ใครหลายๆคน อาจจะชอบฟุตบอล รักฟุตบอล และชอบตามทีมที่ตัวเองรัก ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็ไม่ต่างกัน จากที่เคยเป็นเด็กที่ไม่สนใจฟุตบอล ในตอนสุดท้ายของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดวันนี้ ผมจะมาอธิบาย และสรุปเรื่องราวต่างๆ ว่าสโมสรแห่งนี้ มีความหมายกับผมอย่างไรกันบ้าง
ทำไมถึงเลือกเชียร์ทีมนี้

เรื่องราวที่ผมเคยได้ยินมาจากแฟนบอลในอังกฤษนั้น ส่วนใหญ่แล้วคนก็จะเลือกเชียร์ทีมตามเมืองที่พวกเขาเกิด หรือเมืองใกล้ๆ เพราะเมืองที่บางคนเกิด ก็อาจจะไม่มทีมฟุตบอลดังๆก็เป็นได้ ส่วนใหญ่แล้ว เพื่อนๆก็มักจะบอกผมว่า เชียร์ทีมนี้เพราะคนในครอบครัว เพราะเกิดที่นี่
ส่วนของผมนั้น คงจะต้องให้เครดิตตรงนี้ทั้งหมดกับคุณลุงที่ล่วงลับไปแล้ว และคุณลุงอีกคนที่ชวนผมหัดดูฟุตบอล ถ้าไม่มีเขาทั้งสอง ถ้าเขาไม่ให้ผมเริ่มดูฟุตบอล มันอาจจะไม่มีเรื่อง “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดให้อ่านกันในวันนี้ก็ได้นะ
การเลือกไปแมนเชสเตอร์

ความฝันของใครหลายๆคน ที่เป็นแฟน แมนฯยูไนเต็ดนั้น แน่นอนว่าจะต้องเป็นการได้ชมฝีเท้าของนักเตะแมนฯยูไนเต็ดสักครั้ง ซึ่งผมเอง ก็ถือว่าโชคดีมากที่มีโอกาสได้ชมนักเตะเหล่านี้ ลงสนามอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่ไม่คาดฝัน คือความฝันของตัวเองที่อยากจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ และเมื่อทราบว่ามหาลัยที่แมนเชสเตอร์นั้น มีปริญญาในภาควิชาที่เราอยากเรียนขึ้นมา เราก็เลือกที่เดินตามทางที่เราอยากจะเดิน และผมบอกได้เลยว่า วันแรกที่ผมได้ชมเกมที่ “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” เป็นเกมแรกนั้น ผมยังจำความรู้สึกได้อยู่เลย และแน่นอนว่า วันที่มารับงานกับสโมสรวันแรก ก็ยังอยู่ในความทรงจำอยู่เลยครับ
ไปได้งานที่สโมสรได้อย่างไร

การทำงานระหว่างเรียนนั้น ถือเป็นเรื่องปกติมากของเด็กอังกฤษ และคงเป็นเกือบทุกที่เลยล่ะ แต่ต้องออกตัวก่อนว่า จริงๆ ตอนย้ายไปอยู่ต่างประเทศนั้น แม้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องภาษา อาหารการกิน และเพื่อน แต่ผมก็ยังพยายามปรับตัวกับสไตล์การเรียน และอยากจะเรียนให้ดีก่อน เลยไม่มีโอกาสได้ทำงานได้ยาวนานกว่านี้
แต่เรื่องตลกของงานนี้ คือจริงๆ แล้วงานที่แมนฯยูไนเต็ดนั้น ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของผม เพราะตอนนั้นผมได้ข้อเสนอจากบริษัทสื่อชื่อดัง ที่เรียกได้ว่าถ้าบอกชื่อไปทุกคนคงจะรู้จักอย่างแน่นอน (ใบ้ให้ว่า เขาใช้ตัวอักษร 3 ตัว เป็นชื่อย่อ) แต่ด้วยเรื่องของวีซ่า ผมเลยอดที่จะได้งานนี้ และได้ตอบรับการมาทำงานกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากสมัครไปตั้ง 4 เดือนกว่าเขาจะโทรกลับมาหา (รู้เลยว่า ถ้าอยากได้ของดี ก็ต้องอดทนรอ)
แล้วตอนที่ผมได้เริ่มทำงานนี้ ผมเลยไปเอารูปเก่าๆ ตอนที่เคยไปเดินทัวร์สนาม สมัยที่ยังเป็นนักเรียนมัธยม ปรากฏว่าไกด์ทัวร์ที่ทำทัวร์ให้ผมในวันนั้น เขาก็กลายเป็นเพื่อนร่วมงานของผมตอนที่ผมเข้าไปทำ เป็นเรื่องที่แปลกนะ ว่าเด็กไทยคนนึง จะเคยมาทัวร์สนาม และพอผ่านไป 4 ปีหลังจากนั้น เขาจะกลับไปทำงานกับไกด์คนที่ทำทัวร์ให้เขาเมื่อ 4 ปีก่อน มันช่างเป็นเรื่องตลกจริงๆ จนคนที่บ้านยังเคยแซวว่า “ไม่เสียแรงเลยที่พาไปดูสนามตอนนั้น”
แล้วแมนฯยูไนเต็ด มีความหมายอย่างไรกับผมล่ะ

งานของผมที่แมนฯยูไนเต็ดนั้น แม้ว่าจะเป็นงานง่ายๆ เล็กๆ และอาจจะเคยมีคนพูดว่าเป็นงานที่ “ไม่สำคัญ” นั้น แต่การที่เราเป็นตัวแทนสโมสร เป็นคนไทยคนเดียวที่ทำงานกับสโมสรในระยะแรก และแม้ว่าจะไม่ใช้งานแบบเต็มเวลา ผมก็มองว่ามันเป็นงานที่สำคัญพอตัวนะ

แมนฯยูไนเต็ดเป็นเหมือนกับ “บ้าน” หลังหนึ่ง ที่ช่วยทำให้ผมเติบโต ได้เรียนรู้ เพราะนี่ถือเป็นการทำงาน (ที่ไม่ใช่การฝึกงาน) ครั้งแรก เป็นครั้งแรกที่ได้รับเงินเดือน ครั้งแรกที่มีเจ้านาย มีเพื่อนร่วมงานที่ทั้งดี และไม่ค่อยดีนัก และรู้จักการมีความรับผิดชอบใหญ่ๆครั้งแรกของชีวิต ทั้งในเรื่องการทำทัวร์ การรักษาความปลอดภัย และการเป็นตัวแทนของสโมสร เวลารับหน้ากับผู้สนับสนุนที่ลงทุนมหาศาลให้กับแมนฯยูไนเต็ด สโมสรแห่งนี้ช่วยให้ผมเติบโตขึ้นมาจนถึงวันนี้ และถึงจะเป็นการทำงานแค่ 1 ปีครึ่ง แต่มันเป็น 1 ปีครึ่งที่เราได้เรียนรู้อะไร ต่อมิอะไรมากมาย สำหรับผมแล้ว เมื่อเราตอบไปว่า “เราเป็นคนไทย” และมาทำทัวร์แล้ว คนที่มาทัวร์นั้นก็อาจจะตั้งแง่แล้วว่า คนไทยจะเป็นแบบไหนกัน ผมเลยมองว่างานนี้ สำคัญนะ ไม่มากก็น้อยแหละ
เพราะฉะนั้นสำหรับใครหลายๆคนนั้น อาจจจะบอกว่า “มันก็แค่ทีมฟุตบอล” ก็ไม่ผิดนะ แต่สำหรับผมนั้น แมนฯยูไนเต็ดคือสถานที่ ที่มีส่วนสำคัญต่อชีวิตมาก ทั้งในแง่ทักษะการทำงาน และแง่การใช้ชีวิตในหลายๆเรื่อง และคงต้องบอกเลยว่า ถ้าไม่มีสโมสรนี้ หรือไม่มีงานนี้ ผมก็อาจจะมาไม่ถึงจุดนี้ก็ได้
สุดท้ายผมก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามเรื่อง “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด ที่ผมนำทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องลึกๆ หรืออาจจะไม่ลึกมากในบางครั้ง มาเล่าสู่กันฟังให้กับทุกคน หากมีข้อผิดพลาดในประการใด ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ และท้ายสุด ผมก็อยากให้ทุกคนชมฟุตบอลกันแบบสร้างสรรค์ ชมกันอย่างมีความสุข เหมือนที่ฟุตบอลนั้นให้ “ชีวิต” และ “ความสุข” กับผมมาตลอดครับ

































