ถ้าให้ลองนึกถึงชื่อนักเขียนชาวฝรั่งเศสขึ้นมาสักคนหนึ่ง หลายคนคงนึกถึงชื่อของ อองตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี (Antoine de Saint-Exupery) ผู้เขียนเรื่อง “เจ้าชายน้อย” Le Petit Prince ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี และยังมีอีกหนึ่งเรื่องของนักเขียนผู้เรืองนามรายนี้ ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก กับ Terre Des Hommes ที่มีชื่อภาษาไทยว่า “แผ่นดินของเรา” และมีนักแปลหลายคนที่นำเรื่องนี้มาแปลกับหลายสำนักพิมพ์ สำหรับปกที่เราหยิบมาแนะนำนั้นเป็นปกที่ อาจารย์โคทม อารียา เป็นผู้แปล

Terre Des Hommes หรือ แผ่นดินของเรา เป็นวรรณกรรมร่วมสมัยที่ ผู้เขียนอย่าง แซ็งแตกซูว์เปรี นำเอาเรื่องราวในการทำงานในฐานะนักบินขนส่งไปรษณีย์ในทวีปยุโรป แอฟริกาเหนือ และ อเมริกาใต้ มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวของตัวเขา เพื่อนร่วมงานและผู้คนระหว่างทางทั้งบนท้องฟ้า และ ในทะเลทราย
ใน “แผ่นดินของเรา” นั้นเราจะได้พบกับตัวละครที่จะพาคุณเดินทางข้ามผ่านทะเลทราย ชีวิตและความเหงาเพราะต้องแยกออกจากสังคมปกติในฐานะนกบินขนส่งไปรษณีย์ รวมไปถึงการสูญเสียเพื่อนรัก หรือ แม้แต่ประสบการณ์เฉียดตายเมื่อต้องติดอยู่กลางทะเลทรายซาฮาร่า เพราะเครื่องยนต์เกิดขัดข้อง
เมื่อต้องติดอยู่กลางทะเลทรายท่ามกลางหมู่ดาว และความมืดมิดรอบข้างสิ่งที่ ซูว์เปรี เขียนช่วงเวลาที่อยู่ในทะเลทรายไม่ได้เป็นการบรรยายถึงความยากลำบาก แต่เรื่องราวที่เขาเล่านั้นได้ถ่ายทอดด้านที่อ่อนไหวของมนุษย์ เหมือนต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตรายที่พวกเขาไม่อาจมองเห็นได้
“เรามีความรู้สึกที่แรงกล้าและร่าเริง เหมือนอยู่กลางงานฉลองอันพรั่งพร้อม แต่ความจริงแล้วเราแสนจะยากไร้ มีแต่ลม ทราย และดาวเป็นเพื่อน แร้นแค้นเหมือนนักบวชผู้บำเพ็ญพรต บนผืนทรายเล็กๆ ที่มืดสลัวนี้ คนหก-เจ็ดคนไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้วนอกจากความทรงจำของเขาก็แบ่งปันกันซึ่งความทรงจำอันเป็นสมบัติที่ไม่อาจจะแลเห็นได้”
ถ้าคุณกำลังหาหนังสือที่สามารถได้เรื่อยๆ อาจจบแล้วก็สามารถหยิบขึ้นมาอ่านได้อีกครั้ง “แผ่นดินของเรา” เป็นหนังสือที่เหมาะแก่กาลนั้น และอาจเป็นหนังสือที่ทำให้คุณได้เจอกับคำตอบของความสัมพันธ์อันซับซ้อนของมนุษย์ได้ไม่ยาก
และเมื่อคุณอ่านไปจนถึงบทสุดท้ายที่การเดินทางของซูว์เปรี เปลี่ยนจากเครื่องบินเป็นรถไฟ และความรู้สึกเมื่อได้เห็นคนงานโปแลนด์ในที่โบกี้ชั้นสามของรถไฟขบวนเดียวกับเขา ซูว์เปรี ทิ้งท้ายเอาไว้ชนิดที่เราในฐานะคนอ่านต้องกลืนน้ำลายลงคอ
“ฉันไม่ค่อยเชื่อเรื่องความสงสารเท่าไรนัก สิ่งที่ทำให้ฉันไม่สบายใจไม่ใช่ความยากแค้น….สิ่งที่ทำให้ฉันไม่สบายใจนั้น ไม่อาจรักษาได้ด้วยการแจกอาหาร แต่เป็นว่าในแต่ละบุคคลเหล่านั้น ส่วนหนึ่งที่เป็นโมซาร์ตได้ถูกทำลายไป” นั่นคือสิ่งที่ ซูว์เปรี เห็นจากขบวนรถไฟในโบกี้ชั้นสาม ที่นำเอาคนงานชาวโปแลนด์ที่ถูกเนรเทศจากฝรั่งเศสกลับไปยังบ้านเกิด






























