Home Uncategorized แล่เนื้อเถือหนัง THE POST – สื่อมวลชน หรือ สื่อของใคร?

THE POST – สื่อมวลชน หรือ สื่อของใคร?

อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่กำลังมีลุ้นรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนี้ ที่มาพร้อมกับการตั้งคำถามถึงบทบาทของสื่อมวลชนที่แท้จริงว่าตกลงแล้วเรามีหน้าที่รับใช้ใครระหว่าง ประชาชน หรือรัฐบาล? เสนอความจริงหรือปิดบังเรื่องฉาวเพื่อพวกพ้อง ซึ่งหยิบมาเล่าเมื่อไหร่ก็ไม่เชยและร่วมสมัยมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพยนตร์ดราม่าภายใต้ฝีมือกำกับของ สตีเวน สปีลเบิร์ก เล่าถึงการเผยแพร่เอกสารลับสุดยอดเกี่ยวกับสงครามเวียดนาม ปี 1966 ที่รัฐบาลของ สหรัฐอเมริกา ปกปิดความจริงมาตลอด เอกสารลับที่ว่านั้นได้มีคนในขโมยไปถ่ายเอกสารแล้วส่งต่อให้สื่อมวลชนแบบตั้งใจ ซึ่งทีแรก นิวยอร์ค ไทม์ส สื่อยักษ์ใหญ่ชื่อดัง นำข้อมูลส่วนหนึ่งไปเปิดเผยจนสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ ทว่าก็ถูกรัฐบาลสั่งแบนในวันถัดมา

ขณะที่ วอชิงตัน โพสต์ ของ แคเธอรีน เกรแฮม (เมอรีล สตรีพ) กับ เบน แบรดลีย์ (ทอม แฮงค์ส) ที่ได้เอกสารลับจากเพนตากอนนี้เช่นกัน ก็ต้องตัดสินใจว่าจะตีแผ่ความจริงลงบนหน้ากระดาษหรือไม่ เพราะขณะที่ แบรดลีย์ ตั้งใจตีพิมพ์เพื่อรักษาอุดมการณ์ต่ออาชีพ แคเธอรีน ที่เป็นเจ้าของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ก็ต้องสู้กับความขัดแย้งในใจเพราะเธอก็มีคนสนิทอยู่ในรัฐบาล และหากตีพิมพ์เนื้อหาสุ่มเสี่ยงนี้ ธุรกิจของครอบครัวที่เธอพยายามรักษาไว้มายาวนานก็อาจถึงคราวล่มสลาย

สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ทำให้คุณเสียเวลาในการดู ก็คือชื่อของ สปีลเบิร์ก จริงอยู่ที่ผลงานช่วงหลังอาจไม่เปรี้ยงปร้างเพราะหันไปจับงานสไตล์แฟนตาซีแบบที่เคยสร้างชื่อให้เขาในอดีตทว่าไม่โดนใจคนรุ่นใหม่ แต่เมื่อไหร่ที่พ่อมดของฮอลลีวูดหยิบเรื่องซีเรียสมาเล่าบนแผ่นฟิล์มก็เชื่อขนมกินได้เสมอ แม้ช่วงแรกของการปูเนื้อเรื่องสงครามเวียดนามจะชวนง่วงเหงาหาวนอนบ้าง แต่พอหนังเดินเรื่องมาถึงจุดที่เอกสารลับหลุดไปหาสื่อมวลชน 2 เจ้า ก็เริ่มทวีความตื่นเต้นและระเบิดพลังในจุดไคลแมกซ์ที่ แคเธอรีน ต้องเลือกว่าจะปกปิดความจริงเพื่อพวกพ้อง เพื่อรักษาธุรกิจให้อยู่รอดปลอดภัย หรือรักษาอุดมการณ์ต่อหน้าที่เอาไว้โดยมี แบรดลีย์ และนักข่าวในองค์กรกดดันอยู่

ฝั่งนักแสดง โดยเฉพาะ 2 ตัวหลัก ทอม แฮงค์ส กับ เมอรีล สตรีพ ไม่มีอะไรให้ลุ้นหรือคาดหวังเพราะ

2 คนนี้คือยอดฝีมืออยู่แล้ว เล่นตามมาตรฐานที่ยอดเยี่ยมของตัวเอง รายของเจ้าป้า บทบาทเจ้าของหนังสือพิมพ์คนนี้ก็ทำให้เธอได้เข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งที่ 21 ด้วย หลังจากได้ไป 3 ครั้งก่อนหน้า ส่วนหนนี้ที่ได้เข้าชิงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม คุณป้าจะได้ตุ๊กตาทองกลับไปตั้งโชว์ที่บ้านครั้งที่ 4 หรือไม่ก็ต้องมาลุ้นกัน

กลับมาที่ตัวหนังบ้าง แม้หลายครั้งขณะดูจะรู้สึกว่าหนังพยายามยัดเยียดคำพูดคมๆ สวย-หล่อเรื่องอุดมการณ์ของอาชีพ “สื่อมวลชน” จนชวนเบะปาก (เทียบกับ Spotlight ที่ได้ออสการ์หนังยอดเยี่ยมปี 2015 เรื่องหลังไม่เยอะขนาดนี้) แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่านั่นแหละคือหัวใจของความเป็นสื่อมวลชนที่ดี ถึงปัจจุบันเราจะพบเห็นว่าสื่อส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ตาม ซึ่งก็เป็นกันทั่วโลกนั่นแหละ ไม่ใช่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง

ในฐานะที่ผู้เขียนเองประกอบอาชีพที่ชื่อ “สื่อมวลชน” ถึงจะไม่ได้อยู่ในสายข่าวที่หนักหน่วงอย่าง การเมือง, เศรษฐกิจ แต่ฉากหนึ่งที่ แคเธอรีน เจ้าของหนังสือพิมพ์ วอชิงตัน โพสต์ ได้รับการขอร้องจากเพื่อนสนิทซึ่งมีบทบาทสำคัญในคณะรัฐบาลยุคนั้นว่าอย่าเผยแพร่ข่าวไม่ดีเกี่ยวกับรัฐบาลและตนเอง ไม่เช่นนั้นจะเสียความสัมพันธ์และสิทธิประโยชน์ที่เคยได้ทั้งหมดไป แถมยังมีเรื่องธุรกิจของตระกูลมาเป็นเดิมพัน ก็รู้สึกเสียดแทงและเข้าใจเธออยู่เหมือนกัน

จากประสบการณ์ตรง การสนิทสนมกับแหล่งข่าวนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มุมหนึ่งเราสามารถพูดคุยกับแหล่งข่าวได้เป็นกันเองมากกว่านักข่าวมือใหม่ (ที่บางครั้งแหล่งข่าวบางคนเห็นหน้าแล้วก็ไม่อยากคุยด้วยเพราะเห็นว่าเป็นไก่อ่อน) แต่อีกมุมหนึ่งคือหากเรารับรู้เรื่องราว-การกระทำแย่ๆของแหล่งข่าว เวลาไปสัมภาษณ์ถ้าไม่โดนบอกปัดก็อาจถูกขอร้องว่า “อย่าเอาไปลงเลยนะพี่ ผม-หนู ขอ” หากไม่ฟังกันผลที่ตามมาก็มี 2 แบบคือถูกตัดความสัมพันธ์ ไม่ก็โดนฟ้องร้องให้หมดอนาคตกันไป ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากคุณพลิกหนังสือพิมพ์แล้วพบว่าไม่มี Hard News หนักๆให้เสพเลย เพราะส่วนใหญ่ก็ถูกขอร้องกันไว้แล้ว ยิ่งยุคนี้เป็นยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ทยอยปิดตัวกันไปเกือบหมดประเทศ ขายข่าวเบาๆที่เรียกเรตติ้งได้ รักษาสปอนเซอร์ เอาตัวเองให้อยู่รอดไว้ก่อนจะดีกว่า

นับเป็นหนังสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจอยากประกอบอาชีพ “สื่อมวลชน” ควรดูและศึกษาเอาไว้ แม้ในสายตาของประชาชนทั่วไปอาชีพนี้จะดูเศร้าๆหน่อยเพราะพวกเขามองว่าสื่อไม่ใช่ “หมาเฝ้าบ้าน” ผู้ทรงเกียรติอีกแล้ว จากการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แสดงออกชัดเจนว่าฉันกำลังรับใช้ใครอยู่ แต่กระนั้นเราก็ยังเชื่อว่ามันจะเป็นหนังที่จุดประกายให้คนรุ่นใหม่ สมัยใหม่ มีความตั้งใจที่จะทำงานและนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในฐานะนักสื่อสารมวลชนที่ดีในอนาคตต่อไป