Chief Detective 1958 ย้อนเวลาสู่ยุค 50’s ที่ตำรวจไม่มีเทคโนโลยีอะไรเลย!

ภาพจาก FB: MBC 드라마

หลังจากจบผลงานเรื่อง Taxi Driver 2 ไปเมื่อปีก่อน เราก็แทบจะไม่ได้เห็นหน้าพระเอก “อีเจฮุน” กันเต็ม ๆ อีกเลย หลายคนที่กำลังรอผลงานใหม่ของเขาอยู่ มาวันนี้ได้สิ้นสุดการรอคอยกันจริง ๆ แล้ว กับผลงานเรื่องใหม่ที่เจ้าตัวพลิกคาแรกเตอร์จากเรื่องก่อนซะจนไม่เห็นเค้าเดิมของคุณโชเฟอร์คิมโดกีอีกเลย แต่ดีกรีความสนุก ความฮา และความแปลกของเรื่อง แทบไม่มีอะไรต่างไปจากเดิมสักนิด

Chief Detective 1958 เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนายตำรวจคนหนึ่งที่ชื่อว่า “พัคยองฮัน” ผู้ที่ใช้ทั้งสมองและใจอย่างเต็มเปี่ยมในการทำหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับลูกน้องในทีมอีก 3 คน เรื่องจะเล่าย้อนไปในปีค.ศ. 1958 ซึ่งเป็นยุค 50’s ปลาย ๆ หรือถ้าจะเทียบเป็นปีพ.ศ. ก็คือปีพ.ศ. 2501 ยุคเดียวกันกับท้องเรื่องของบันเทิงคดีไทยอย่างสุภาพบุรุษจุฑาเทพ (ขอเอ่ยถึงให้เห็นภาพช่วงเวลาชัด ๆ ช่วงนี้กระแสจากดวงใจเทวพรหมกำลังมา) ซึ่งในยุคนั้น เชื่อได้ว่าหลายประเทศในเอเชียก็คงคล้าย ๆ กัน ตำรวจต้องทำงานกันแบบที่ยังไม่มีเทคโนโลยีใด ๆ เข้ามาช่วย DNA คืออะไร กล้องวงจรปิดก็อย่าได้หวัง พวกเขามีแค่ 1 สมอง 2 มือ 2 ขา และอาวุธปืน (หรือควาน ๆ จากข้างตัวเอา)

สำหรับทีมของพระเอก มีสายสืบหนุ่มพัคยองฮันถูกย้ายจากสถานีย่อยระดับภูธรเข้ามาเป็นตำรวจในกรุงโซล ได้เข้าร่วมทีมกับหัวหน้าที่เคยหัวเดียวกระเทียมลีบสู้กับอำนาจมืดอยู่ตัวคนเดียว จากนั้นก็เริ่มมีลูกทีมตามเข้ามาเรื่อย ๆ ทั้งตำรวจหมาบ้าที่มักจะกัดคนร้ายจนเลือดสาดทุกครั้ง กัดหมาก็เคย และรุ่นน้องอีก 2 คน คนหนึ่งเป็นหนุ่มหุ่นหมีพลังควายที่ยกกระสอบข้าวสารเหมือนยกนุ่น ส่วนอีกคนเป็นนักศึกษาจบใหม่จากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่กวาด A มาเต็มใบจบ หนุ่มน้อยผู้นี้เกือบถูกส่งให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่สุดท้ายอุดมการณ์ของเขาก็ยิ่งใหญ่กว่า ยอมแตกหักกับพ่อจนโดนไล่ออกจากบ้าน กลายมาเป็นตำรวจเพื่อสร้างประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่แบบนายอำเภอชื่อดังที่เขานับถือเป็นไอดอล

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นแก๊งสายสืบสายฮาที่ต้องสืบคดีต่าง ๆ ในแบบที่ไม่มีเทคโนโลยีใด ๆ แต่ทั้งหมดกลับฉลาดในการวางแผน และมีวิธีแบบแปลก ๆ ในการทำคดี เรื่องที่แย่ยิ่งกว่าการงมจับคนร้ายแบบไม่มีเครื่องมือช่วย คือการรับมือกับความประสาทแดกกับพวกตำรวจอีกทีมที่ผันตัวไปเป็นลูกสมุนของผู้มีอิทธิพลคนดัง ที่จ้องจะคอยกันซีนและคอยวอแวสอดส่องอยู่ตลอด และไหนจะพวกผู้มีอิทธิพลตัวเป้ง คนใหญ่คนโตระดับประเทศที่กุมอำนาจตำรวจได้แทบทั้งสถานีอีก นี่จึงเป็นการทำงานที่ไม่ง่ายเอาซะเลย!

สำหรับเรื่องนี้ “อีเจฮุน” พลิกลุคจากหนุ่มนิ่ง ๆ สุขุมแบบใน Taxi Driver ทั้ง 2 ภาค มาเป็นตำรวจสายสืบหนุ่มจอมทะเล้น หล่อ เท่ ฉลาด กวนโอ๊ย และเจ้าเล่ห์เบา ๆ พอมีเสน่ห์ไว้ตกสาว แถมยังได้เล่นเป็น 2 ตัวละคร ใน 2 ช่วงเวลาอีกด้วย คือเป็นนักสืบพัคยองฮันในพาร์ตอดีต ปี 1958 และเป็นหลานชายของพัคยองฮันในพาร์ตปัจจุบัน ส่วนพัคยองฮันปัจจุบันที่สังขารโรยรา ก็ได้นักแสดงอาวุโส “ชเวบุลอัม” วัย 84 ปี ซึ่งเป็นนักแสดงตัวละครพัคยองฮัน ภาคออริจินัลของซีรีส์ Chief Detective 1958 ที่เคยถูกสร้างและออนแอร์ยาวนานตั้งแต่ปี 1971-1989 รวมกว่า 880 ตอน ก็กลับมาเล่นในบทเดิมของตัวเอง

นอกจากนี้ Chief Detective 1958 ยังเป็นซีรีส์สนุก ๆ ที่คนดูไม่ต้องมาเสียเวลานั่งลุ้นเลยว่าเรตติ้งจะขึ้น 2 หลักไหม เพราะพี่แกเปิดตัวอีพีแรกก็พุ่งทะลุ 2 หลักไปเลย โกยเรตติ้งไปที่ 10.1% ถึงแม้ว่าอีพี 2 จะตกลงมาเยอะเหลือแค่ 7.8% เพราะต้องแข่งกันเดือดมากกับ Queen Of Tear ที่ออนในคืนวันเสาร์ ซึ่งเรื่องนั้นก็กำลังเข้มข้นแล้วก็ใกล้จะจบแล้วด้วย คนเลยเก็บเรื่องนี้ไว้ดูย้อนหลัง แล้วยิ่งอีพี 3 อีพีเมื่อคืนนะ ยีคพีคเข้าไปใหญ่ เพราะดันทำสถิติเรตติ้งสูงสุดครั้งใหม่ถึง 10.8% เข้าไปแล้ว จะไปสุดที่ตรงไหนล่ะเนี่ย

การใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ก็เหมือนต้มเหล้า ต้องกรองสิ่งเจือปนออก ถึงจะได้เหล้าที่บริสุทธิ์ที่สุด ฉันอยากให้แกมีส่วนช่วยสร้างโลกที่บริสุทธิ์เหมือนเหล้านะ

เอ้อ! คุณพ่อก็เข้าใจเปรียบเทียบอยู่นะว่าไม่ได้ ความเปรียบเปรยที่ว่าอยากให้สังคมนี้มันบริสุทธิ์เหมือนกับเหล้าคุณภาพสูง มันก็ต้องมีตัวฟิลเตอร์ที่คอยกรองสิ่งเจือปนออกไปจนกว่าจะได้เหล้าที่บริสุทธิ์ คือถึงมันจะเป็นน้ำเมา แต่มันก็เป็นสินค้าที่คนขายต้องซื่อสัตย์และจริงใจต่อลูกค้า ขายแต่ของคุณภาพดี ไม่เอาเปรียบด้วยการเอาเหล้าที่ไม่ดีมาขาย มันจะเสียทั้งรสชาติของเหล้าและเสียมาถึงตัวคนขายด้วยว่าขายของไม่ดี จากนั้นก็จะเสียลูกค้าอีก ถึงพ่อจะต้มเหล้าขาย แต่ก็มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์เหล้าคุณภาพดีให้กับลูกค้าเท่านั้น พ่อมีทัศนคติดีแบบนี้นี่เองถึงเลี้ยงลูกมาดี

ภาพจาก FB: MBC 드라마

“พัคยองฮัน” ซึ่งเป็นลูกชายของเถ้าแก่โรงกลั่นเหล้า กลายมาเป็นตำรวจน้ำดีที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องคนอ่อนแอและจัดการกับพวกคนชั่ว ต้องยอมรับแหละว่าเพราะพ่อที่อบรมสั่งสอนลูกมาดี จนลูกได้พัฒนาตัวเองมาเป็นฟิลเตอร์ที่คอยกรองสิ่งสกปรกโสมมออกไปจากสังคม แล้วที่บอกว่าทำได้ทุกอย่าง สายสืบพัคเขาทำได้ทุกอย่างจริง ๆ นะ ปกติซีรีส์มักจะเปิดตัวพระเอกแบบหล่อ ๆ ใช่ปะ เรื่องนี้เปิดตัวตอนพี่แกปลอมตัวเป็นขอทานเพื่อจับโจรขโมยวัว 555 ซึ่งพี่แกดูจะภาคภูมิใจมาก ๆ กับการเป็นตำรวจที่จับโจรขโมยวัวได้มากที่สุดในประเทศด้วยนะ เพราะโจรขโมยวัวคือโจรที่ขโมยช่องทางทำมากินของคนอื่น วัวที่เป็นได้ทั้งค่าเทอม เป็นค่าตั้งตัวยามออกเรือน และเป็นค่าผ่าตัดของใครสักคน

ภาพจาก FB: MBC 드라마

จึงต้องบอกว่าซีรีส์เรื่องนี้ใจดีกับคนดูมากจริง ๆ นะ ที่สปอยล์เรื่องราวในพาร์ตปัจจุบันว่าสายสืบพัคยองฮันยังมีชีวิตอยู่ในวัยชรา และมีความเป็นอยู่ที่ดีด้วย มีหลานชายที่หน้าเหมือนตัวเองตอนหนุ่ม ๆ แถมยังเป็นตำรวจตามรอยคุณปู่ (ขอสปอยล์ตรงนี้เลยเผื่อมีคนงงตอนดู) เพราะถ้าเรื่องไม่มีสปอยล์มาว่าคุณปู่ในตอนต้นเรื่องเป็นสายสืบพัคยองฮันในวัยโรยรา แต่เปิดตัวมาแบบที่พระเอกกำลังฟัดกับคนร้ายจนสะบักสะบอมเนื่องจากตามสืบคดีร้ายแรง เราก็ไม่อาจรู้อนาคตได้เลยนะว่าตำรวจน้ำดีแบบนี้จะมีอายุยืน ถ้าไม่โดนคนชั่วตามเก็บ ก็อาจจะโดนตำรวจเกรดเลวสอยร่วงก็ได้ ในเรื่องนี่ตำรวจทีม 2 ยกทีมเลยมั้ง ระดับผู้กำกับก็ชั่ว คือภาพตำรวจน้ำดีอายุไม่ค่อยยืนมันค่อนข้างตราตรึงอยู่ในหัวพอสมควร

ภาพจาก FB: MBC 드라마

นั่นแหละ ยังดีที่เรื่องเฉลยให้ว่าตำรวจดี ๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะมีอายุยืนยาวถึงหลังเกษียณ ได้มีโอกาสแต่งงาน เห็นลูกหลานเติบโต ได้มีโอกาสใช้ไม่เท้าพยุงตัวเองตอนเดิน ได้รับรู้ความรู้สึกของการเดินที่มันไม่กระฉับกระเฉงเหมือนตอนหนุ่มที่วิ่งกระโดดกำแพงจับโจรก็ยังไหว และที่ดียิ่งกว่า คือการมีทีมงานที่ดี มีอุดมการณ์และเป้าหมายเดียวกันที่จะทำหน้าที่เป็นฟิลเตอร์กรองพวกคนสกปรกออกไปจากสังคม มันคงกรองไม่ได้ถึงขั้นสะอาดบริสุทธิ์แบบเหล้ากลั่นหรอก แต่อย่างน้อยก็ยังช่วยให้คนดี ๆ ได้มีที่ยืนบ้าง มีความหวังที่จะมีชีวิตที่สดใสบ้าง ไม่ใช่ต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัวว่าตัวเองจะถูกพวกนักเลงซ้อมตายเมื่อไร จะเอาเงินไหนมาใช้กินใช้อยู่ เพราะโดนขูดรีดไปหมดแล้ว

ทำไมถึงสู้อยู่คนเดียวล่ะครับ ก็รู้ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนนี่

จริง ๆ อ่านดูก็พอจะรู้ใช่ไหมว่าหัวข้อที่ใช้เปิดประเด็นข้างต้นมันเป็น “คำถาม” ตอนแรกลังเลนะ เพราะกะจะเอา “คำตอบ” ของคำถามนี้มาตั้งเป็นหัวข้อ แต่คิดว่าการเปิดหัวข้อด้วยคำถามมันน่าสนใจกว่า น่าสนใจตรงที่คนที่ถูกถามคำถามนี้จะให้คำตอบอย่างไรที่ทำให้คนฟังยิ้มออกและรู้ว่าคนตรงหน้ามีอุดมการณ์เดียวกันกับตัวเอง ส่วนตัวคนพูดก็จะรู้สึกภาคภูมิใจกับคำตอบที่มาจากใจของตัวเอง พระเอกที่ถามคำถามนี้กับหัวหน้าทีม ว่าทำไมเขาถึงสู้อยู่คนเดียว ในขณะที่ตำรวจคนอื่น ๆ โอนอ่อนตามผู้กำกับสถานีที่เป็นลูกน้องของนักเลงตัวเป้งของประเทศ เพราะการเลียแข้งเลียขาคนใหญ่คนโตมันได้ทั้งหน้า ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งอำนาจ แต่หัวหน้าทีมของพระเอกกลับเป็นคนเดียวที่ทำตัวเป็นกบฏ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

“ไม่เปลี่ยนหรอก แต่มีคนอย่างฉันอยู่บนโลกสักคนก็ไม่แย่อะไรนี่ มีสองคนยิ่งแจ่ม” คือคำตอบที่หัวหน้าทีมตอบพระเอกของเรามา (ว้าย! ทำไมน้ำตารื้น) คนเขียนบทเขียนดีนะ นี่ขนาดแค่ตำรวจในซีรีส์ แต่คำตอบง่าย ๆ ที่ฟังดูเหมือนจะไม่ได้ตอบคำถามที่ถูกถาม กลับทำให้คนดูอย่างดิฉันน้ำตารื้นได้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่คำตอบที่ทรงพลัง ทว่าเป็นคำตอบที่ฟังแล้วรู้สึก “มีความหวังขึ้นมา” มากกว่า ว่าอย่างน้อยในสังคมก็ยังมีตำรวจดี ๆ “สักคน” ที่ตั้งใจจะทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนจริง ๆ ไม่ได้เป็นเบี้ยล่างของพวกคนชั่วผู้กุมอำนาจกันไปหมดแล้ว

ภาพจาก FB: MBC 드라마

และก็เป็นโชคดีของทั้งหัวหน้าทีม พระเอก และประชาชนในซีรีส์เรื่องนี้นะ ที่ในท้ายที่สุดตำรวจที่จะต่อสู้กับอำนาจมืดไม่ได้มีกันอยู่แค่สองคนอีกต่อไป และสิ่งยืนยันได้ว่าตำรวรน้ำดีย่อมชนะตำรวจเลวก็คือ การที่พระเอกยังมีชีวิตอยู่มาถึงปัจจุบัน เป็นคุณปู่ที่ซื้อขนมมาเยี่ยมหลานที่ที่ทำงานได้ ก็แปลว่าเรื่องมันน่าจะจบดีไม่ใช่เหรอ นอกจากนี้ การที่มีคนที่ชื่นชมวิธีบ้า ๆ ที่พระเอกใช้จับนักเลงไปโรงพักโดยไม่มีการต่อสู้ให้เจ็บตัวสักแอะ มันก็เน้นย้ำเข้าไปใหญ่ว่าคนอย่างสายสืบพัคยองฮัน ทำได้ทุกอย่างจริง ๆ เพื่อที่จะลากคนไม่ดีเข้าตะรางให้ได้

ภาพจาก FB: MBC 드라마

พระเอก หรือก็คือสายสืบพัคยองฮัน คือคนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวบ้านตาดำ ๆ และวงการตำรวจอย่างแท้จริง ทำให้ตำรวจคนหนึ่งที่เคยต่อสู้อยู่คนเดียวได้มีคู่หูที่พูดภาษาเดียวกัน มีลูกทีม ทำให้ตำรวจหมาบ้าที่จับคนไม่ดีมาทีไรก็ต้องทำใจคุกเข่าขอโทษแล้วปล่อยตัวไป จากนั้นก็คลานเข้าไปนอนอู้งานในตู้มืด ๆ ได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพของตัวเอง ทำให้เด็กหนุ่มหุ่นบึกบึนที่เคยเป็นแค่ลูกจ้างยกกระสอบข้าวในตลาดได้ทำงานที่มีเกียรติ ได้ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอ และทำให้เด็กหนุ่มตำรวจใหม่ที่ทำงานพลาดจนเป็นได้แค่เด็กขัดรองเท้าของพวกตำรวจรุ่นพี่ ได้สานฝันการเป็นตำรวจแบบที่เขาใฝ่ฝัน และก็เตรียมที่จะกู้ภาพลักษณ์ของตำรวจในสายตาของพ่อของเด็กคนนี้ต่อไป

แค่เพราะเป็นขอทาน ไม่ได้แปลว่าจะมีจิตสำนึกไม่ได้นะ

หลังจากรวมทีมได้ครบเป็นทีม แทนที่จะได้ทำงานรับใช้ประชาชน กลับถูกเรียกไปใช้งานในทางที่ผิดให้ไปเป็นตัวประกอบตอนถ่ายหนัง (หัวจะปวด 555) ถูกใช้ให้ไปเคลียร์สถานการณ์ที่ทหารอเมริกันทะเลาะกัน ยังไม่พอ ถูกสั่งให้ไปทำงานยาก ๆ ที่แทบเป็นไปได้อย่างปราบแก๊งขอทานในตลาด แต่ทานโทษนะคะ พระเอกดิฉันเคยปลอมตัวเป็นคนขอทานเนื้อตัวสกปรกมอมแมมมาแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่คณามือสายสืบตัวตึงอยู่แล้วค่ะจะบอกให้! จะสั่งงานแบบกลั่นแกล้งกันแค่ไหน ทีมพระเอกก็เอาตัวรอดได้สบาย ๆ พูดให้ถูกก็คือ แค่เห็นหน้าตำรวจแก๊งขอทานก็เผ่นแล้ว 555

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ถึงอย่างนั้น ถ้าจะยอมให้เผ่นหนีกันง่าย ๆ ก็คงไม่ใช่สายสืบพัค เพราะสุดท้ายทีมพี่แกก็ไปลากตัวกลับมาได้ครบทุกคน แถมยังนั่งเทศนาอยู่อีกนานสองนาน ว่าต่อให้เป็นขอทานก็จ้องทำทุกอย่างอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ไปไล่ขโมยข้าวของของชาวบ้านที่เขาทำมาหากินอย่างสุจริต การที่ตัวเป็นขอทาน ไม่ได้แปลว่าจิตใจต้องไม่มีจิตสำนึกตามไปด้วย หลังจากที่สั่งสอนแล้วปล่อยตัวไป เขาก็ทำให้แน่ใจว่าขอทานพวกนี้จะไม่เข้าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนตลาดอีก ด้วยการจ้างงานให้คอยช่วยงานตำรวจ คอยเป็นหูเป็นตาให้ตามท้องถนน ได้เรื่องอะไรให้มาคอยรายงาน ก็จะได้ค่าตอบแทนและได้ของกินที่ช่วยให้อิ่มท้อง

ภาพจาก FB: MBC 드라마

เนี่ย! ไม่ใช่แค่ปราบขอทานได้ แต่ยังนำเอาขอทานมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่องานตำรวจอีก เพราะคนขอทานสามารถกระจายตัวไปอยู่ตรงไหนก็ได้ ใครก็ไม่สงสัย เอาเข้าจริงไม่มีใครมาคอยสนใจหรืออยากจะเสวนากับคนขอทานเนื้อตัวสกปรกและมีกลิ่นเหม็นติดตัวเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้วด้วยซ้ำไป คนพวกนี้จึงทำงานเป็นสายให้ได้ง่ายมาก แค่ให้สิ่งตอบแทนเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาอิ่มท้องได้ กับเงินนิดหน่อย ๆ ไว้หาซื้ออะไรกินยามท้องหิว พวกเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปลักเล็กขโมยน้อย ปล้นของกินจากชาวบ้าน หรือทำตัวสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีกแล้ว ก็ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองไป

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ต้องยอมรับว่าคนในทีมพระเอกทุกคน นอกจากที่จะมีอุดมการณ์เดียวกันเรื่องปกป้องคนดี ล้างบางคนชั่วแล้ว พวกเขายังฉลาดและมีวิธีแปลก ๆ ในการตามจับตัวคนไม่ดีด้วย ในยุคที่ไม่มีเทคโนโลยีอะไรเลย พวกเขาต้องใช้สมองนำและแขนขาตาม ที่สำคัญสำหรับพวกเขาแล้ว มันไม่ใช่แค่การทำหน้าที่ไขคดี ปกป้องคนดี ลากคอคนชั่วเข้าซังเตเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องกู้ศักดิ์ศรีให้กับวงการตำรวจด้วย จากที่ใคร ๆ ก็มองตำรวจในแง่ลบก็เพราะมันมีตำรวจส่วนหนึ่งทำตัวสารเลว ไร้ฝีมือ ไร้จิตสำนึก ละทิ้งหน้าที่ หันหลังให้ประชาชนคนหาเช้ากินค่ำตาดำ ๆ แล้วหันหน้าไปรับสินบน ทำตัวเยี่ยงสมุนคอยรับใช้ประธานใหญ่แก๊งนักเลงผู้ทรงอิทธิพล พวกเขาต้องลบภาพนั้นออกให้ได้

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ถึงแม้ว่าจะเชื่อในฝีมือของ “อีเจฮุน” แต่ยอมรับเลยว่าทีแรกสงสัยนิดหน่อยว่าทำไมซีรีส์เรื่องนี้โกยเรตติ้งได้เกิน 10 ตั้งแต่ออนแอร์วันแรก มาจนถึงตอนนี้ที่ได้ดูไปแล้ว 3 ตอน ก็หายสงสัยเป็นปลิดทิ้ง ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่คนเชื่อใจในผลงานต้นฉบับที่เคยทำไว้จนขึ้นหิ้งโกยเรตติ้งได้ร่วม 70% เลยทีเดียว ถึงอย่างมันก็ผ่านมาตั้ง 53 ปีแล้ว คงไม่ได้มีผลอะไรมาก แต่จริง ๆ แล้วมันคือเนื้อเรื่องและการทำงานแบบสายฮาของทุกคนในทีมพระเอกต่างหาก รวมถึงการทำงานที่ยึดหลักประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง