Home Work & Living Living สิทธิลดหย่อนภาษี “ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่” ใช้ไม่ง่ายอย่างที่คิด!

สิทธิลดหย่อนภาษี “ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่” ใช้ไม่ง่ายอย่างที่คิด!

เมื่อถึงคราวต้องเสียภาษีประจำปี หลายคนมักจะให้ความสำคัญกับการซื้อกองทุนรวม หรือซื้อประกันเพื่อนำมาลดหย่อนภาษี จนอาจมองข้ามการใช้สิทธิลดหย่อนอื่น ๆ ไป เพราะคิดว่าไม่มีอะไรที่ซับซ้อน

แต่รู้หรือไม่ว่าค่าลดหย่อน “อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา” ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ดูเหมือนจะง่าย ๆ นั้น เอาเข้าจริงแล้วกลับมีรายละเอียดยิบย่อยหลายประการ โดยเฉพาะผู้ที่มีพี่น้องหลายคน หรือผู้ที่แต่งงานมีคู่สมรสแล้ว

หากใครยังไม่แน่ใจว่าตนเองเข้าใจเรื่องสิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดาถูกต้องแล้วหรือยัง Tonkit360 รวบรวบข้อมูลมาไว้ที่นี่แล้ว!

เช็กคุณสมบัติก่อน!

ในกรณีที่ผู้มีเงินได้จะใช้สิทธิลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดานั้น ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • บิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ผู้มีเงินได้ต้องเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายของบิดามารดา (บุตรบุญธรรมไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดังกล่าวได้)
  • บิดามารดาต้องอยู่ในความดูแลของผู้มีเงินได้
  • บิดามารดาต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษี
  • บิดามารดามีรายได้ทั้งปีคนละไม่เกิน 30,000 บาทในปีภาษี

หักลดหย่อนได้กี่แบบ?

ในการใช้สิทธิลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดานั้น ผู้มีเงินได้จะต้องยื่นหนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (แบบ ล.ย.03) ที่มีลายเซ็นของบิดามารดาด้วย โดยสามารถหักลดหย่อนได้ 2 แบบ ดังนี้

1. ลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเอง

กรณีนี้ผู้มีเงินได้สามารถหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดาได้ 30,000 บาท และหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูมารดาได้ 30,000 บาท รวมเป็น 60,000 บาท

2. ลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดามารดาของคู่สมรส

กรณีนี้ผู้มีเงินได้สามารถหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดาของคู่สมรสได้ 30,000 บาท และหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูมารดาของคู่สมรสได้ 30,000 บาท รวมเป็น 60,000 บาท แต่ต้องพิจารณาคุณสมบัติของคู่สมรส และบิดามารดาของคู่สมรสประกอบกันด้วย ดังนี้

  • คู่สมรสจะต้องไม่มีรายได้ตลอดปีภาษี
  • คู่สมรสจะต้องเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของบิดามารดา (บุตรบุญธรรมหมดสิทธิ์)
  • บิดามารดาคู่สมรสมีอายุครบ 60 ปี และอยู่ในความดูแลของผู้มีเงินได้
  • บิดามารดาคู่สมรสมีรายได้คนละไม่เกิน 30,000 บาทในปีภาษี
  • บิดามารดาคู่สมรสต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษี

บิดามารดามีบุตรหลายคน ใครได้สิทธิ์?

หากผู้เงินได้มีพี่น้องหลายคน จึงเกิดปัญหาว่าใครสมควรได้รับสิทธิ์ดังกล่าวไป ซึ่งกรณีผู้มีเงินได้หลายคนอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาคนเดียวกัน ให้ผู้มีเงินได้คนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียวที่มีหลักฐานรับรองการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา จะเป็นผู้มีสิทธิหักลดหย่อนดังกล่าวในแต่ละปีภาษีได้ โดยใช้แบบ ล.ย.03 เป็นหลักฐานประกอบการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ทั้งนี้ ต้องทำความตกลงร่วมกันในหมู่พี่น้องของผู้มีเงินได้ด้วยว่าในปีภาษีนั้น ใครจะเป็นผู้ได้สิทธิลดหย่อนดังกล่าวไป เพื่อป้องกันปัญหาการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีซ้ำซ้อนกัน เพราะหากพบว่ามีการใช้สิทธิ์ซ้ำซ้อนกัน จะส่งผลให้ไม่มีผู้ใดได้สิทธิลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาในปีภาษีนั้นไปโดยปริยาย

กรณีของการลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของคู่สมรสก็เช่นเดียวกัน พี่น้องของคู่สมรสต้องตกลงกันให้ดีด้วยว่าจะให้ผู้ใดได้สิทธิ์ดังกลาวไป เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องใช้สิทธิลดหย่อนซ้ำซ้อนกัน

บิดามารดาพิการด้วย ลดหย่อนเพิ่มได้หรือไม่?

กรณีที่ดูแลบิดามารดาทุพพลภาพด้วยนั้น นอกจากผู้มีเงินได้จะได้รับสิทธิลดหย่อน“ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา” แล้ว ยังจะได้รับสิทธิ “ค่าลดหย่อนผู้พิการ” อีกคนละ 60,000 บาท ด้วย แต่คุณสมบัติของผู้พิการต้องเข้าข่ายดังต่อไปนี้

  1. เป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเป็นคนทุพพลภาพ
  2. มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ
  3. อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้

บิดามารดาถึงแก่กรรมในระหว่างปีภาษี ใช้สิทธิ์ได้หรือไม่?

กรณีที่บิดามารดาเสียชีวิตในระหว่างปีภาษี หรือก่อนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ให้บุตรเพียงคนใดคนหนึ่งใช้สิทธิหักลดหย่อนได้โดยแนบแบบ ล.ย.03 และสำเนาใบมรณบัตร พร้อมกับการยื่นแบบฯ

ข้อมูล : กรมสรรพากร