Home Uncategorized สวัสดีบาหลี สวัสดีปีใหม่ (ตอนที่ 3)

สวัสดีบาหลี สวัสดีปีใหม่ (ตอนที่ 3)

สวัสดีบาหลี สวัสดีปีใหม่ (ตอนแรก)
สวัสดีบาหลี สวัสดีปีใหม่ (ตอนที่ 2)
สวัสดีบาหลี สวัสดีปีใหม่ (ตอนที่ 3)
สวัสดีบาหลี สวัสดีปีใหม่ (ตอนที่ 4)

สวัสดีบาหลี สวัสดีปีใหม่ (ตอนจบ)

สวัสดีบาหลี สวัสดีปีใหม่ ยังอยู่กันที่การขุดรากวัฒนธรรมบาหลีด้วยการมองผ่านอารยธรรมดนตรี

ก่อนที่จะพาไปดื่มด่ำกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยสดงดงามและขึ้นชื่อลือชาในระดับโลกที่ “บาหลี” ไม่ใกล้ไม่ไกลจากไทยแลนด์บ้านของเรากันอีกสักตอนสองตอนนะครับ

ดังที่ได้ปูพื้นกันไปในตอนที่แล้ว อารยธรรมดนตรีของ “บาหลี” อันที่จริงก็คือ รูปแบบดนตรีพื้นถิ่นที่ได้รับความนิยมทั้งในเกาะชวา และเกาะบาหลี คือ “แกเมแลน”

“แกเมแลน” มีลักษณะคล้ายวงปี่พาทย์ของไทย ต่างกันตรงเครื่องดนตรีไทยนิยมใช้ไม้ในการสร้างเสียง แต่เครื่องดนตรีอินโดนีเซียใช้โลหะเป็นส่วนประกอบสำคัญ “แกเมแลน” เป็นวงที่ประกอบด้วยเครื่องเคาะจังหวะเป็นแกนหลักในการบรรเลง มีฆ้องเป็นองค์ประกอบใหญ่ควบคู่ไปกับระนาดเหล็ก มีขลุ่ย Suling ทำหน้าที่คล้ายปี่ในวงปี่พาทย์ไทย

“แกเมแลน” เป็นเส้นทางดนตรีที่เคลื่อนมาจากชมพูทวีปผ่านการเผยแผ่ศาสนาฮินดูมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีอาณาจักรขอมและชวาเป็นผู้ดูดซับวัฒนธรรมบทเพลง “แกเมแลน” ดังปรากฏหลักฐานมากมายในปราสาทหินทั้งในกัมพูชา และทั้งที่ปรัมบานันในย็อกยาการ์ตา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีหินสลักจารึกรูปแบบการบรรเลงของ “แกเมแลน” ณ มหาศาสนสถานบุโรพุทโธ บนเกาะชวา

แม้เสียงหลักจากเครื่องตีโลหะจะแหลมหูอยู่บ้าง จากการรับฟัง “แกเมแลน” ดั้งเดิมบรรเลงในลักษณะการแสดงสด แต่เมื่อคุ้นชินแล้วเสียงแหลมของบรรดาเครื่องดนตรีโลหะในวง “แกเมแลน” จะค่อย ๆ กลมกลืนไปกับเสียงกลองคล้ายตะโพน และเสียงขลุ่ย Suling ซึ่งทำหน้าที่ขับขานฮาโมนี่ และขับเคลื่อนเมโลดี้ของ “แกเมแลน” ไปพร้อม ๆ กัน ด้วยจังหวะจะโคนที่สนุกสนาน แม้จะมีบทเพลงในจังหวะกลาง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นจังหวะเร็ว

ปัจจุบัน มีการประยุกต์ “แกเมแลน” นำไปร่วมแสดงกับดนตรีพื้นเมืองแนวอื่น ๆ ของอินโดนีเซียเอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับดนตรีร่วมสมัยทั้งของตะวันออกและตะวันตกมากมาย มีการตั้งสำนักศึกษาดนตรี “แกเมแลน” ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย ทุกวันนี้ นอกจากการนำ “แกเมแลน” มาแสดง เพื่อต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง ตามสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ ทั้งบนเกาะชวา และในเกาะบาหลี มีการเรียกใช้บริการของ “แกเมแลน” อยู่อย่างสม่ำเสมอ

โดยเฉพาะบนเกาะบาหลี มีการนำ “แกเมแลน” ไปบรรเลงร่วมกับการแสดงที่ขึ้นชื่อของบาหลี ซึ่งถือได้ว่า เป็นมหรสพอันดับหนึ่งที่เป็นหน้าเป็นตาของคนบาหลีรวมถึงคนอินโดนีเซีย ก็อาจพูดได้ นั่นก็คือ ชุดการแสดงที่มีชื่อว่า “ระบำบารอง” ซึ่งมีหลายคณะและหลายเวทีที่เป็นการแสดงทั้งในบาหลีและบนเกาะอื่น ๆ ของอินโดนีเซีย

โดยมีวงดนตรี Rindik เป็นวัฒนธรรมหลักในการรำกริชและ “ระบำบารอง” ซึ่งใช้ในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของชุมชนดั้งเดิมบนเกาะบาหลี

เครื่องดนตรี Rindik ประกอบด้วยกระบอกไม้ไผ่หลายขนาดบนรางที่คล้ายรางระนาด ซึ่งให้เสียงต่างกันในแต่ละลูกโดยใช้ไม้ตีที่มีลักษณะเหมือนระนาดไม้นวม การบรรเลง Rindik โดยมากมักจะมีเครื่องเล่น 2 ชิ้นขึ้นไป ประสานด้วยขลุ่ย Suling และในบางครั้งก็มีกลองของบาหลีที่คล้ายตะโพนในบ้านเรา

“ระบำบารอง” เป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างธรรมะและอธรรม โดยมี “บารอง” สัตว์ในเทพนิยายบาหลีที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายการเชิดสิงโตของจีน แม้บุคลิกของ “บารอง” จะดูน่ากลัวจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ “บารอง” ถือเป็นตัวแทนของฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายคนดี

เราจะได้พบเห็น “บารอง” ทั่วไปในระดับสัญลักษณ์ตามสถานที่ต่าง ๆ บนเกาะบาหลี ประดุจเทพเจ้าองค์หนึ่ง “บารอง” จึงเสมือนเครื่องเตือนใจให้คนบาหลีกระทำแต่คุณงามความดี

ตรงกันข้ามกับ “รังคา” ซึ่งก็เป็นสัตว์ในเทพนิยายบาหลีเช่นกัน แต่มีท่วงท่าที่ดุร้ายกว่า “รังคา” จึงเป็นตัวแทนของความชั่วร้ายหรืออธรรม

แม้การแสดง “ระบำบารอง” คณะต่าง ๆ ในเวทีต่าง ๆ ซึ่งมีหลายคณะจะดูเชยหรือล้าสมัย ประกอบกับสภาพอุปกรณ์และนักแสดงที่ค่อนข้างมีอายุ ชี้ให้เห็นความขาดช่วงของการสืบทอดวัฒนธรรมดังกล่าว ทว่ามนต์ขลังของ Rindik คือ การรำกริชและ “ระบำบารอง” ยังมีให้เห็นอย่างเต็มเปี่ยมในแววตานักแสดง

บทเพลง “แกเมแลน” ในภาค “ระบำบารอง” ที่บรรเลงร่วมกับวงดนตรี Rindik จึงน่าจะยังคงอยู่คู่ไปกับวัฒนธรรมบาหลีไปอีกหลายชั่วอายุคน แม้จะมีวี่แววการลดน้อยถอยลงอยู่บ้างก็ตามทีครับ