Home Inspiration My Dear มีเดีย “ฉอดเก่ง” ระวังจะเขินนะตัวเอง!

“ฉอดเก่ง” ระวังจะเขินนะตัวเอง!

มี Quote หนึ่งที่กล่าวถึงสื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งโด่งดังและถูกนำไปพูดกันเยอะมากระบุเอาไว้ว่า “Online is old news. Online in social media is today news… Social Media is not a subset of the internet. Social Media is the internet” แปลเป็นไทยใจความว่า

“ข่าวในโลกออนไลน์นั้นเป็นเรื่องเก่าไปแล้ว ข่าวในโลกออนไลน์ที่มาจากโซเชียลมีเดียคือสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เหนืออื่นใด โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอินเทอร์เน็ต แต่โซเชียลมีเดียคืออินเทอร์เน็ตนั่นแหละ”

Quote ดังกล่าว ถ้าคุณเป็นคนที่เกิดหลังปี 2545 ที่มีอายุเพิ่งจะครบ 18 ปีในปีนี้อาจจะงงอยู่สักหน่อย เพราะคุณเกิดมาบนโลกที่มีอินเทอร์เน็ตแล้ว พอคุณโตขึ้นมาอีกหน่อย โลกใบนี้ก็มีเฟซบุ๊ก มี Youtube ขณะเดียวกัน search engine อย่าง google ก็ถูกพัฒนาจนชาญฉลาด ถามอะไรตอบได้หมดเหมือนกับอับดุล และต่อมาไม่นานก็มีสารานุกรมออนไลน์​ที่เรียกว่า Wikipedia ทำให้นักท่องอินเทอร์เน็ตกลายเป็นผู้รอบรู้แบบเป็ด ชนิดที่ว่ายน้ำก็ไม่ค่อยดี บินก็ไม่ค่อยได้

ขณะที่ความหมายของ Quote ดังกล่าวได้ย้อนกลับไปถึงยุคสมัยที่เป็นจุดเริ่มต้นของวงการออนไลน์ ที่ในยุคเริ่มต้นที่ยังใช้โมเด็ม ต่อเน็ตทีเสียงดังไปทั่วบ้าน โซเชียลมีเดียที่มีในเวลานั้นเห็นจะหนีไม่พ้น community ชื่อดังอย่าง pantip.com ศูนย์รวมคนชอบแสดงความคิดเห็น คนชอบรีวิวในยุคเริ่มต้น และโปรแกรมพูดคุยอย่าง Pirch หรือ IRC หลังจากนั้นโลกออนไลน์ก็ปรับวิถีมาเรื่อยตามจริตของผู้คน จนมาถึงการก่อกำเนิดของโซเชียลมีเดีย ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

หากแต่การเติบโตของโซเชียลมีเดียแต่ละเจ้านั้น เดินทางมาไกลจากวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งอย่างชัดเจน อย่างเฟซบุ๊ก ถูกก่อตั้งเพราะความต้องการของมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ในการสร้างคอนเนคชั่นของผู้ที่เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกับตัวเองเพื่อที่จะได้ใช้ต่อยอด หรือ Youtube ที่ก่อตั้งขึ้นเพราะหนึ่งในสามของผู้ก่อตั้งต้องการให้คลิปของตนเองได้รับชมกันง่ายในโลกออนไลน์ ในขณะที่ Twitter ถูกพัฒนาขึ้นเพราะความต้องการเบื้องต้นในการส่งข้อความสั้นหากันภายในกลุ่มของการทำงาน

แต่จากจุดเริ่มต้นเพื่อตอบสนองความสะดวกและความต้องการของตนเอง แต่ละแพลตฟอร์มก็เติบโตขึ้นและถูกพัฒนาเพื่อตอบสนองผู้ใช้งานจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคปัจจุบัน และกลายเป็นความไม่ปกติที่กลายเป็นเรื่องปกติ

จากที่ในอดีตเราจะไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัวให้ใครรู้มากนัก ไม่อวดอ้างสิ่งของที่มี หรือแสดงความคิดเห็นแรง ๆ ในที่สาธารณะ แต่โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นเครื่องมือให้ผู้คนอยากแสดง อยากอวด และทำร้ายผู้อื่นด้วยตัวอักษรหรือคลิปไวรัลมากขึ้นเรื่อย ๆ และมาพร้อมกับคำแก้ต่างให้กับตนเองว่า โซเชียลเป็นโลกคู่ขนาน ชีวิตจริงไม่เป็นอย่างนั้นหรอก

ไม่มีโลกคู่ขนานใด ๆ ทั้งนั้นบนโลกใบนี้ค่ะ มีแต่โลกจริงที่ใช้ชีวิตกันจริง ๆ คุณหยาบแค่ไหนผ่านแอคฯ หลุมของตนเองในโลกโซเชียล ตัวจริงคุณก็หยาบเท่านั้น คุณเสพติดดราม่าจากแอคเคาท์ หรือเพจที่ตั้งตนเป็นสื่อมากเท่าไร วิธีคิดในทำนองทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดก็จะฝังหัวคุณมากขึ้นตาม

แล้วเราจะอยู่กันอย่างไรกับสังคมที่ผู้คนเสพติดความหยาบ พร้อมกับชุดความคิดที่บอกว่า “ฉันมีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้” ขอตอบในฐานะที่เห็นโลกที่เคลื่อนไหวมาได้พักใหญ่ว่า “ก็อยู่กันไปแบบนี้แหละค่ะ” ดูความเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จากรุ่นสู่รุ่น เชื่อดิฉันเถอะค่ะ คนที่กล้าฉอด ออกตัวแรงในวันนี้ พอผ่านพ้นไปหนึ่งทศวรรษแล้วหันกลับมามองตัวเองในวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วออกอาการเขินตัวเองกันทุกคนไป

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ