Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ The Apartment Job เงินหมื่นล้านเป็นเหตุสังเกตได้!

The Apartment Job เงินหมื่นล้านเป็นเหตุสังเกตได้!

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ห่างหายจากแอปฯ สตรีมมิ่งสีแดง ตัวย่อ N ไปได้… 1 สัปดาห์ (555 เหมือนนาน) สัปดาห์นี้ก็กลับมาเปิดซีรีส์ในแอปฯ นี้ดูอีกแล้ว เพราะมีซีรีส์เรื่องใหม่ที่เขาว่ากันว่าสนุกและฮา ไอ้เรามันก็สายจ่าย Netflix เป็นแอปฯ หลักอยู่แล้วไง ก็เลยเข้าทาง ตอนแรกกะว่าถ้า 10 นาทีแรกเรื่องไม่ชวนซื้อ จะย้ายแอปฯ ไปดูอีกเรื่อง แต่…10 นาทีไม่อยู่จริง ยิงยาว 2 ตอน 2 ชั่วโมงนิด ๆ

The Apartment Job หรือชื่อภาษาไทยจาก Netflix ว่า ท่านประธานกำมะลอ เล่าเรื่องราวของ “พัคแฮกัง” อดีตหัวหน้าแก๊งนักเลงผู้พยายามจะผันตัวมาใช้ชีวิตแบบคนปกติ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงเปิดบริษัททำธุรกิจผิดกฎหมายอยู่ เขาเป็นคนฉลาดแกมโกง มีสัญชาตญาณในการทำธุรกิจสูง แถมยังมีลูกล่อลูกชนแบบนักเลงเก่าในการเอาตัวรอด ทว่าการที่เขาจะยืนหยัดอยู่ได้ในแวดวงสีเทา แค่ไหวพริบมันไม่พอ มันต้องมีพวกเป็นเจ้าหน้าที่ที่คอยปิดหูปิดตาปิดปาก ทำเป็นไม่รับรู้ว่าในสังคมนี้มีธุรกิจผิดกฎหมาย นั่นทำให้เงินที่เขาหามาได้จากธุรกิจ ส่วนใหญ่หมดไปกับการส่งส่วยให้กับพวกข้าราชการทุจริต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กันและกัน แม้ว่าเงินจะหามาได้เยอะจากบรรดาลูกค้าและลูกหนี้ และก็หายไปเยอะกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่ แต่ที่ผ่านมาก็ยังคงมีเงินในระบบหมุนเวียนใช้ไม่ขาดมือ

จนกระทั่งมีข้าราชการระดับสูงของกรมตำรวจนายหนึ่งที่เกิดกระสันอยากจะเข้าคลับลับ ๆ คลับหนึ่งที่เต็มไปด้วยข้าราชการอาวุโสจากหลายหน่วยงาน แน่นอนว่าการจะเข้าร่วมกลุ่มก้อนอะไรที่ดูไม่ชอบมาพากลแบบนี้ ไม่สามารถที่จะเดินดุ่ม ๆ เข้าไปขอเข้าได้ง่าย ๆ แต่มันต้องใช้เงินก้อนใหญ่เป็นค่าเข้า ซึ่งเงินก้อนนั้น มีมูลค่าสูงถึง “หนึ่งหมื่นล้านวอน!”

ภาพจาก FB: JTBC Drama

เมื่อท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอยากได้เงินหมื่นล้านไปเข้าคลับ แต่การจะหาเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นมันก็ยากเกินไปสำหรับข้าราชการ และเมื่อหมอนี่เอาเรื่องไปปรึกษาลูกน้องคนสนิท ลูกน้องจึงแนะนำวิธีหาเงินแบบง่าย ๆ ไม่ต้องเหนื่อยเอง นั่นก็คือการเรียกรับผลประโยชน์จากพวกคนมีแผล คนที่ยังต้องพึ่งพาความเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ของพวกข้าราชการเพื่อทำธุรกิจอย่างปลอดโปร่งโล่งสบาย ต่อให้โดนสูบเลือดสูบเนื้อยังไงก็จะไม่มีทางปริปากบ่น นายตำรวจลูกน้องจึงไปข่มขู่ขูดรีดเงินหมื่นล้านกับพัคแฮกัง เขาก็ปฏิเสธที่จะให้ นั่นทำให้เขาโดนเล่นงานทันที กิจการที่เขาทำอยู่ถูกกวาดเรียบ ลูกน้องคนสนิททุกคนโดนกฎหมายเล่นงานแบบโง่ ๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ

บทเรียนนั่นทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อลูกน้อง และเพื่ออดีตหัวหน้าแก๊งคนเก่าที่เขาเคารพนับถือเหมือนพ่อ ที่ก็โดนเล่นงานจนต้องติดคุก เขากลายเป็นคนร้อนเงินที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินก้อนโตนั่น ตามทวงหนี้จากลูกหนี้บ่อนทุกคนแบบไม่สนเงื่อนไขการกู้เงิน และเมื่อเขาไปทวงหนี้กับแขก VVIP ขี้โวยวาย เขาก็ค้นพบช่องทางรวยที่ลูกหนี้รายนี้ใช้หาเงินอยู่เป็นนิจ นั่นก็คือ การโกงเงินจากกองทุนสำรองของอะพาร์ตเมนต์ต่าง ๆ เขาจึงวางแผนยักยอกเงินมูลค่ามหาศาลในกองทุนสำรองเพื่อการซ่อมแซมระยะยาวของอะพาร์ตเมนต์ที่ตัวเองอาศัยอยู่ โดยร่วมมือกับ “คังฮารี” หญิงสาวผู้ใฝ่ฝันจะเป็นทนายความ แต่ยังสอบใบอนุญาตไม่ผ่าน ปัจจุบันเธอทำงานอยู่ที่ศูนย์ให้คำปรึกษากฎหมายฟรี และทำพาร์ตไทม์โดยรับแสดงบทบาทเป็นนั่นเป็นนี่ตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ซึ่งงานนี้ เธอจะรับบทเป็นภรรยาของเขา พร้อมทั้งลูกน้องอีก 3 คน ลูกของลูกน้อง 1 คน และลูกหนี้ 1 คน สร้างโปรไฟล์เป็นครอบครัวใหญ่ในการลงสมัครเลือกตั้งเป็นประธานนิติบุคคลของอะพาร์ตเมนต์เพื่อฮุบเงินในกองทุนก้อนนั้น อย่างไรก็ตาม เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด ไม่เพียงแต่ต้องเจอผู้สมัครคนอื่น ๆ เขายังค้นพบการทุจริตที่ฝังรากลึกในอะพาร์ตเมนต์ตัวเองด้วย เขาค่อย ๆ ขุดเจอขบวนการคอร์รัปชันและการทุจริตที่กัดกินอะพาร์ตเมนต์แห่งนี้อย่างคาดไม่ถึง จากมาเฟียที่หวังรวยทางลัด จึงกลายเป็นฮีโร่จำเป็น ใช้คุณธรรมที่ถูกซ่อนเอาไว้ลึก ๆ ในการจัดการกับขบวนการนี้ร่วมกับเหล่าลูกบ้านคนอื่นกอบกู้ความยุติธรรมให้กับที่พักอาศัยของพวกเขา

พวกแกไปใช้ชีวิตของตัวเองเถอะ ทางนี้ฉันจัดการเอง ยังไงเราก็ไม่ได้เป็นแก๊งอยู่แล้วนี่ ฉันเองก็ไม่ใช่พี่ของพวกแก เป็นแค่ประธานบริษัทกับพนักงาน คิดซะว่าลาออก ส่วนเงินชดเชย ฉันจะชดใช้ให้ทีหลัง

บอกตรง ๆ ว่าเป็นอีกครั้งที่เฮีย จีซอง เลือกรับบทนำที่มีความเทาในตัว ตัวละคร “พัคแฮกัง” ไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ใช่คนเลวโดยกมลสันดาน เขาเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อติดการพนันอย่างหนัก เอาชื่อลูกไปใส่เป็นหลักประกันว่าในสัญญาเงินกู้ ทำลายชีวิตและความฝันลูกจนย่อยยับ ซึ่งเขาก็ได้ผู้ใหญ่อย่าง “พัคยงมัน” ที่แม้จะเป็นหัวหน้าแก๊งนักเลง แต่ก็เอ็นดูและชุบเลี้ยงเด็กมัธยมปลายคนหนึ่งมาเป็นอย่างดี มันเลยเกิดสายใยแห่งความผูกพันนอกสายเลือดขึ้น เขารักและเคารพบุคคลนี้เหมือนพ่อแท้ ๆ ไม่สิ! อาจจะรักมากกว่าพ่อแท้ ๆ ด้วยซ้ำไป เมื่อเติบใหญ่มา หัวหน้าแก๊งคนเก่าวางมือและเกษียณตัวเองไป เขาก็เข้ามารับหน้าที่ดูแลลูกน้องคนอื่น ๆ ด้วยจิตใจเมตตาเหมือนกับที่ตัวเองเคยได้รับ ลูกน้องทุกคนจึงพร้อมที่จะล่มหัวจมท้ายไปกับเขาในการหาเงินหมื่นล้าน ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ก็เข้าใจอยู่นะว่าความเป็นแก๊งนักเลงมันก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่ที่สงสัยมานานมากแล้วก็คือ ทำไมความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในแก๊งนักเลง แก๊งอันธพาลแบบนี้ มันมีความผูกพันกันสูงมาก ๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่ในหนังหรือในละครด้วย เรื่องจริงก็มีให้เห็น การทรยศกันไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ ถ้าไม่ใช่พวกที่เนรคุณหรือเลวโดยสันดานจริง ๆ ก็นะ! มันคงมีพันธสัญญาทางใจบางอย่างที่เหนือความเข้าใจของคนแบบเรา ๆ ที่ทำให้พวกเขารักใคร่แน่นแฟ้น ขนาดที่ยอมตายแทนกันได้ และซีรีส์เรื่องนี้ก็ทำให้เราเห็นถึงส่วนนี้ เห็นถึงสายใยความผูกพันตั้งแต่อดีตหัวหน้า มาจนถึงหัวหน้าคนปัจจุบัน ที่แม้จะวางมือจากการเป็นกลุ่มแก๊งแล้วมาบริหารงานในรูปแบบบริษัท (ที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย) แต่ลูกน้องก็ยังคงจงรักภักดีอย่างที่สุด

ต้องบอกว่าการแสดงของเฮีย จีซอง คือเทพจริง ๆ สมกับความเป็นตัวแด๊ดของวงการ จะว่าไงดี ตัวละครพัคแฮกังเนี่ย มันดูมีมิติ แล้วก็มีหลากหลายด้านให้เห็น เปิดเรื่องมานี่คือประธานบริษัทการเงินที่มีออร่าแบบเจ้าพ่อแก๊งอันธพาลมาก ๆ ที่ไหนได้เป็นแค่บ่อนการพนันที่เปิดบริษัทบังหน้า จากนั้นก็มีมุมดิบเถื่อนที่ตามทวงหนี้ลูกหนี้แบบขุดโคตร อีกมุมคือชายที่รังเกียจคนตรงหน้าจะแย่ แต่ต้องยอมทำตามคำสั่งเป็นสุนัขรับใช้ เพราะต้องการคนหนุนหลังในธุรกิจผิดกฎหมายที่ทำ มุมของอดีตลูกน้องที่ซื่อสัตย์และหัวหน้าที่ต้องเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้ลูกน้อง หรือการสั่งให้ลูกน้องลาออกเนื่องจากบริษัทโดนเล่นงาน เฮียแกเก็บได้หมดทุกมิติจริง ๆ โดยเฉพาะมุมเปราะบาง ที่พยายามปกป้องทุกคนที่เขารัก

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ฉากที่คุยกับอดีตหัวหน้าแก๊ง แล้วแกแนะนำให้วางมือจากเรื่องนอกกฎหมาย ให้เอาเงินที่หาได้ไปใช้ตามหาความฝันที่หล่นหาย และสนับสนุนพวกลูกน้องให้ไปมีชีวิตที่ดี ไปทำตามความฝันเล็ก ๆ ที่เคยมี กับฉากที่บริษัทถูกแฉว่าเป็นบ่อนการพนัน โดนตำรวจกวาดเรียบจนแทบล้มละลาย แล้วเขาแนะนำให้ลูกน้องไปใช้ชีวิตของตัวเอง ทำเหมือนเป็นแค่นายจ้างกับลูกจ้างทั่วไป ที่ลาออกก็จบ และขนาดไม่มีเงินเหลือในตอนนั้น เขาก็ยังยืนยันที่จะจ่ายค่าชดเชยให้ ทว่าสุดท้าย ไม่มีใครยอมจากไป ทุกคนพร้อมจะทำงานรับใช้เขาต่อไป มันทำให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ลูกผู้ชายจริง ๆ นะ ว่าการที่ทุกคนไม่ยอมทิ้งกันทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อะไรจากการอยู่ต่อ มันคือความจงรักภักดีที่มากกว่าหัวหน้ากับลูกน้องไปแล้ว เหมือนครอบครัวที่ทุกคนกลมเกลียวกัน

จะมีสักกี่คนที่ยอมเสียแรงเสียเวลาเอาเงินแค่นั้นคืน ฉันว่าในเกาหลีไม่มีหรอก ทุกคนต่างก็ยุ่งกับการทำมาหากิน เอาเวลาไปหาเงินยังคุ้มกว่า จริงไหมล่ะ ไม่มีใครเขาสนใจกันหรอก

นี่สินะ ช่องทางรวยจากอะพาร์ตเมนต์! พล็อตเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้มันน่าสนใจตรงที่แหล่งเงินไม่ใช่ธนาคาร ไม่ใช่ห้องนิรภัยบ้านมหาเศรษฐี ไม่ใช่องค์กรการเงินใหญ่โตอะไร เป็นเพียงแค่ “กองทุนสำรองเพื่อการซ่อมแซมระยะยาวของอะพาร์ตเมนต์” เงินสำรองที่ถูกเรียกเก็บจากลูกบ้านทุกเดือน นำไปสะสมไว้ล่วงหน้าสำหรับแผนการซ่อมแซมอะพาร์ตเมนต์ระยะยาว เปรียบเทียบได้กับร่างกายมนุษย์ที่พออายุมากขึ้น ร่างกายก็จะปวดนั่นปวดนี่ อาคารอะพาร์ตเมนต์ก็ไม่ต่างกัน แต่ถ้าเรียกเก็บรวดเดียวตอนที่ถึงเวลาต้องซ่อมแซมหรือปรับปรุงอาคารที่ทรุดโทรม จำนวนมันก็จะเยอะ คนจ่ายก็จะหงุดหงิดและบ่ายเบี่ยงที่จะจ่าย จึงเรียกเก็บรายเดือนเดือนละไม่กี่วอนแทน นี่เป็นกองทุนปกติที่มีอยู่ในการบริหารของอะพาร์ตเมนต์ทุกที่

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ประเด็นคือ ที่มาของเงินเหล่านี้มันไม่ได้มืด เพราะมันเป็นเงินที่เรียกเก็บจากบรรดาลูกบ้านทุกคน โดยมีการแจ้งให้ทราบตลอดว่ามีการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนนี้ ทว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะสนใจว่ามันคือกองทุนอะไร เรียกเก็บไปทำไม ด้วยความที่เรียกเก็บด้วยจำนวนเงินที่ไม่ได้เยอะ ราว ๆ 30,000 วอนต่อเดือน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 6-7 ร้อยบาท สำหรับคนที่มีเงินอยู่อะพาร์ตเมนต์หรู ๆ แบบนั้น มันแทบจะเป็นเศษเงิน ดังนั้น เวลาที่เงินถูกโกงไป ในสายตาของพวกมิจฉาชีพจึงรู้สึกว่ามันง่าย คงไม่มีใครที่จะมาเสียเวลา เสียแรงเอาเงินจำนวนนี้คืน ทุกคนต่างมีเรื่องสำคัญกว่าที่จะต้องทำ หลายคนจึงยอมเสียไป คิดซะว่าทำเงินหาย และเอาเวลาไปหาเงินใหม่แทน

แต่ใครมันจะไปคิดล่ะว่าเงินที่นิติบุคคลเรียกเก็บจากเราทุก ๆ เดือน เดือนละไม่กี่ร้อยบาท พอมันไปรวมกับเงินของลูกบ้านทุกครัวเรือน เป็นเงินกองกลางในกองทุนนี่แล้ว มันจะมีมูลค่าสูงถึงหมื่นล้านวอน (ตีเป็นเลขกลม ๆ ก็ ประมาณ 200+ ล้านบาท) ความน่าตื่นเต้นของซีรีส์ The Apartment Job ก็เลยอยู่ตรงนี้แหละ การที่มีกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นนิติบุคคลคอยบริหารเงินก้อนนี้ มันเลยเป็นผลประโยชน์มหาศาลที่ซ่อนอยู่หลังเงามืดของการคอร์รัปชัน เพราะอย่าลืมว่าไม่ใช่แค่แก๊งของพัคแฮกังที่อยากได้เงินก้อนนี้ มันเคยมีคนทำสำเร็จมาก่อน ถึงได้มีการมาเสนอไอเดียให้กัน เขาถึงเริ่มแผนการยักยอกเงินในกองทุนนี้ขึ้นมา เมื่อเห็นความเป็นไปได้ว่ามันจะสำเร็จ ทว่าเมื่อเขารู้ถึงความไม่ชอบมาพากลของเงินก้อนนี้ มันจึงไม่ใช่แค่การยักยอกเงินออกมา แต่มันคือการแฉ!

ภาพจาก FB: JTBC Drama

พูดไปก็น่าสงสารคนที่จ่ายเงินก้อนนี้เข้ากองทุนทุกเดือน ๆ โดยหวังว่ามันจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ให้กับที่อยู่อาศัยของตัวเองนะ พวกเขาทำมาหากินอย่างหนักเพื่อซื้อห้องดี ๆ ในโครงการ ก็คิดว่าในวันที่อาคารมันเริ่มเก่า เริ่มชำรุดทรุดโทรม เงินก้อนนี้จะถูกนำมาบูรณะที่อยู่อาศัยของพวกเขาให้สามารถอยู่ไปได้นาน ๆ โดยไม่เกิดโศกนาฏกรรม ทว่ามันกลับถูกนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวของคนกลุ่มหนึ่งไม่กี่คน และบางทีก็ถูกถอนหายไปดื้อ ๆ ด้วย คิดดูว่าขนาดแก๊งพระเอกที่ก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร ทำธุรกิจผิดกฎหมาย แถมยังสนับสนุนพวกข้าราชการโกงบ้านกินเมืองให้มีเงินใช้สุขสบาย เขากลับรับไม่ได้กับการทุจริตที่ฝังรากลึก คุณธรรมที่พอมีในใจยังทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาล้างบางพวกมาเฟียอะพาร์ตเมนต์ และคืนความยุติธรรมให้กับทุกคน

ใครที่เป็นแฟนคลับเฮีย จีซอง บอกเลยว่าไม่ควรพลาด The Apartment Job เพราะเรื่องนี้แกหล่อมาก (ไม่ใช่!) มันเป็นซีรีส์แนวอาชญากรรมที่ผสมผสานความเป็นคอเมดีไว้ค่อนข้างลงตัวเลย (แค่เห็นหน้าพ่อกำมะลอของพระเอก ที่รับบทโดยนักแสดงสมทบจอมแย่งซีนอย่างลุง คิมวอนแฮ ก็กลั้นขำไม่อยู่แล้ว 555) มันมีความตลกปนซึ้งในความรักความสามัคคีของอดีตแก๊งนักเลง ที่ปัจจุบันอยากเป็นคนธรรมดา เพียงแต่ยังหาเงินด้วยวิธีผิดกฎหมาย พยายามดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ และช่วยเหลือลูกน้องทุกคนให้ยังมีงานทำ ทว่าก็ยังโดนพวกที่เลวกว่าเหยียบหัว แล้วมันก็น่าลุ้นว่าครอบครัวกำมะลอที่มองจากดาวอังคาร ยังไงก็ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน เรื่องจะแตกเมื่อไร แล้วเขาจะได้เป็นนิติบุคคลชิงเงินหมื่นล้านออกมาได้ไหม ต้องไปดู 🏢