การรักษาข้อตกลงของ “ท่านผู้นำคิม จองอึล” ต่อการจัดงาน “วันรวมญาติ” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20-26 สิงหาคม ในรีสอร์ทที่เกาหลีเหนือ นับเป็นอีกหนึ่งการปูทางสู่การรวมเกาหลีเป็นหนึ่ง จากที่ก่อนหน้านี้ ท่านผู้นำคิมเริ่มต้น เซอร์ไพรส์คนทั้งโลกด้วยการประกาศหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ส่งนักกีฬาเข้าร่วมโอลิมปิกฤดูหนาวภายใต้ธงชาติเกาหลีหนึ่งเดียว เดินไปจับมือกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ มุน แจอิน ที่หมู่บ้าน “ปันมุมจอม” ล่าสุดคือเข้าประชุมกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ
ด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์เช่นนี้ทำให้หลายคนโดยเฉพาะคนเกาหลีเองหวังว่าจะถึงวันที่ คนชาติเดียวกันรวมเป็นหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าการรวมชาติจะทำได้โดยง่าย สองเกาหลี ที่ถูกแยกประเทศกันเพราะสงครามตัวแทนในยุคสงครามเย็นตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 ซึ่งเท่ากับช่วงอายุของคนหนึ่งคน นั่นหมายความว่าทั้งสองเกาหลี มีความต่างกันในหลายด้าน และความต่างที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง มีโอกาสจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้หรือไม่นั้นมาดูกัน
เกาหลีเหมือนกันแต่ต่างกันอย่างสุดขั้ว
การรวมชาติเกาหลี ไม่ได้หมายความว่า “เพราะฉันรวยแล้วเธอจน ฉันจะช่วยเธอเอง” และไม่เหมือนการรวม เยอรมนีตะวันออก และ ตะวันตกในปี 1989 แต่สภาพสังคมของเกาหลีเหนือ และ เกาหลีใต้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงฝ่ายแรกนั้นดำเนินชีวิตในระบอบคอมมิวนิสต์ ท่านผู้นำสูงสุดเป็นคนกำหนดชะตาชีวิต ขณะที่ฝ่ายหลังเป็นสังคมแบบทุนนิยมมีการแข่งขันสูงเพื่อพาตนเองไปสู่ความสำเร็จ
การรวมประเทศจึงเหมือนเอาคนที่ต่างกันอย่างสุดขั้วให้มาทำงานร่วมกันซึ่งหวังผลสำเร็จได้ยาก ดังนั้นจึงมีความพยายามในการทำความเข้าใจผู้คนจากสองสังคม และชี้ให้เห็นว่าการรวมเกาหลี หมายถึงอิสระที่คนจากทั้งสองฝั่งจะไปมาหากันได้อย่างมีอิสระ จากนั้นค่อยมีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหนืออื่นใดทุกคนต้องมีเป้าหมายเดียวกันของการรวมเกาหลีคือรวมใจกันเพื่อให้ประเทศมีเสถียรภาพมากที่สุด มากถึงขนาดที่ว่าสามารถให้รถไฟหัวกระสุน KTX วิ่งจากกรุงโซล ขึ้นไปทางเกาหลีเหนือ และเชื่อมกับ รถไฟเส้นทางสายไหมของจีน ไปยังใจกลางยุโรปอย่างปารีส ได้เลยทีเดียว
ถ้ารวมประเทศ “ตระกูลคิม” จะอยู่ตรงไหน
สำหรับเกาหลีเหนือที่ผ่านการปกครองโดย ผู้นำจากตระกูล คิม มาจนถึงรุ่นที่สาม คิม จองอิล การรวมประเทศในสายตาคิม จองอึล ไม่ใช่เรื่องของการลงจากอำนาจ หรือ การถูกสำเร็จโทษ เพราะ คิม จองอึล นั้นไม่ได้อยากเป็นผู้นำเผด็จการของประเทศที่ยากจนเหมือนกับปู่ หรือ พ่อของเขา หากคิม จองอึล กต้องการเห็นเกาหลีเหนือก้าวหน้าด้วยฝีมือของตนเอง
เมื่อมีคำถามว่า แล้วจะทำอย่างไร เพราะการปกครองเป็นคนละระบบ และคนเกาหลีใต้ก็คงไม่ยอมรับระบบของ คิม ทางออกที่มีการพูดคุยกันไว้แล้วคือการปกครองแบบหนึ่งประเทศ สองระบบ คล้ายกับการปกครองระหว่าง จีน และ ฮ่องกง แม้จะมีระบอบการปกครองต่างกันแต่ก็อยู่ภายใต้ธงชาติเดียวกัน ซึ่งวิธีการดังกล่าวนั้น จะทำให้ระบบการจัดการภายในประเทศ ระหว่างเกาหลีด้วยกันง่ายขึ้น นอกจากนี้แล้วจะทำให้มีนักลงทุนไหลเข้ามาสู่เกาหลีเหนือ จากความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้
ทรัพยากรธรรมชาติแลกกับความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ
ถ้าจะวัดกันด้วยตัวเลขเวลานี้ เกาหลีเหนือมี GDP ของทั้งประเทศน้อยกว่า 1 เปอร์เซนต์ ขณะที่เกาหลีใต้นั้นถือว่าเป็นประเทศที่มีตลาดการค้าและเศรษฐกิจ ใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของโลก และด้วยความต่างทางด้านเศรษฐกิจชนิดคนละด้านนั้นทำให้ การรวมประเทศไม่สามารถทำได้โดยง่าย และต้องเริ่มด้วยการทำให้เศรษฐกิจเกาหลีเหนือนั้น กลับฟื้นคืนสภาพให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยๆพัฒนารวมกัน ขณะเดียวกันการพัฒนาทรัพยาการทางธรรมชาติที่ยังมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในเกาหลีเหนือ น่าจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักลงทุนต่างสนใจหากการรวมประเทศเกิดขึ้นจริง
ความแข็งแกร่งทางการทหาร อาจเพิ่มพี่ใหญ่ในทวีปเอเชีย
ในเกาหลีเหนือนั้นมีทหารประจำการประมาณ 1.1 ล้านนาย และมีอีก 7.7 ล้านนายเป็นกำลังสำรองมียุทโธปกรณ์ทางการทหารชนิดที่อเมริกามีหนาว ซึ่งการรวมเกาหลีเป็นหนึ่งแม้จะมีการปกครองแบบสองระบบ แต่ กองกำลังทหารของเกาหลี ที่เป็นหนึ่งเดียวก็น่าจะทำให้ ประเทศอื่นในแถบคาบสมุทรเกาหลี รวมไปถึงพี่ใหญ่ที่คอยหนุนหลังทั้งสองฝ่ายอย่าง จีน และ สหรัฐอเมริกา รู้สึกเกรงเกาหลีในรูปโฉมใหม่กันบ้าง นอกจากนี้แสนยานุภาพของเกาหลีที่เมื่อรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวน่าจะทำให้ ทวีปเอเชีย เพิ่มพี่ใหญ่ขึ้นมาอีกหนึ่งประเทศก็ได้






























