วางแผนการเงิน ลดความเสี่ยงวิกฤติการเงินวัยกลางคน

Midlife-Crisis คือช่วงเวลาเลวร้ายของใครหลายคน เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของผู้ใหญ่ ที่เกิดช่วงอายุ 35-50 ปี  เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจาก วัยผู้ใหญ่เป็นวัยสูงอายุทุก ๆ มิติในชีวิตก็กำลังอยู่ในช่วง “ขาลง” เจออุปสรรคปัญหาทางความคิด ทางจิตใจ และสภาพคล่องทางการเงิน ส่วนใหญ่มักเกิดกับคนที่คิดว่าตัวเองยังไม่ประสบความสำเร็จ แตกต่างจากคนในรุ่นหรือวัยเดียวกันที่อาจจะไปได้ไกลกว่าทั้งตำแหน่งหน้าที่การงานหรือสภาวะทางการเงิน จะเริ่มหมกหมุ่นกับชีวิตจริงจัง บวกกับความเสื่อมถอยของสุขภาพร่างกายก็ทำให้ครุ่นคิดกับชีวิตมากขึ้น เกิดภาวะไม่พอใจกับชีวิตที่เป็น จนเป็นเหตุให้ใช้จ่ายอย่างไม่คิดเพื่อเติมเต็มทางความรู้สึก

ทั้งหมดนี้คือวิกฤติที่ถ้าเกิดขึ้นในช่วงวัยนี้ อาจจะกลับตัวมามีฐานการเงินที่มั่งคั่งได้ยาก ดังนั้น สิ่งที่เราต้องคิดหรือ เตรียมตัวก่อนเข้าสู่วิกฤติทางการเงินของวัยกลางคน มีอะไรบ้าง

1. ยอมรับกับตัวเองก่อนว่า กฎของธรรมชาติความไม่แน่นอนคือความแน่นอน

วัยกลางคน บางคนอาจจะคิดว่าขีวิตตัวเองมั่นคงจนทำให้ชะล่าใจเรื่องการใช้เงินหรือวางแผนการเก็บเงิน

2. กล้าที่จะเสี่ยงและนำพาตัวเองออกจากคอมฟอร์ทโซน (Comfort Zone)

ก่อนที่จะเข้าสู่วัยกลางคน บางคนทำงานอยู่ที่เดิม ภาวะเดิม ๆ โดยไม่ได้ย้ายงาน หรือได้รับมอบหมายงานที่ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะ และในขณะที่มองเห็นเพื่อนคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน ย้ายงานบ่อย ตำแหน่งงานก้าวกระโดด บางครั้งเราต้องคิดถึงเนื้องานที่เราทำอยู่มากกว่าค่าตอบแทนที่ได้ ถ้าเนื้องานไม่ทำให้เกิดทักษะ หรือความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น อาจจะต้องเริ่มพิจารณางานใหม่หรืองานเสริม เพื่อเพิ่มอาวุธให้ตัวเองในการสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและมั่นคง

3. อย่าหลงใช้จ่ายแบบตกเป็นเหยื่อการตลาด

ที่ทำโฆษณาเพื่อจูงใจ เพราะหลายธุรกิจใช้ภาวะ Midlife-Crisis เพื่อสร้างโปรโมชันจูงใจให้คนวัยนี้ตื่นเต้น เช่น แพ็กเกจการท่องเที่ยวแบบผจญภัย สักครั้งต้องไปก่อนตาย และการสร้างภาพว่าเป็นช่วงวัยที่ต้องประสบความสำเร็จ มีรถหรูขับ จนเกิดการใช้จ่ายที่ไร้สติ และเกินความพอเพียงในชีวิตของแต่ละคน ชีวิตเราไม่เหมือนใคร ความสุขแบบเรา และความสุขแบบคนอื่นใช้เงินไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นคำนวณความสุขในแบบเรา พอใจในความเพียงพอที่เราเป็น มากกว่า ยึดติดเอาชีวิตของเราไปเทียบกับคนอื่นมากจนเกินไป

4. วางแผนทางการเงินระยะยาว เพื่อ support วิกฤติที่อาจจะเกิดในอนาคต

บางคนเครียดกับเงินยามเกษียณที่ตัวเองต้องการมี แต่ยังไม่มี เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องเริ่มสำรวจตัวเองว่า เรามีเงินเก็บแอบซ่อนอยู่ในรูปแบบใดบ้าง นับตั้งแต่เริ่มทำงานมา เช่น เงินในสหกรณ์ออมทรัพย์ เงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินบำนาญจากประกันสังคมที่เราต้องได้ หรือเงิน LTF RMF ที่ซื้อตุนเอาไว้ บวกกับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ เมื่อครบกำหนด หรือเมื่อเราอายุถึงวัยเกษียณ หากยังมีไม่มากพอกับการใช้จ่ายยามเกษียณ ซึ่งคำนวณตามรายจ่ายของแต่ละคน เทียบง่าย ๆ ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายปัจจุบัน เราควรวางแผนหาเงินเพิ่มเติมหรือหาช่องทางให้เงินทำงานได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น

วิกฤติทางการเงินของวัยกลางคนเป็นเรื่องที่น่ากลัว หากขาดการวางแผนรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน รวมทั้งการพัฒนาทักษะอื่นเพื่อสร้างความมั่นคง ในปั้นปลายก็อาจจะทำให้เจอวิกฤติโดยไม่คาดคิดได้ แต่ถ้าวางแผนให้ดีชีวิตเจอวิกฤติวัยไหนก็รับมือได้