ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนผมมีโอกาสไปเยือนโอซาก้าครั้งแรก ความฝันอันดับหนึ่งของเด็กหนุ่มคนนั้นคือการได้ลองนั่ง Shinkansen สักครั้งในชีวิต แต่ความฝันก็ต้องพับเก็บใส่กระเป๋าอย่างไว เมื่อพี่นิก (พี่ชายที่เคารพที่ได้ทุนคิงไปเรียนญี่ปุ่น) หันมาดับความหวังด้วยรอยยิ้มปนความจริงจังว่า ตั๋วชินคันเซ็นแพงกว่าตั๋วเครื่องบินอีก! กลายเป็นภาพจำว่ารถไฟหัวกระสุนคือการเดินทางที่ใช้งบพอสมควร
จนกระทั่งทริปล่าสุดที่ผมได้บินไปลงฟุกุโอกะ ประกายความฝันวัยรุ่นก็ถูกจุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง คราวนี้ผมพกอาวุธลับสุดคุ้มอย่าง JR Pass Northern Kyushu 3 วัน (จ่ายไป 15,000 เยน คิดเป็นบาทก็ราว 3,100 บาท) เป็นการปลดล็อกให้ผมได้ก้าวขึ้นไปสัมผัสชินคันเซ็นขบวนแรกในชีวิตแบบไม่ต้องรู้สึกผิดกับกระเป๋าสตางค์
เป้าหมายของผมคือการเดินทางจากสถานีฮากาตะ มุ่งหน้าสู่เมืองคุมาโมโตะ ขาไปจับรถ Shinkanse รุ่น Tsubame ทำความเร็วได้ราว 260 กม./ชม. ส่วนขากลับนั่ง Shinkanse รุ่น Sakura ทำความเร็วได้ระดับ 300 กม./ชม. และเมื่อรถไฟเริ่มออกตัว มันไม่ได้มีแรงกระชากหวือหวาแบบเครื่องบินเทกออฟ ไม่มีเสียงเสียดสีกับรางแบบรถไฟปกติ และใช้เวลาไปแค่ 30 นาทีเศษเท่านั้น!
ถ้านึกภาพไม่ออกว่ามันเร็วขนาดไหน ลองจินตนาการว่าระยะทางข้ามจังหวัดระดับร้อยกว่ากิโลเมตร ถ้าคุณเช่ารถขับ เหยียบทางด่วนแบบไม่แวะพัก ยังไงก็ต้องมีชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงแน่นอน แต่นี่คือครึ่งชั่วโมงที่ราบเรียบขนาดวางแก้วน้ำไว้แล้วผิวน้ำแทบไม่กระเพื่อม เป็น 30 นาทีที่สั้นจนแอบรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้นั่งเสพความฟินนี้นานกว่าเดิม
จริงอยู่ครับ ถ้าว่ากันด้วยตัวเลขสถิติในปัจจุบัน ชินคันเซ็นอาจไม่ใช่รถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกอีกต่อไปแล้ว สถิติตัวเลขความเร็วสูงสุดในเชิงพาณิชย์ถูกรถไฟหัวกระสุนของจีนหรือรถไฟแม็กเลฟรุ่นใหม่ ๆ แซงหน้าไป แต่ผมเชื่อว่าสำหรับคนทั้งโลก ถ้าเอ่ยคำว่า “รถไฟความเร็วสูง” ภาพแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวของทุกคนอย่างไรก็ต้องเป็นหัวกระสุนสีขาวคาดน้ำเงินของญี่ปุ่นวันยังค่ำ เพราะนี่คือสัญลักษณ์ของความฝันมนุษยชาติ และมาตรฐานความปลอดภัยระดับตำนานที่วิ่งมาหลายสิบปีโดยไม่เคยมีประวัติผู้โดยสารเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถไฟตกรางเลยแม้แต่คนเดียว
ญี่ปุ่นเขาสร้างชินคันเซ็นสายแรก (Tokaido Shinkansen) วิ่งรับส่งผู้โดยสารได้สำเร็จตั้งแต่ปี 1964 หรือเมื่อกว่า 60 ปีก่อน ในยุคที่โลกตะวันตกเพิ่งฟื้นตัวจากสงคราม ยุคที่หลายประเทศยังคิดว่ารถไฟกำลังจะตาย แต่ญี่ปุ่นเปิดหวูดวิ่งทะลุเมืองหลวงไปแล้ว ตัดภาพกลับมาที่ปีนี้ รถไฟความเร็วสูงบ้านเราก็ยังคงอยู่ในสถานะสุดคลาสสิกคือ “กำลังก่อสร้าง” มหากาพย์โครงการข้ามทศวรรษที่รุ่นเราทำได้แค่นั่งลุ้นว่าจะได้ตัดริบบินกันตอนไหน
การได้นั่งชินคันเซ็นครั้งแรกในชีวิตที่ฟุกุโอกะรอบนี้ มันคือการเดินทางสานฝันตัวเองที่ค้างคามา 20 ปี และเป็นการได้สัมผัสอนาคตที่คนญี่ปุ่นเขาสร้างและใช้งานกันมาได้อย่างน่าทึ่ง คุณเคยมีประสบการณ์นั่งรถไฟความเร็วสูงที่ไหนกันบ้าง ลองเข้ามาแชร์กันหน่อย เพราะในไทยน่าจะอีกสักพักครับ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ