ซาอุดีอาระเบียที่เคยถูกมองว่าเป็นดินแดนแห่งน้ำมัน กำลังเริ่มบทใหม่ทางอุตสาหกรรมด้วยการเปิดตัว CEER แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติแบรนด์แรกของประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ Saudi Vision 2030 และล่าสุดได้เผยโฉมยานยนต์เรือธง ซีรีส์ EXOBOT ทั้งเวอร์ชัน Sedan และ SUV ออกมาให้เห็นอย่างเป็นทางการ
ตัวรถได้ Rob Melville อดีตหัวหน้านักออกแบบจาก McLaren มาคุมงาน ทรงรถจึงออกมาเป็นทรงลิ่มแนวสปอร์ต ไฮไลต์สำคัญ คือประตูปีกนก Shahin Wing Doors ยาวเกือบ 3 เมตร ที่เปิดกางแผงเดียวครอบคลุมทั้งเบาะหน้าและหลัง กระจกบานหน้ายาว 2.4 เมตร ลาดเอียง 15 องศา และมีแผงกระจกประตูท่อนล่างที่กดสลับความใสกับทึบแสงได้ด้วยการสัมผัส
ด้านการขับเคลื่อน รุ่นสเปกสูงสุดใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (Tri-Motor AWD) กำลัง 1,111 แรงม้า แรงบิด 1,500 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในตัว Sedan ทำได้ใน 2.1 วินาที (SUV ทำได้ 2.4 วินาที) ควบคุมผ่านระบบพวงมาลัย Steer-by-Wire ย่อองศาการหมุนเหลือ 160 องศา พ่วงระบบเลี้ยวล้อหลัง
นอกจากนี้ CEER ยังแก้จุดอ่อนเรื่องความร้อนสะสมของรถ EV ด้วยระบบ Halo Cooling ที่สามารถลดอุณหภูมิห้องโดยสารตากแดดจาก 65°C เหลือ 32°C ได้ภายใน 10 นาที เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในภูมิภาคเขตร้อนโดยเฉพาะ
การสร้างแบรนด์ของ CEER ถูกวางหมากการแข่งขันเอาไว้เป็น 2 เฟสชัดเจนครับ เฟสแรก กลุ่มรถหรูสมรรถนะสูง (2026-2027) ส่ง EXOBOT ลงประเดิมตลาด การวางตำแหน่งไว้ท้าชนแบรนด์พรีเมียม ทั้ง Porsche Taycan, Tesla Model S Plaid, Mercedes-EQS รวมถึงแบรนด์จีนระดับบนอย่าง BYD Yangwang และ Lotus เน้นขายภาพลักษณ์ความหรูหรา และสมรรถนะระดับไฮเปอร์คาร์
ส่วนเฟสสอง ตั้งเป้าท้าชนเจ้าตลาดเดิมและรถจีนกลุ่มมวลชน (หลังปี 2027) โดยหลังการส่งมอบ EXOBOT ค่าย CEER เตรียมปล่อยรถอีก 5 รุ่นในกลุ่ม D-Segment, SUV และ Compact เพื่อลงมาลุยตลาด Mass Market ซึ่งจะมีด่านสำคัญในการสู้กับเจ้าตลาดเดิมในซาอุฯ อย่าง Toyota และค่ายเกาหลีอย่าง Hyundai/Kia
โดย CEER จะใช้ข้อได้เปรียบเรื่องการผลิตในประเทศ อะไหล่พร้อมส่ง และแต้มต่อจากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนสินค้าแห่งชาติ ซึ่งนอกจากจะกวาดลูกค้าราชการและเอกชนในบ้านตัวเอง CEER ยังตั้งเป้าส่งออกไปขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ก่อนจะขยายไปสู่ตลาดโลก เมื่อโรงงานเดินสายการผลิตเต็มกำลังที่ 170,000-240,000 คันต่อปี
ต้องบอกครับว่า การมาของ CEER EXOBOT สะท้อนภาพชัดเจนว่า ซาอุดีอาระเบียที่ปัจจุบันเป็น “เจ้าภาพ” จัดรายการแข่งระดับโลกอย่าง F1 หรือ Dakar พวกเขากำลังต่อยอดในการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองขึ้นมาลุยในสนามการค้าจริง คงต้องติดตามกันต่อไปว่าแบรนด์น้องใหม่จากซาอุฯ ค่ายนี้ จะสามารถแทรกกลางระหว่างค่ายเก๋าฝั่งตะวันตกและจีน เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดโลกได้มากน้อยเพียงใด