Home Inspiration My Dear มีเดีย ชีวิตมีความท้าทายในทุกช่วงอายุ จะรีบเกษียณไปทำไมกันเธอว์

ชีวิตมีความท้าทายในทุกช่วงอายุ จะรีบเกษียณไปทำไมกันเธอว์

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนนักเรียน ที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาและมีแผนการจะกลับเมืองไทยในอนาคตอันใกล้ เพื่อนบอกว่าลูกใกล้เรียนจบ หมดห่วงแล้วจะขอกลับมาเมืองไทย จะเกษียณตัวเองเสียที ทางเราได้แต่ร้อง “เอ้ยจะรีบไปไหน” หากเพื่อนก็มีเหตุผลของตนเองและในฐานะเพื่อนผู้เขียนให้ความเคารพการตัดสินใจที่เพื่อนได้เลือก

เอาเข้าจริงยุคนี้เป็นยุคที่เราจะเห็นข้อความของคนอายุ 30 ปีบอกว่าตัวเองแก่แล้วจะขอทำงานและเกษียณในวัย 40 ปี (เอาจริงสิ!!) อยู่บ่อยครั้งหรือข้อความประมาณ “คนในวัย 40+ มีแรงผลักดันอะไรให้ทำงานกันต่อได้บ้าง” (ขนาดนั้นเลยเหรอ!?)

เวลาเห็นข้อความหรือเนื้อหาในโซเชียลมีเดียว่า “ให้เงินทำงานให้คุณจะได้ไม่ต้องทำงาน” “ให้ชีวิตมี Passive Income” หรือแม้แต่ฮาวทูในการเป็นอายุน้อยร้อยล้าน แล้วสร้างวิมานในอากาศจนทำให้หลายคนอยาก “กลายเป็นม้ามีเขา เต่ามีปีก” คอนเทนต์ในลักษณะนี้จะตะโกนซ้ำในโซเชียลมีเดียเพื่อให้คุณคล้อยตาม แล้วกลายเป็นว่าค่านิยมดังกล่าวกลายเป็นค่านิยมในวงกว้าง ทำให้คนยุคนี้รู้สึกว่าการทำงานเป็นเรื่องที่แสนจะเหน็ดเหนื่อย เป็นเรื่องทำลายสุขภาพจิต ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการทำงานในแต่ละช่วงวัยนั้น ได้สร้างคุณค่าให้แก่คนที่ลงมือทำงานทั้งนั้น

เอาเข้าจริงแล้วผู้เขียนไม่เคยมีความคิดเรื่องเกษียณอยู่ในหัวแม้แต่น้อย เพราะคิดว่าถ้ายังทำงานได้ก็จะทำต่อไป เพียงแต่จะจัดสรรงานให้เหมาะสมตามวัย และแบ่งเวลาหาความสุขให้ตัวเองได้ด้วย ไม่ต้องลงแรงอย่างหนักเหมือนในวัยหนุ่มสาวที่เรี่ยวแรงยังดี ไม่ลุกนั่งร้องโอยเหมือนในปัจจุบัน (ฮา)

มีเพื่อนหลายคนเมื่อได้ยินผู้เขียนพูดว่าไม่เคยคิดเรื่องเกษียณ มักจะทำหน้าแปลกใจกัน ถ้าเพื่อนฝูงที่สนิทหน่อยก็จะอธิบายให้ฟังด้วยตัวเลขว่า ถ้าคิดจะเกษียณตอนอายุ 55 ปี อายุเฉลี่ยของคนยุคนี้อยู่ที่ 75-80 ปีนั่นเท่ากับว่ามีเวลาอีกอย่างน้อย 20 ปี ที่คุณจะต้องมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่ทำงานแล้วจะพักผ่อนอย่างเดียว มันก็ออกจะแปลก ๆ อยู่

เอาเข้าจริงแล้วเวลา 20 ปีและการก้าวเข้าสู่วัย 60 หรือ 70 ปีในยุคที่การแพทย์มีวิวัฒนาการขนาดนี้ ช่วงวัยดังกล่าวไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานเลย ยิ่งยุคนี้เป็นการทำงานแบบไฮบริด ที่สามารถเลือกได้เลยว่าคุณจะทำงานจากที่ไหนก็ได้ ยิ่งเป็นเรื่องไม่ยากที่คุณจะทำงาน

ในการทำงานของผู้เขียน ณ วันนี้วันที่พาทีมงานต้นคิด มีเดีย เข้าสู่ยุคสตรีมมิ่งนั้น ผู้เขียนได้ทำงานร่วมกับคนหลากหลายเจเนอเรชัน แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือคนในเจเนอเรชันเอ็กซ์ ที่รุ่นแรกสุดของเจนฯ เอ็กซ์ นั้นเข้าสู่วัย 50 กลางแล้วแต่ยังกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ แม้ไม่รู้ก็ถามจากรุ่นน้องอย่างผู้เขียน ใช้ประสบการณ์และความเก๋าในการวิเคราะห์ ที่เชื่อเถอะว่าคนรุ่นหลังทำได้ไม่ดีเท่า

ไม่เพียงเท่านั้น การทำงานแบบไฮบริดที่คนทำงานจะเลือกทำงานจากที่ไหนประเทศไหนก็ได้ ทำให้ผู้เขียนเองได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ในวัยใกล้หกสิบจากประเทศอังกฤษ แม้ว่าชีวิตการทำงานของเขาต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคดิจิทัลและสตรีมมิ่ง หากแต่ประสบการณ์และคำแนะนำในการทำงานของคนเหล่านี้ไม่เก่าเลย เมื่อพวกเขารู้จักปรับตัว

มาถึงบรรทัดนี้มีเรื่องเล่าของคุณลุงท่านหนึ่งที่ผู้เขียนมีโอกาสได้พูดคุยด้วยที่นราธิวาสเมื่อห้าปีก่อน หากแต่เรื่องราวของคุณลุงท่านนั้นยังชัดเจนทุกครั้งที่มีคนพูดเรื่องชีวิตในวัยเกษียณ…ผู้เขียนรู้จักคุณลุงท่านนี้หลังจากติดต่อโรงแรมที่พักให้จัดหารถสำหรับรับส่งในช่วงเวลาที่ต้องอยู่ในตัวเมืองนราธิวาส ซึ่งไม่สามารถหารถเช่าขับเองได้

ทางโรงแรมแนะนำรถคุณลุงมาให้ เมื่อได้ใช้บริการผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณลุงก็ได้ทราบว่าคุณลุงเป็นข้าราชการเกษียณ มาขับรถรับส่งผู้โดยสารให้โรงแรมเพราะเบื่อจะอยู่บ้านไม่มีอะไรทำ ภรรยาก็ไปอยู่กับลูกที่กรุงเทพฯ ส่วนตัวเองก็อยู่บ้านที่นี่ แกเล่าให้ผู้เขียนฟังถึงช่วงเกษียณใหม่ ๆ ว่า “ตอนเดือนแรกก็กินเลี้ยงกับเพื่อนฝูงไม่ขาด พอเดือนที่สองที่สามก็เริ่มเงียบเหงาแล้วละครับ”

คุณลุงบอกว่าการได้มาขับรถรับแขกของโรงแรม เป็นงานที่สนุกดีได้เจอกับผู้คนไม่เหงา ให้อยู่บ้านเฉย ๆ ก็ออกจะเหงา ๆ เบื่อ ๆ มาทำงานแบบนี้ได้เงินได้เจอผู้คนรู้สึกว่าตัวเองยังมีประโยชน์อยู่บ้างและคิดว่าคงทำไปเรื่อย ๆ “อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ทำอะไรเดี๋ยวโรคกินเอาครับ” แกว่าอย่างนั้น

สำหรับผู้เขียนแล้ว “งาน” คือการสร้างคุณค่าให้กับตนเอง เหนืออื่นใดงานคือธรรมะชั้นดีที่ทำให้เราไม่ต้องหมกหมุ่นกับเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสติปัญญาที่รายรอบตัวเราเต็มไปหมดในปัจจุบัน

ทั้งนี้วิธีคิดของผู้เขียนเองไม่ได้สุดโต่งถึงขนาดที่ทุกคนต้องทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาพัก หากแต่เวลาอย่างน้อย 20 ปี อย่างที่ผู้เขียนบอกไว้ในด้านบนเราสามารถใช้ความรู้ความสามารถในการเลือกทำงานที่เหมาะสมกับตนเองได้ และคนที่จะได้รับความสุขจากการทำงานในช่วงวัยนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นตัวคุณเองที่รู้สึกได้ถึงคุณค่าที่คุณมีจากงานที่คุณได้ลงมือทำ แม้ว่าจะอยู่ในวัยที่หลายคนบอกว่าเป็นวัยเกษียณแล้วก็ตาม

คุณผู้อ่านไม่จำเป็นต้องคล้อยตามก็ได้นะคะเพราะวิธีคิดแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่เชื่อเถอะค่ะ ทำงานหนักแค่ไหน เจอคนไม่น่ารักอย่างไร สุดท้ายแล้วก็จบวันพรุ่งนี้ก็วันใหม่แล้ว มีดีบ้างแย่บ้างสุดท้ายเราก็ผ่านไปได้และนั่นก็คือความสนุกของการทำงาน

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ