่มีประสิทธิภาพเช่นกัน

เพื่อที่เราจะได้อ่านจอยลดากันแบบไม่ถูกประณาม เราก็ควรที่จะมีวิจารณญาณในการอ่าน ให้รู้ว่านั่นคือเรื่องแต่ง เป็นงานเขียนประเภทหนึ่ง ที่จะรับเอามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวันไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ภาษาและการสื่อสาร เพื่อไม่ให้ใคร ๆ พากันเข้าใจว่า “จอยลดาเป็นตัวบ่อนทำลายทั้งภาษาและงานวรรณกรรม”