Home Inspiration My Dear มีเดีย สำรวจกันหน่อยว่าคุณเป็นนัก “ไถฟีด” หรือไม่

สำรวจกันหน่อยว่าคุณเป็นนัก “ไถฟีด” หรือไม่

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนมีธุระที่ต้องใช้เวลาอยู่บนท้องถนนทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็นที่การจราจรคับคั่ง เวลารถจอดติดไฟแดง สายตาสอดส่ายไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดข้าง ๆ ก็ได้เห็นว่า มอเตอร์ไซค์ทุกวันนี้มีที่วางโทรศัพท์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว นัยว่าเอาไว้ดูเส้นทาง ทำให้จินตนการตามว่า พี่น้องไบค์เกอร์จะต้องยากลำบากแค่ไหนเวลาก้มเงย ๆ เพื่อดูโทรศัพท์และต้องคอยสังเกตเส้นทาง เพราะคนขับรถที่ดูเส้นทางไปด้วยขับรถไปด้วย ยังเก้ ๆ กัง ๆ ไม่น้อยเวลอยู่บนท้องถนน

แต่วันที่จอดติดไฟแดง สิ่งที่ผู้เขียนเห็นไบค์เกอร์คันข้าง ๆ กำลังดูอยู่ น่าจะเป็นคลิปในติ๊กต่อก นัยว่าหาความบันเทิงเพื่อฆ่าเวลา เห็นภาพแบบนี้แล้วให้รู้สึกได้ว่า การไถโทรศัพท์เพื่อดูคลิปนั้นกลายเป็นเรื่องปกติโดยไม่ต้องเลือกเวลากันแล้ว เหมือนที่ครั้งหนึ่ง ขณะที่ผู้เขียนกำลังประชุมอยู่กับทีมงานที่มาจากต่างบริษัท พลันมีเสียงจากคลิปดังขึ้นมา เพราะมีผู้เข้าร่วมประชุมท่านหนึ่งที่อาจจะรู้สึกเบื่อจากเนื้อหาการประชุม เลยไถคลิปในโทรศัพท์หาความบันเทิง

ตัวอย่างทั้งสองเหตุการณ์นั้นเป็นพฤติกรรมไถโทรศัพท์ดูคลิปในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ทีนี้ลองมาคิดถึงเวลาที่ว่างจากการงาน หรือหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งเวลาก่อนนอน คงมีคนนับล้านที่มีพฤติกรรมในการไถเพื่อหาความบันเทิง ส่งผลให้สมองหลั่งโดปามีน (สารแห่งความพึงพอใจ) ทำให้ต้องการดูคลิปต่อไปเรื่อย ๆ แต่ในระหว่างดูคลิป สมองจะหลั่งสารอีกตัวที่เรียกว่าคอร์ติซอล อันเป็นสารที่หลั่งเพราะความเครียดอันเนื่องมาจากการเสพคลิปไปเรื่อย ๆ คุณในฐานะคนดู จะปล่อยอารมณ์ไปตามคลิปชนิดที่สามารถร้องไห้และหัวเราะได้ในช่วงเวลาเดียวกัน

เมื่อชีวิตคุณเสพติดการไถเพื่อดูคลิป ทั้งในช่วงเวลาทำงานหรือช่วงเวลาพักผ่อน อารมณ์ของคุณจะสวิงสุดเหวี่ยง เพราะสมองหลั่งสารแห่งความสุข และสารความเครียดในเวลาเดียวกัน ไม่นับรวมว่าข้อมูลที่คุณเสพนั้นเกิดขึ้นจากวิธีการสร้างห้องของเสียงสะท้อนบนโซเชียลมีเดีย เมื่อแพลตฟอร์มรู้ว่าคุณชอบดูคลิปแบบไหนซ้ำ ๆ จะส่งคลิปในลักษณะดังกล่าวมาให้คุณได้ไถฟีดเพื่อเพิ่มโดปามีนขึ้นเรื่อย ๆ จนคุณเสพติด

การนั่งไถฟีดบนโซเชียลมีเดียนั้น เอาเข้าจริงแล้วเป็นพฤติกรรมที่ไม่ปกติ แต่คนในยุคดิจิทัลและเอไอกำลังทำให้เป็นเรื่องปกติ หลายคนใช้เวลามากกว่าสองชั่วโมงเพื่อเสพความสุขที่ไม่สามารถหาสาระอะไรได้ บางคนเมื่อดูคลิปมาก ๆ เกิดอารมณ์ร่วมตามเรื่องราวในคลิป

ที่หนักที่สุดคือคนที่เสพติดคลิป แล้วคิดว่าตนเองเป็นผู้ตื่น ผู้รู้ กลายเป็นพวก “ดันนิง-ครูเกอร์ เอฟเฟกต์ (Dunning-Kruger Effect)” คนที่มีความรู้หรือทักษะน้อยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มักประเมินความสามารถตนเองสูงเกินจริง ไม่น่าแปลกที่พฤติกรรมของคนในทุกวันนี้ทำให้สังคมอยู่ในลักษณะ “ตกคลัก” รวมเอาผู้คนที่ติดนิสัยจากการใช้โซเชียลมีเดียมาใช้ในชีวิตจริง

ลองสำรวจตัวเองกันดูค่ะ ว่าหนึ่งวันคุณใช้เวลากับการไถฟีดนานเท่าไร จากนั้นลองเทียบดูว่าถ้าเอาเวลาจากการไถฟีดไปทำงาน ไปอ่านหนังสือ จะทำให้คุณสร้างประโยชน์ให้กับตนเองได้อย่างไร ลองห่างจากการไถฟีดสักพัก แล้วคุณอาจจะพบว่าความสุขนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากเรื่องที่แสนจะธรรมดา

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ