Home Inspiration My Dear มีเดีย เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนแรกที่รู้ข่าว แต่เราจำเป็นต้องรู้ข่าวที่ถูกต้อง

เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนแรกที่รู้ข่าว แต่เราจำเป็นต้องรู้ข่าวที่ถูกต้อง

มีคำกล่าวหนึ่งของ ทอม กลอเซอร์ อดีต CEO ของ Reuters Group ในการให้สัมภาษณ์กับ The Economic Times เมื่อปี 2005 โดยกล่าวว่า “People get the media they deserve.” (สื่อเป็นอย่างไร ประชาชนเป็นอย่างนั้น) ซึ่ง กอลเซอร์ ขยายความประโยคดังกล่าวว่า “สื่อที่ผู้คนได้รับ สัมพันธ์กับสิ่งที่พวกเขาต้องการและยินดีจ่ายเงินสนับสนุน” ซึ่งเท่ากับว่าพฤติกรรมผู้บริโภคข่าวสารมีส่วนกำหนดคุณภาพของสื่อในสังคม

มุมมองดังกล่าวน่าจะสะท้อนภาพสังคมทั่วโลกในปัจจุบันได้ดีที่สุด เพราะไม่ใช่แค่ในเมืองไทยที่คุณภาพของสื่อที่เชื่อถือได้มีจำนวนน้อยกว่าสื่อที่สร้างสีสันด้วยคลิกเบต (Clickbait) หรือจำนวนของ Fake News ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม สถานการณ์สื่อที่ถดถอยนั้นเกิดขึ้นมาได้พักใหญ่ นับตั้งแต่โลกใบนี้รู้จักกับโซเชียลมีเดีย และน่าจะมาหนองแตกในช่วงที่เกิดโรคระบาดใหญ่ อันทำให้เหล่าเทคฯ คอมพานี พากันคิดค้นเครื่องมือเพื่อให้คนเสพติดการเสพสื่อรูปแบบใหม่

เชื่อว่าคุณผู้อ่านคงตระหนักแล้วว่าโลกจะไม่หวนกลับไปเป็นเช่นเดิมอีกต่อไป ไม่ใช่เพียงเพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น หากแต่รวมถึงวิธีคิดและพฤติกรรมการรับรู้ข่าวสารของผู้คนที่ถูกหล่อหลอมจากสภาพแวดล้อมใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าอย่างรวดเร็ว

ทุกวันนี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเลือกเปิดรับเฉพาะข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อของตนเอง ขณะที่ข่าวลวง ข้อมูลบิดเบือน และทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ ถูกส่งต่อและขยายความจนบางครั้งยากจะแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความเชื่อส่วนบุคคล ส่งผลให้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกถูกซ้ำเติมด้วยความหวาดวิตกที่อาจเกินกว่าความเป็นจริง

สัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายข่าวสารที่เกิดขึ้นในต่างประเทศได้แสดงให้เห็นถึงความไม่ปกติของโลกยุคใหม่ ตั้งแต่ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ภัยทางไซเบอร์ที่เกิดการโจมตีแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก รวมไปถึงการออกมาเตือนประชาชนของอังกฤษ ญี่ปุ่น หลายประเทศในยุโรป รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่ออกประกาศให้ประชาชนเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

ข่าวสารที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติของโลก ในเมืองไทยสื่อมวลชนนำเสนอข่าวและมีบทวิเคราะห์น่าสนใจหลายเจ้า หากสถานการณ์ในเมืองไทยเหมือนกับที่ ทอม กลอเซอร์ พูดเอาไว้ “สื่อเป็นอย่างไร ประชาชนเป็นอย่างนั้น” แทนที่เราจะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมให้กับตนเองโดยไม่ตื่นตระหนก กลับกลายเป็นว่าสื่อที่หวังแค่เอ็นเกจเมนต์กลับตีข่าวด้วยคลิกเบต จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด ก่อนจะลงเอยด้วย Fake News

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ “อัตตาหิ อัตตโน นาโถ” ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คือดีที่สุดค่ะ

การเตรียมความพร้อมให้กับตนเองนั้นสามารถเริ่มได้ด้วยการติดตามข่าวสารจากสื่อที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ ถ้าเป็นในประเทศ ข่าวจากสำนักข่าวคือสิ่งที่ง่ายที่สุด เพราะในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเราไม่จำเป็นต้องเป็นคนแรกที่รู้ข่าว แต่เราจำเป็นต้องรู้ข่าวที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ และเหล่าสำนักข่าวนั้นล้วนมีแบ็กกราวนด์จากสื่อสิ่งพิมพ์ที่ปรับมาเป็นออนไลน์ สื่อทีวีที่ต้องทำข่าวออนไลน์ควบคู่กันไป หรือ ถ้าสามารถติดตามข่าวภาษาอังกฤษได้ การติดตามสำนักข่าวต่างประเทศจะช่วยให้คุณได้มุมมองอย่างรอบด้าน

เมื่อคุณติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้จะทำให้เราไม่ตื่นตระหนก ส่วนการตุนเสบียงจะทำหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคล หากอุปกรณ์เบื้องต้นที่ควรมีไว้ติดบ้านอย่างไฟฉาย พาวเวอร์แบงก์ ยาสามัญประจำบ้าน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง เหล่านี้เป็นพื้นฐานที่ทุกบ้านควรมี รวมไปถึงการฝึกนิสัยเติมน้ำมันรถให้เต็มถังเมื่อน้ำมันถูกใช้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง หรือชาร์จไฟรถให้เต็มทุกครั้งที่ใช้งาน

การฝึกนิสัยเตรียมความพร้อมจะทำให้คุณพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าคุณคิดว่าไม่มีอะไรต้องกังวล แล้วปล่อยให้ความช่วยเหลือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอย่างเดียว ขอให้มองย้อนกลับไปดูผลงานในอดีตของพวกเขาค่ะ หลายท่านน่าเสียวสันหลังและสั่งเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กมาเก็บไว้ที่บ้านเหมือนกับผู้เขียนอย่างแน่นอน (ฮา)

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ