วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและเพิ่มความคุ้มครองผู้ประกันตน โดยมีสาระสำคัญดังนี้
- ขยายอายุขั้นสูงผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 60 ปี เป็น 65 ปี
- เปิดทางให้ผู้ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือ 15 ปี เลือกรับเงินชราภาพเป็นบำเหน็จเงินก้อน หรือบำนาญรายเดือน ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
- ผู้ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน หรือ 5 ปี สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนอายุ 55 ปี เมื่อเกิดภัยพิบัติร้ายแรงที่กระทบต่อความเป็นอยู่ หรือใช้เงินชราภาพบางส่วนเป็นหลักประกันกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ โดยมีเพดานไม่เกิน 30% ของเงินชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง
- เปิดให้ผู้รับบำนาญสมัครรับความคุ้มครองต่อในกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต โดยผู้ประกันตนสมทบ 2 ส่วน และรัฐสมทบ 1 ส่วน
- ขยายสิทธิเงินสงเคราะห์บุตรต่ออีก 6 เดือนหลังออกจากงาน พร้อมปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
- เพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพที่ไม่ได้เกิดจากการทำงาน จากเดิม 50% เป็นไม่เกิน 70% ของค่าจ้าง
- ทั้งนี้ มติครั้งนี้เป็นการเห็นชอบ “ร่างกฎหมาย” ซึ่งยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของสภาและออกหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จึงยังไม่สามารถขอถอนเงินชราภาพหรือกู้เงินตามเงื่อนไขใหม่ได้ทันที
การขยายอายุผู้ประกันตน ม.33 ถึง 65 ปี ไม่ได้หมายถึงการเลื่อนอายุรับสิทธิชราภาพจาก 55 ปีเป็น 65 ปี
อ้างอิงรายงานมติ ครม. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569





























