Home Work & Living Living “Hypnic Jerks” อาการกระตุกขณะนอนหลับ

“Hypnic Jerks” อาการกระตุกขณะนอนหลับ

อาการกระตุกขณะนอนหลับ (Hypnic Jerks) หรืออาการเหมือนตกจากที่สูง ซึ่งในบางคนอาจจะมีการกระตุกรุนแรง ถึงขั้นฟาดแขน ฟาดขา หรืออาจจะกระตุกทั้งตัว ทำให้มีผลต่อการนอนหลับได้ ในทางการแพทย์มักจะเรียกกลุ่มอาการนี้ว่า Hypnic เป็นการกระตุกแบบ myoclonic ซึ่งเป็นการกระตุกของกล้ามเนื้อในร่างกาย ที่สามารถเกิดได้ในคนทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่พูดถึงเกี่ยวกับทฤษฎีของอาการ Hypnic Jerks ว่าเป็นระบบการป้องกันตัว ซึ่งคนได้รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่มีร่วมกันกับลิงและใช้เป็นกลไกในการป้องตัว ในตอนที่อาศัยอยู่บนต้นไม้เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขณะนอนหลับ

สาเหตุของอาการกระตุกขณะนอนหลับ

  1. เกิดจากการที่ร่างกายกำลังเข้าสู่ช่วงหลับลึก กล้ามเนื้อเริ่มคลายตัว การหายใจเริ่มช้าลง แต่สมองกลับสับสนโดยคิดว่าร่างกายกำลังอ่อนแรง ทำให้ไม่สามารถยืนหรือนั่งได้ปกติ จึงสั่งให้กลไกของร่างกายทำการป้องกันตัว คือ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวและกระตุกอย่างรวดเร็ว ในบางครั้งสมองจึงสร้างความรู้สึก คล้ายกับอาการของการตกจากที่สูงนั่นเอง
  2. อีกหนึ่งสาเหตุ อาจเกิดจากการสะอึกในขณะนอนหลับ รวมถึงความเครียด ความวิตกกังวล การเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือกิจกรรมระหว่างวัน การอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการกระตุกขณะนอนหลับได้
  3. อาจเกิดจากการเป็นโรค เช่น โรคไต โรคเบาหวาน และโรคเส้นเลือดในสมองตีบ รวมถึงอาจเกิดในผู้ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาบรรเทาอาการซึมเศร้า เป็นต้น

ผลข้างเคียงจากอาการกระตุกขณะนอนหลับ

ทางการแพทย์แผนจีน อธิบายว่า อาการกล้ามเนื้อกระตุกเกิดจากลม ซึ่งเกี่ยวข้องกับอวัยวะตับทำงานผิดปกติ พลังงานตับและไตอ่อนแอเลือดและลมปราณน้อย จึงส่งพลังไปเลี้ยงปลายแขนและขาได้ไม่ดี จึงมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก คนทั่วไปจะไม่มีอาการกล้ามเนื้อกระตุก หรือถ้ามีจะไม่เกินคืนละ 5 ครั้งและกระตุกไม่แรง แต่ถ้ามีการกระตุกมากกว่า 5 ครั้งและเป็นการกระตุกที่รุนแรง อาจเกิดจากโรคทางระบบประสาทและสมองได้

วิธีป้องกันการเกิดอาการกระตุกขณะนอนหลับ

  1. หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท
  2. ไม่ควรกินอาหารมื้อเย็นให้อิ่มจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการกินอาหารมื้อดึก
  3. หากมีอาการอ่อนเพลียระหว่างวัน แนะนำให้งีบหลับสัก 5 นาที จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น
  4. ไม่ควรทำงานในช่วงหัวค่ำหรือก่อนนอน ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เพื่อให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้ดี และหมั่นผ่อนคลายจิตใจก่อนเข้านอน
  5. ปรับสภาพห้องนอนให้เหมาะสมสำหรับการนอนหลับ เช่น ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ทำให้ห้องเงียบที่สุด ไม่มีแสงไฟรบกวน
  6. หากแขนและขาเมื่อยล้า แนะนำให้แช่น้ำอุ่นวันละ 10-15 นาที
  7. กินพุทราจีนเพื่อบำรุงเลือด กินงาดำเพื่อบำรุงไต

ข้อมูลจาก : คอลัมน์หมอจีนประจำบ้าน นิตยสารชีวจิต ฉบับ 445