Home Inspiration My Dear มีเดีย Copycat “ลอกแหละ…ดูออก”

Copycat “ลอกแหละ…ดูออก”

คำว่า Copycat เป็นแสลงที่หมายถึง คนที่ชอบเลียนแบบคนอื่น ถ้าใช้ในแวดวงอาชญากรรมก็เป็นพวกที่ชอบก่อเหตุโดยลอกเลียนแบบเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน แต่ถ้าใช้กับบุคคลก็จะมีความหมายตามแบบแรกที่ได้ระบุเอาไว้ ซึ่งสัปดาห์นี้อยากจะมาชวนคุณผู้อ่านมาพิจารณาเรื่อง Copycat ในแวดวงสื่อสารกันหน่อย เพราะดูเหมือนว่าลอกกันไปลอกกันมาจนไม่รู้แล้วว่าคนไหนคือต้นฉบับที่แท้จริง

อิริค โธมัส นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ได้เคยพูดถึงคนที่ชอบลอกเลียนแบบคนอื่นเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “As long as you’re being a copycat, you will never be the best copycat” แปลไทยก็จะประมาณ “ถ้าคุณลองได้เริ่มต้นด้วยการเลียนแบบคนอื่น คุณก็ไม่มีทางจะที่ทำได้ดีไปกว่าต้นแบบเพราะอย่างไรเสียคุณก็ไปลอกเขามา”

ดูเหมือนประโยคของ อิริค โธมัสจะชัดเจนนะคะ และถ้าเอาตามประสบการณ์จริงของคนเขียนเองที่ถูกก๊อปปี้งานจนต้องทำใจให้คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ก็เห็นจริงเช่นเดียวกับที่อิริคพูด เพราะงานลอกเลียนแบบก็เหมือนกับของแบรนด์เนมเซินเจิ้น ข้างนอกเหมือนจะคล้ายแต่พอพิจารณาให้ดีแล้วจะรู้ว่า “มันไม่ใช่”

ในแวดวงสื่อทุกวันนี้ จะว่าไปแล้วเต็มไปด้วย Copycat ทุกแพลตฟอร์ม พอมีต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ ก็จะมีคนทำตามกันเป็นร้อย จนทำให้เราได้ดูคอนเทนต์แบบเดียวกันเปลี่ยนแค่คนเล่า ซึ่งจะว่าไปก็แทบจะโขกเอาบุคลิกเดียวกันกับต้นแบบออกมา

มาถึงตรงนี้แล้วขอเล่าประสบการณ์ตรงที่เคยได้ร่วมงานกับทีมงานต่างชาติในการผลิตรายการ ซึ่งไม่รู้ภาษาไทยสักเท่าไร แต่เพียงแค่ฟังเสียง เพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติของผู้เขียนก็ทักขึ้นมาทันทีว่า “ทำไมคนนี้ทำเสียงเหมือนกับคนนี้” ผู้เขียนนั้นนอกจากจะเลิ่กลั่ก เพราะไม่มีคำตอบให้แล้ว ยังให้รู้สึกอายแทน น้องที่ถูกคนที่ถูกเมนชั่นถึงว่าทำเสียงเหมือนรุ่นพี่อีกคน ก็ได้แต่แก้ตัวแทนไปว่า “คนไทย บางครั้งต้องการต้นแบบเพื่อหามาตรฐานให้กับตนเอง”

เอาเข้าจริงแล้วเรื่องความคิดสร้างสรรค์ หรืองานในทางสร้างสรรค์ ถ้าจะเปรียบไปก็เหมือนแท่ง “คริปโตไนต์” ของวงการสื่อไทยเลยทีเดียว เป็นจุดอ่อนที่เมื่อใดถูกเรียกให้เสนอความคิดสร้างสรรค์ ก็จะรู้สึกอ่อนยวบ เหมือนซูเปอร์แมนเจอกับแท่งคริปโตไนต์นั่นแหละ  แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น คำตอบคือ ก็เพราะลอกตาม ๆ กันมานานแล้ว นานกว่าสองทศวรรษแล้วด้วยซ้ำ

แถมยังเป็นเรื่องยากเข้าไปอีกเมื่อคิดว่าสิ่งที่ลอก ๆ กันมาหรือทำตาม ๆ กันมาคือมาตรฐานที่เรียกว่าความถูกต้อง เอาเป็นว่าถ้าวันนี้คุณดูทีวีดิจิทัล คุณก็จะเจอการจัดผังรายการแบบเดียวกัน คุณไปดู Content บนยูทูบ ก็จะได้ยินเสียงเอฟเฟกต์แบบเดียวกัน กราฟิกแบบเดียวกัน ตัดแบบจั๊มคัทเหมือนกัน ส่วนคอนเทนต์ก็ไม่ต้องพูดถึง เรื่องเดียวกันมีเพลย์ลิสต์ให้ดูเป็นสิบ

แล้ววิธีการนำเสนอที่ลอกกันไปลอกกันมาจนกลายเป็นแมวขี้ลอกกันทั้งวงการนั้นจะลดหายไปไหม คำตอบคือ “ไม่อย่างแน่นอน” เพราะจินตนาการจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดถ้าคนนั้นอ่านมาก ฟังมาก แต่ยุคสมัยนี้ไม่มีใครอ่านหนังสือ ไม่มีใครฟังใคร พอถึงเวลาให้เสนอไอเดีย ก็เหมือนถูกแท่งคริปโตไนต์ แตะเอาที่ก้านสมองกันเลยทีเดียว

และก็อย่างที่ อิริค โธมัส บอกไว้ในข้างต้นนั่นแหละค่ะ ถ้าลองได้เริ่มด้วยการลอกเลียนคนอื่นแล้วละก็ คุณไม่มีวันจะไปถึงมาตรฐานที่ต้นแบบเขาทำไว้หรอก คุณเป็นได้แค่เงาของต้นแบบที่ใครเขาก็มองออก แล้วผู้คนก็จะกระซิบบอกต่อ ๆ กันไปว่า “รู้แหละว่าลอกมา ดูออก”

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ