Triton, Travo และ Tank 300

ภาพจาก asiacrosscountryrally.com

ขณะที่สงครามดราม่าค่ายรถจีนกับค่ายรถญี่ปุ่นในบ้านเรายังคงดุเดือดอย่างต่อเนื่อง อีกมุมหนึ่งบนสนามแข่งแรลลีทางฝุ่นระดับชิงแชมป์เอเชีย ก็มีการต่อสู้กันแบบดุเดือดไม่แพ้กัน ที่สำคัญเราได้เห็นรถแข่งทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อหลากหลายยี่ห้อ จากหลากหลายประเทศลงดวลความอึดบนเส้นทางกว่า 2,000 กิโลเมตรในประเทศไทยครับ

การแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) ปิดฉากลงอย่างสมศักดิ์ศรีบนเส้นทางสุดโหดจากพัทยาสู่พิษณุโลก ตลอด 6 วัน 6 สเตจอันทรหด ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตรถกระบะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้กลายสภาพเป็นสนามทดสอบที่เค้นทั้งสมรรถนะคนและรถได้เป็นอย่างดี

ไฮไลต์หลักที่แฟนทางฝุ่นจับตา คือการสู้กันระหว่างสองค่ายรถโรงงานญี่ปุ่น มิตซูบิชิ แรลลีอาร์ต และโตโยต้า กาซู เรซซิง ไทยแลนด์ ในคลาส T1D โดยมิตซูบิชิ มี ฮิโรชิ มาสุโอกะ ตำนานแชมป์ดาการ์ แรลลี 2 สมัย ทำหน้าที่เป็นทีมบอส ซึ่งรถ Triton #106 ขับโดย คัทสึฮิโกะ ทากุจิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ คว้าแชมป์โอเวอร์ออลไปครอง 2 ปีติดต่อกัน

ขณะที่ โตโยต้า กาซู เรซซิง ไทยแลนด์ มานะ พรศิริเชิด นักขับผู้ผ่านสังเวียนดาการ์มาแล้ว จับคู่ กิติศักดิ์ กลิ่นจันทร์ นำ Hilux TRAVO #102 ไล่บดกดดันผู้นำอย่างไม่ลดละ จากช่องห่าง 7 นาทีก่อนออกตัวเลกที่ 6 ในวันสุดท้าย โดยมานะใส่เต็มสูบแม้ยางหน้าขวาจะบดจนระเบิดช่วง 1 กิโลเมตรสุดท้าย แต่ก็ประคองเข้าเส้นชัยคว้าชัยวันสุดท้ายได้สำเร็จ พ่ายเวลารวมไปเพียง 2 นาที 25 วินาทีเท่านั้น

ภาพจาก asiacrosscountryrally.com

นอกเหนือจากการดวลกันของ 2 ทีมแข่งโรงงานค่ายญี่ปุ่นในประเทศไทยแล้ว อีกหนึ่งความแปลกใหม่คือ การปรากฏตัวของ GWM ค่ายรถสัญชาติจีนรายแรกที่ส่งทีมแข่งเข้าร่วมศึก AXCR อย่างเป็นทางการ ในนาม GWM EK Group Racing Team ด้วยการส่ง Tank 300 ดีเซล ลงสู้ในรุ่น T2A-D (Production Class)

ต้องบอกว่า GWM ใช้การแข่งขันเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ TANK 300 ที่ขายดีอยู่แล้วในบ้านเราให้ดีขึ้นไปอีก เนื่องจากรุ่น T2A-D บังคับให้ใช้โครงสร้าง เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังเดิมจากโรงงาน ผลปรากฏว่า TANK 300 ทั้ง 2 คัน #114 และ #128 ฟันฝ่าเส้นทางโหดจบการแข่งขันได้ครบทั้ง 6 สเตจ โดยรถหมายเลข 114 คว้าอันดับ 4 ของรุ่น และอันดับ 12 โอเวอร์ออล

ภาพจาก asiacrosscountryrally.com

การเข้าเส้นชัยของ TANK 300 ก็สามารถตอบโจทย์คนที่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับความทนทานและเครื่องยนต์ดีเซลของค่ายจีนได้ไม่มากก็น้อยครับ ซึ่งผลงานจากเวทีแรลลี คือการส่งสัญญาณเตือนเจ้าตลาดว่ารถจีนไม่ได้รุกตลาดแค่ EV แต่พร้อมก้าวสู่สายลุยเช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมา Tank 300 ก็ทำตลาดได้ไม่น้อยหน้ารถญี่ปุ่นอยู่แล้ว

อย่างที่ผมเองเคยเขียนถึงไปหลายครั้งในคอลัมน์ว่า “มอเตอร์สปอร์ต” คือสะพานที่เชื่อมไปสู่การพัฒนารถบ้านที่ผลิตออกมาขายอย่างแท้จริง ข้อมูลต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ และความทนทานของช่วงล่างที่ได้จากเส้นทางสุดโหด จะถูกวิศวกรนำกลับไปพัฒนาต่อยอดในรถกระบะ PPV และ SUV โปรดักชันที่วางขายในโชว์รูม

งานนี้แว่ว ๆ มาว่าหลังจากมิตซูบิชิ คว้าชัยด้วยรถกระบะ Triton ในปีนี้ ปีหน้าพวกเขาจะกลับมาด้วยรถ All-New Pajero เพื่อทดสอบสมรรถนะและความอึดของรถ PPV รุ่นยอดฮิตของค่าย ซึ่งผลงานในสนามแข่งแรลลีปี 2027 ก็ย่อมส่งผลดีต่อยอดขายรถ All-New Pajero ในโชว์รูมเพิ่มขึ้นได้เช่นเดียวกัน

บทสรุปของ AXCR 2026 นับเป็นสัญญาณที่ดีที่ค่ายรถยนต์ให้ความสำคัญกับสนามแข่ง และจะดียิ่งขึ้นไปอีกหากค่ายรถยนต์อื่น ๆ ตัดสินใจส่ง “ทีมโรงงาน” ลงสนามทางเรียบ เหมือนในแรลลี AXCR เพราะนี่แหละครับจะเป็นส่วนหนึ่งของ Automotive Ecosystem ที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง