
หนึ่งในนักแสดงหญิงชาวเกาหลีใต้ที่เรารู้สึกชื่นชมและนับถือเธอมากก็คือ “คิมฮเยซู” สาวใหญ่วัยใกล้ 56 ปีที่ทุกวันนี้ยังคงเป็นนักแสดงที่เล่นได้ทุกบทบาท แถมรูปร่างหน้าตาก็ไม่ยอมแก่ตามอายุด้วย เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูแลตัวเองดีมาก และเป็นนักแสดงที่ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือด้วย แม่ทุ่มสุดตัวทุกเรื่อง (ขออนุญาตเรียกแม่ เพราะถ้านับจากอายุแล้ว แม่อายุเยอะกว่าแม่จริง ๆ ของเราด้วยซ้ำ แต่จะเรียกป้าก็กะไรอยู่ สวยจนเรียกไม่ได้ 555) สนุกทุกเรื่อง
สำหรับเราแล้วรู้จักแม่ครั้งแรกสมัยที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการซีรีส์เกาหลีเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนจากเรื่อง Signal ตั้งแต่ทำคอลัมน์ชะนีติดซีรีส์มาก็มีโอกาสได้เอาผลงานแม่มาเขียนตลอด นับตั้งแต่ซีรีส์เรื่อง Juvenile Justice เป็นต้นมาก็ตามดูแม่มาทุกเรื่อง เลยเสียดายมากที่โปรเจกต์ The Second Signal มีอันต้องพับเก็บไปก่อนเนื่องจากดราม่าในวัยรุ่นของหนึ่งในนักแสดงนำชาย ทั้งที่รอภาคต่อของเรื่องนี้มานานมาก ที่สำคัญก็คือผลงานแม่แต่ละเรื่อง การันตีความสนุก นี่จำไม่ได้แล้วว่าเปิดดู Signal กับ Under The Queen’s Umbrella ไปกี่รอบ
สำหรับซีรีส์เรื่องใหม่ของแม่คิมฮเยซู คือเรื่อง The Affair was Just the Beginning หรือชื่อไทยใน viu ว่า ชู้ลับอำพรางเลือด บอกเล่าเรื่องราวสุดระทึกขวัญของสองครอบครัวที่มีบ้านหรูอยู่ตรงข้ามกัน บ้านหลังแรก หัวเรือใหญ่ของครอบครัวคือ พัคคยองฮี อินฟลูเอนเซอร์และนักธุรกิจสาวผู้ซึ่งดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาจากการเป็นคนจน เปลี่ยนแปลงชีวิตจากการเป็นผู้เช่าห้องรูหนูหลังคาซึมชั้นดาดฟ้า ที่ฝนตกหนักทีไรก็น้ำท่วมห้องต้องวิดทิ้งจนกล้ามขึ้น มาเป็นเจ้าของบ้านพักสุดหรูในกรุงโซล โดยเริ่มจากการเปิดช่องยูทูบ “กัปตันพัคสั่งลุย” ร่วมกับสามี อิมแจฮง เพราะในคืนหนึ่งที่ฝนตกหนัก ทั้งคู่ลำบากกันสุด ๆ ในการจัดการกับบ้านที่น้ำท่วม ไม่ใช่แค่นั้นลูกสาวสุดที่รัก อิมเยจี ยังเกิดเป็นไข้ขึ้นมาอีก คู่สามีภรรยาจึงตั้งปณิธานกันว่าจะใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงไปเลย

สำหรับช่องยูทูบของพวกเขานั้น เป็นคอนเทนต์ประเภท DIY สิ่งของนู่นนั่นนี่ในบ้าน พร้อมกับถ่ายทอดภาพลักษณ์ครอบครัวที่สมบูรณฺ์แบบของพ่อ แม่ ลูก ที่จับมือกันฝ่าฟันอุปสรรคตั้งแต่วันที่ยังลำบากมาจนถึงวันที่ประสบความสำเร็จ จากที่มีผู้ติดตามแค่ 20 คน ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาเป็นหลักหมื่นหลักแสนคน และเริ่มจัดตั้งเป็นบริษัท เรียกได้ว่าเปลี่ยนชีวิตทุกชีวิตของคนในครอบครัวนี้ไปอย่างสิ้นเชิง และด้วยความที่สามีมีหน้าตาดีก็เลยได้เข้าสู่วงการบันเทิงด้วย เขาเป็นนักแสดงที่มีชื่อในวงการว่า ชาอึนบิน

เมื่อสามพ่อแม่ลูกย้ายบ้านมาที่บ้านหลังใหม่ พวกเขาก็พยายามจะผูกไมตรีกับเพื่อนบ้านบ้านตรงข้ามเพื่อหวังพึ่งพาผลประโยชน์กันในวันข้างหน้า ทว่าในครั้งแรกที่เจอกัน อันซูจอง เจ้าของบ้านหลังที่สองนี้ดันไม่ค่อยพร้อมจะคุยกับพวกเขาเท่าไร เธอกำลังจะไปส่งลูกสาว จูมินซอ ที่โรงเรียน โดยที่สภาพของสองแม่ลูกนี้ก็คือเพิ่งจะทะเลาะกันมา เรื่องที่ลูกสาวไม่อยากเรียนหมอและขู่ว่าจะไปอยู่กับ จูโบซอง ผู้เป็นพ่อที่ให้การสนับสนุนความฝันของลูกมากกว่า เธอจึงไม่ได้รักษามารยาทกับครอบครัวอินฟลูฯ เท่าไรนัก นั่นทำให้อินฟลูฯ สาวไม่พอใจอย่างแรง แต่แล้ว…ก็กลับมีเรื่องให้เธอต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อยัยหมอเจ้าของคลินิกผิวหนังบ้านตรงข้าม ดันรู้จักกับนักธุรกิจสาวใหญ่ คนที่เธอต้องการให้หล่อนมาลงทุนในการขยายกิจการของเธอให้เติบโตขึ้น

แต่แล้วโลกที่สวยงามก็เริ่มพังทลายลง เมื่อเธอเกิดระแคะระคายว่าสามีของเธอกำลังนอกใจ และมันก็เป็นสาเหตุให้นักธุรกิจใหญ่รายนั้นชะลอการลงทุนด้วย เธอจึงเริ่มออกตามสืบเรื่องชู้สาวของสามี เพื่อที่จะจับให้ได้แบบคาหนังคาเขา เพราะพื้นฐานความดังของครอบครัวนี้มาจากภาพลักษณ์ครอบครัวสุขสันต์ ซึ่งแปลว่าถ้าสามีเธอมีชู้จริง ๆ ทั้งความเป็นอินฟลูฯ สายครอบครัวและธุรกิจของเธอที่เติบโตมาจากการเป็นอินฟลูฯ มีหวังสั่นสะเทือนแน่ ๆ เธอจึงติดเครื่องติดตาม GPS จิ๋วไว้กับตัวสามีเพื่อจับชู้ ทว่าเมื่อตามไปยังโลเคชันกลับได้พบกับความจริงที่สยองขวัญกว่าการเห็นหน้าชู้ เมื่อเธอเห็นสามีของตัวเองกำลังลากร่างของใครบางคนที่เป็นศพไปแล้ว ซึ่งฆาตกรตัวจริงไม่ใช่สามีเธอ แต่เป็น… และเรื่องก็เฉลยแล้วในอีพี 2 ว่าศพนั้นเป็นฝีมือใคร
การมีกันและกันนั้น…คือสมบัติล้ำค่าที่สุดที่ครอบครัวนี้ต้องการ
ก็แหงล่ะ! มันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครอบครัวนี้มีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในมือตอนนี้นี่นา บอกตามตรงนะว่าที่เปิดเรื่องมาอีพีแรกมาแบบนั้นเนี่ย คือไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยนะว่าจุดเริ่มต้นของผัวเมียคู่นี่มันจะอยู่จุดต่ำสุดขนาดนั้น มีลูกเล็ก เช่าห้องชั้นดาดฟ้าเป็นที่ซุกหัวนอน หลังคาก็รั่วซึม ฝนตกทีน้ำท่วมห้องความสูงเกือบถึงเตียง แถมลูกยังมาป่วยในคืนนั้นอีก ความซวยมะรุมมะตุ้มขนาด แต่ดันโชคดีที่เมียรู้จักพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ฝนตกน้ำท่วมห้องงั้นเหรอ อ๋อได้! เอามาทำเป็นคอนเทนต์ซะเลยสิ จัดเสิร์ฟคอนเทนต์เปิดสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้าไปเลยสิ ไหน ๆ มันก็พังมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไปมันให้สุดเลย

จุดที่เธอกับสามีตั้งใจกันว่าจะใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยง ก็น่าจะเพราะตอนนั้นเธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอเดินมาถึงจุดที่มันไม่มีอะไรที่จะเสียอีกแล้วนั่นแหละ แล้วก็นะ มันก็ดันเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตจริง ๆ จากคลิปแรกที่ถ่ายจากห้องเช่ารูหนูชั้นดาดฟ้าที่น้ำท่วมทุกครั้งเวลาฝนตก จนต้องประชดให้เป็นสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้าไปซะ ได้ย้ายลงมาห้องเช่าปกติ ได้ย้ายไปอะพาร์ตเมนต์ใหม่เอี่ยม กระทั่งมีบ้านหรูหลังใหญ่โตในย่านคนรวย และล่าสุด มีบ้านหลังที่สองแถวชานเมืองอีกต่างหาก แต่ที่เปลี่ยนชีวิตของทุกคนในครอบครัวนี้แบบเกินต้าน ก็น่าจะเรื่องซุบซิบของสามีที่ได้ยินจากปากเพื่อนบ้านบ้านตรงข้าม ที่มักจะสังเกตเห็นว่าสามีของเธอชอบถึงเนื้อถึงตัวกับนักแสดงไอดอลสาวคนหนึ่งเป็นประจำ เวลาที่เขาพาเพื่อนนักแสดงในวงการบันเทิงมาใช้บริการที่คลินิกความงาม หล่อนจึงเตือนเธอด้วยความหวังดี

และนับตั้งแต่นั้น “การมีกันและกัน” ของครอบครัวนี้ก็เริ่มสั่นคลอน จากคำบอกเล่าของเพื่อนบ้าน เริ่มกลายเป็นข่าวซุบซิบจริง ๆ ว่าสามีของเธอไปเป็นชู้กับนักแสดงไอดอลสาว ที่สำคัญที่สุด คือการที่เธอเสียว่าที่นักลงทุนคนสำคัญที่เธอสู้อุตส่าห์ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เข้าถึงตัวนักธุรกิจผู้นั้นไปทั้งที่กำลังอยู่ในช่วงขยายกิจการ และไม่ใช่แค่นั้น เธอเริ่มตามสืบเรื่องชู้สาวของสามีจากเบาะแสแต่ละอย่างที่ค่อย ๆ โผล่ออกมาให้เห็น ถ้าให้ชัวร์ก็ต้องจับให้ได้แบบคาหนังคาเขา ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็ค่อนข้างน่าเจ็บปวดนะ สามีที่เคยสัญญากับเธอในวันนั้นว่าจะใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงด้วยกัน ล่มหัวจมท้ายกันมาตั้งเท่าไร ดันมาหักหลังเธอเอาในวันนี้

เอาจริงซีรีส์เรื่องนี้เดินเรื่องได้ค่อนข้างเซอร์ไพรส์มากเลยนะ จะว่าไงดี…คือมันมีหลายจุดมากที่เนื้อเรื่องพยายามบิ้วต์ทั้งตัวของเมียและคนดูอย่างเรา ๆ ให้สงสัยว่าผัวน่ะน่าจะมีชู้แน่ ๆ แถมยังจงใจล็อกมงให้ด้วยว่าสตรีนางนั้นคือใคร แต่…เกมมันดันพลิกไง พลิกแบบอุทานว่า อห ที่ไม่ได้แปลว่าโอ้โห! ดังมาก ถ้าให้เล่าแบบหลบสปอยล์ให้ก็ต้องบอกว่าให้ไปดูเองในอีพี 2 แล้วจะรู้ว่ามันพีคจริงอะไรจริง นี่คือจุดเปลี่ยนที่ดึงตัวละครทุกตัวไปสู่จุดที่ย่อยยับชนิดที่เรียกว่าฉิบหายเลยล่ะ ที่น่าเจ็บใจคืออะไรรู้ไหม มันมีบางจุดที่ทำให้เรารู้สึกเอ๊ะกับอะไรบางอย่าง (พูด = สปอยล์) มาตั้งแต่อีพีแรกแล้วว่า… แต่เรื่องก็พยายามเดินเกมให้ฉีกออกไปจากที่เราคิด และพอมาเฉลยในอีพี 2 นี่ถึงกับตบเข่าฉาด เอาล่ะ เรามาดูกันต่อไปว่าครอบครัวนี้จะรักษาสมบัติล้ำค่าที่เรียกว่าครอบครัวเอาไว้ได้ไหม
แต่นี่คือสิ่งที่หนูอยากทำ พ่อบอกว่าพ่อเข้าใจหนู พ่อบอกให้หนูทำตามใจตัวเอง แต่ทำไมแม่ถึงเป็นแบบนี้ แม่ทำหนูอึดอัดจนจะบ้าตายอยู่แล้ว
หัวข้อเมื่อครู่เราเล่าถึงเรื่องราวของบ้าน พัคคยองฮี กันไปแล้ว หัวข้อนี้เรามาเจาะกำแพงบ้านของยัยหมอผิวหนัง อันซูจอง เพื่อนบ้านบ้านตรงข้ามคนใหม่ของกัปตันพัคกันดีกว่า ในอีพีที่ 2 นี้ไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวบ้านตรงข้าม แต่ยังเฉลยปมและข้อสงสัยหลายเรื่องที่หย่อนไว้ในอีพีแรกด้วย บอกเลยว่าบ้านนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะชนวนเหตุที่ทำให้บ้านนี้เหลือกันอยู่แค่สองแม่ลูก ก็เพราะว่าผัวบ้านนี้เจ้าชู้มาก มีเมียน้อยหลายคน ขอหย่าเมียแต่เมียไม่ยอมหย่า ในที่สุดผัวก็หนีออกจากบ้านไป โดยหอบเอาสัตว์เลี้ยง (ไม่แน่ใจว่าตัวอะไร) ไปด้วย และเขาก็กำลังทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิธีที่สกปรกหรืออันตรายแค่ไหน เพื่อทวงสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกสาวกลับคืนมาจากอดีตภรรยา

บอกตามตรงนะว่าตอนต้นอีพี 2 ได้เห็นสิ่งที่ยัยหมอผิวหนังเจอแล้วก็เห็นใจมากนะ และก็เริ่มเข้าใจด้วยว่าทำไมชีถึงสัมผัสได้ไวนักว่าสามีของเพื่อนบ้านบ้านตรงข้ามกำลังมีลับลมคมในกับภรรยา เรื่องแอบคั่วกับนักแสดงไอดอลสาว รวมถึง…(โอ๊ย! หงุดหงิด) แต่ที่แอบขัดใจอยู่ก็คือ เรื่องที่กำลังบังคับให้ลูกสาวเป็นหมอเหมือนตัวเอง เรื่องมันเริ่มมาตั้งแต่พิธีฉลองวันเกิดปีแรกของลูกสาวชีแล้ว เป็นธรรมเนียมที่เด็กเกาหลีจะทำพิธีโทลชาบี ซึ่งก็คือการสุ่มหยิบของต่าง ๆ ที่เอามาวางไว้ตรงหน้า ด้วยความเชื่อที่ว่าอนาคตของเด็กแต่ละคนนั้นถูกกำหนดมาแล้ว และในวันเกิดนี้เด็กน้อยก็จะเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองว่าในอนาคตจะประกอบอาชีพอะไร หรือจะประสบความสำเร็จในด้านไหนจากสิ่งของที่เด็กหยิบขึ้นมา ซึ่งลูกของชีดันหยิบพู่กัน ไม่หยิบสเต็ทหมอ

แล้วก็นั่นแหละฮะคุณผู้ชม! เรื่องก็ดำเนินไปเหมือนครอบครัวไทยบางครอบครัวนั่นแหละ เด็กมันก็โตมาแบบรักในงานศิลปะ ชอบวาดรูป และก็แอบแม่วาด ถึงขั้นโยนสมุดวาดเขียนไปแอบไว้ใต้ตู้วางของ และข้างในมีแผนสำหรับการเตรียมสอบเข้าโรงเรียนศิลปะแนบอยู่ด้วยด้วย ยัยแม่ก็อุตส่าห์ไปเขี่ยออกมา ขณะเดียวกันเด็กก็เผชิญกับภาวะบ้านแตกสาแหรกขาดเอาช่วงวัยรุ่นพอดิบพอดี กลายเป็นช่วงวิกฤติแบบคูณสาม แม่พยายามเกลี้ยกล่อม พูดตะล่อมให้ลูกยอมตั้งใจเรียนกวดวิชาเข้าหมอ ส่วนวาดรูปนั้นอนุญาตให้เป็นแค่งานอดิเรกเท่านั้น ลูกก็พยายามบอกมาโดยตลอดว่าตัวเองอยากทำอะไร และไม่อยากทำอะไร ลูกอ้างถึงพ่อว่าพ่ออนุญาตให้ทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่เหมือนแม่ที่บังคับ ลูกจะไปอยู่กับพ่อเพราะทนไม่ไหวแล้ว แม่ลูกก็เลยทะเลาะกันรุนแรง

เอาเข้าจริงชีก็พยายามที่จะเป็นแม่ที่ดีนะ พยายามค่อย ๆ พูดค่อย ๆ คุย กับลูกอย่างใจเย็น แล้วก็เห็นเหมือนกันว่าชีรักลูกมาก แต่ก็นั่นแหละชีเองก็แบกรับอะไรหลายอย่าง บางครั้งก็เลยเอาอารมณ์ไปลงกับลูกรัว ๆ รวมถึงปมบางอย่างในใจชี (หึ้ยยย) ติดอยู่เรื่องเดียวที่ชีเป็นแม่ที่พยายามเป็นแม่ที่ดีแต่ไม่ใช่แม่ที่เข้าใจลูก การบังคับให้ลูกเรียนนั่นเรียนนี่ตามที่ตัวเองอยากให้ลูกเป็น ลูกก็ยอมเรียนให้ทั้งที่เริ่มรู้สึกตัวว่าสิ่งที่แม่ยัดเยียดให้มันหนักเกินไป เด็กรู้ว่าตัวเองเรียนไม่เก่ง และการที่ต้องเข้าคลาสติวเข้มสอบหมอทำให้เด็กกลายเป็นที่โหล่ของห้อง เด็กมันก็อึดอัดของมันอะ แล้วแม่เล่นทำลายสิ่งที่ลูกรักทิ้งไปต่อหน้าต่อตา ก็เลยไม่ได้แปลกใจที่เด็กจะทวีความต่อต้านรุนแรงขนาดนั้น การมีเพื่อนวัยเดียวกัน เรียนที่เดียวกันมาอยู่บ้านตรงข้ามคงจะทำให้จิตใจเด็กดีขึ้น แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้น! แค่เกือบ!
The Affair was Just the Beginning ซีรีส์เรื่องนี้เป็นมินิซีรีส์มีแค่ 8 อีพี แต่ละอีพีไม่ถึงชั่วโมง กลิ่นอายค่อนข้างชัดว่าวิธีนำเสนอเรื่องคือให้เป็นแนวตลกร้าย ก็ใครจะคิดว่าชีวิตที่ดูจะเพอร์เฟกต์ของคู่รักอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แท้ที่จริงมันจะฉาบหน้าด้วยความสุขลวงตาที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าความรักและคำสัญญาที่มีให้กันในวันที่จับมือกันวิ่งฝ่าความยากลำบากนั้นมันสั่นคลอนตอนไหน การย้ายบ้านมาอยู่ในย่านหรูใจกลางเมืองที่มีความเจริญด้านวัตถุสุดขีด แต่จิตใจและต่อมสำนึกผิดชอบชั่วดีกลับตรงกันข้าม แถมยังมาเจอกับคู่สามีภรรยาแยกบ้านที่กำลังเปิดศึกหย่าร้างกันดุเดือดอีกต่างหาก ความบันเทิงจึงจบลง วงจรความวิบัติเริ่มต้นขึ้น และผูกมัดกันด้วยความลับที่ร้ายแรงเกินจะควบคุม เรื่องมันใหญ่ขนาดที่เรื่องนอกใจ เรื่องมีชู้ กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไปเลย 💥





























