มัดรวมเงินชดเชยผู้ประกันตนประกันสังคมทุกมาตรา

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศ ณ เวลานี้กำลังเข้าขั้นวิกฤติ และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัดโดยเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ 10 จังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้ม (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด) ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เมื่อมีมาตรการคุมเข้ม ทำให้ผู้ประกอบอาชีพหลายอาชีพได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง เนื่องจากไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รัฐบาลจึงได้มีมาตรการเยียวยาประชาชนที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ และได้รับความเดือดร้อนจากการขาดรายได้ Tonkit360 จึงได้มัดรวมเงินชดเชยที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ทั้งที่ทำงานอยู่และกลายเป็นคนว่างงานจะได้รับ รวมถึงผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ว่าจะได้รับเงินช่วยเหลืออะไรบ้าง

สิทธิผู้ประกันตนตามมาตรา 33

ผู้ประกันตนในมาตรา 33 ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา คือ ผู้ที่ประกอบอาชีพอยู่ในประเภทกิจการ 9 กลุ่มกิจการ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ได้แก่

  1. ก่อสร้าง
  2. ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร
  3. ศิลปะ บันเทิงและนันทนาการ
  4. กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
  5. ขายส่งและการขายปลีก ซ่อมยานยนต์
  6. ขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า
  7. กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน
  8. กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และกิจกรรมทางวิชาการ
  9. ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร

โดยนายจ้างและผู้ประกอบการ จะได้รับเงินชดเชยตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาทต่อหัว สูงสุดไม่เกิน 200 คนต่อสถานประกอบการ ในส่วนของลูกจ้าง จะได้รับเงินชดเชย 2,500 บาทต่อคน และกรณีว่างงานชั่วคราวจากเหตุสุดวิสัย (องค์กรไม่สามารถดำเนินงานได้หรือต้องหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง) ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนจากการว่างงาน ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง แต่ไม่เกิน 7,500 บาท ไม่เกิน 90 วัน ทำให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ถือสัญชาติไทย มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อคน

สามารถตรวจสอบสิทธิ์โครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้ที่นี่

กรณีว่างงาน ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากประกันสังคมระหว่างว่างงาน โดยต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานก่อน สามารถยื่นสิทธิ์ภายใน 30 วันหลังจากถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน หากยื่นสิทธิ์เกินกว่า 30 วัน จะไม่ได้รับสิทธิ์ย้อนหลัง และหากยื่นสิทธิ์เกินวันที่จะได้รับสิทธิ์ไปแล้ว จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเช่นกัน

ถูกเลิกจ้าง (จากโควิด-19) ผู้ประกันตนมาตรา 33 มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายวัน ปีละไม่เกิน 200 วัน จากเดิมจะได้รับเงินชดเชยร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ปีละไม่เกิน 180 วัน

ลาออก (จากโควิด-19) ผู้ประกันตนมาตรา 33 มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยร้อยละ 45 ของค่าจ้างรายวัน ปีละไม่เกิน 90 วัน จากเดิมจะได้รับเงินชดเชยร้อยละ 30 เปอร์เซ็นต์ ปีละไม่เกิน 90 วัน

อีกทั้ง เมื่อผู้ประกันตนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (ลาออก) สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่าย (กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ และกรณีเสียชีวิต) และประโยชน์ทดแทนทุกกรณี โดยยื่นเรื่องรับเงินภายใน 1 ปี

สิทธิผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40

ผู้ที่ประกอบอาชีพที่ไม่ได้อยู่ในมาตรา 33 หรือผู้ประกันตน 39 และมาตรา 40 รายเดิมที่ยังประกอบอาชีพอยู่ในปัจจุบัน ตั้งแต่ก่อนประกาศมาตรการเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 64 โดยประกอบอาชีพอยู่ในประเภทกิจการ 9 กลุ่มกิจการ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด จะมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทต่อคนโดยอัตโนมัติ เป็นเวลา 1 เดือน ไม่ต้องลงทะเบียนหรือไปที่สำนักงานประกันสังคม

สำหรับกลุ่มอาชีพอิสระ ที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตราใดเลย จะมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาเมื่อสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เท่านั้น ฉะนั้น ให้เตรียมหลักฐานเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 กับสำนักงานประกันสังคมภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อรับสิทธิ์ความช่วยเหลือจำนวน 5,000 บาทเป็นเวลา 1 เดือน สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ที่นี่

กิจการที่อยู่นอกระบบประกันสังคม และกิจการในระบบถุงเงิน

กรณีของผู้ประกอบการนอกระบบประกันสังคม และอยู่ในระบบถุงเงิน (โครงการคนละครึ่ง-เราชนะ) จะมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาเฉพาะ 5 กิจการนี้ ได้แก่

  1. ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
  2. ร้าน OTOP
  3. ร้านค้าทั่วไป
  4. ร้านค้าบริการ
  5. กิจการขนส่งสาธารณะ (ไม่รวมกิจการขนาดใหญ่)

กรณีที่มีลูกจ้าง ให้ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคมมาตรา 33 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 นายจ้างและลูกจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนในกลุ่มมาตรา 33 เดิม

กรณีที่ไม่มีลูกจ้าง ให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันสังคมมาตรา 40 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อรับสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อคน

การรับเงินเยียวยา สามารถรับเงินผ่าน “พร้อมเพย์” ที่ผูกกับ “บัตรประชาชน” เท่านั้น

สำหรับวิธีการรับเงินเยียวยาของกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 จะได้รับเงินเยียวยาผ่านช่องทางเดียวกัน คือ “พร้อมเพย์” ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมอยู่แล้ว ไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม เนื่องจากประกันสังคมมีฐานข้อมูลเดิม เพียงแต่ต้องมีบัญชีธนาคารที่เปิด “พร้อมเพย์” ที่ผูกกับ “บัตรประชาชน” เท่านั้น ห้ามผูกกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการโอนเงินเข้าบัญชี จากนั้นรอรับเงินเยียวยาตามสิทธิ์

สำนักงานประกันสังคมจะตรวจสอบกับทางนายจ้างก่อนว่าผู้ประกันตนที่จะได้รับเงินยังทำงานอยู่ในสถานประกอบการและส่งเงินสมทบประกันสังคมตามปกติ หากพบว่ายังคงสถานะเป็นผู้ประกันตน สำนักงานประกันสังคมถึงจะโอนเงินให้ผ่านพร้อมเพย์