Taxi Driver รับจ้างพาผู้โดยสารไปปิดบัญชีแค้น

ภาพจาก SBS

หลังจากซีรีส์ปสด.แห่งปีอย่าง The Penthouse 2 เพิ่งจบไป ช่อง SBS ก็ไม่ปล่อยให้สติเราเข้าที่เข้าทาง ส่งซีรีส์ประสาทหลอนมาออนแอร์ต่อทันที นี่กะจะไม่ให้หายใจหายคอกันเลยหรือไง ฮึ!!!

Taxi Driver คือ ซีรีส์ประสาทหลอนที่ SBS ส่งออกมาฉายในเดือนแรกของไตรมาสที่ 2 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับรถแท็กซี่ที่ดูเหมือนจะธรรมดาไม่ธรรมดา เพราะไม่ใช่แค่พากายหยาบของผู้โดยสารไปถึงที่หมายเท่านั้น แต่ยังพาสภาพจิตใจสุดบอบช้ำของผู้โดยสารไปส่งยังสถานที่ที่เรียกว่า “ความสะใจ” และปลดล็อกความแค้นที่อยู่ในใจด้วย ใช่แล้ว นี่คือแท็กซี่ที่รับจ้าง “ล้างแค้น” แทนผู้โดยสาร

เรตติ้งเปิดตัวมาคืออยู่ในระดับปังมาก 8.7 เปอร์เซ็นต์ และขึ้นเลขสองหลักที่ 10.7 เปอร์เซ็นต์ Taxi Driver เป็นซีรีส์แนวแอคชั่น-อาชญากรรม ที่สร้างจากเว็บตูนชื่อเดียวกัน ถูกนำมาตีความใหม่ในเวอร์ชันซีรีส์ที่บู๊ล้างบู๊ผลาญ บู๊แบบไม่สนใจข้อต่อหรือกระดูกของพระเอกเราเลย

ปฏิบัติการล้างบางคนชั่ว ดำเนินการผ่านรถแท็กซี่สีดำ หรือที่เกาหลีเรียกว่า Deluxe Taxi/ VIP Taxi (มันมีชื่อเรียกเกาหลีแหละแต่อ่านไม่ออก) ซึ่งเป็นบริการแท็กซี่ลึกลับจากบริษัท Rainbow Taxi รับจ้างแก้แค้นแทนลูกค้า ที่เป็นเหยื่อในคดีอาชญากรรมที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจากกฎหมาย การทำงานของทีมล้างแค้นทั้งหมด 5 คน 1 ผู้นำ 1 ผู้ล่า 1 คนเคลียร์ทาง และ 2 วิศวกร ที่ออกแบบรถแท็กซี่ล้างแค้นสุดไฮเทค

ซึ่งพระเอกของเราก็อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตามาบ้าง “อีเจฮุน” ในบทสายสืบหนุ่มจากเรื่อง Signal นี่ก็หลงอปป้ามาตั้งแต่เรื่องนั้นเลย จะบอกว่าเห็นหน้าเด็กแบบนั้น พี่แกไม่เด็กแล้วนะจ๊ะ ไม่กี่ปีก็เหยียบเลข 4 แล้ว แต่ให้ตาย บอกยี่สิบปลาย ๆ หรือสามสิบต้น ๆ ก็เชื่อ เรื่องนี้มารับบทเป็นพระเอกผู้ล่าที่หน้าฉากขับแท็กซี่ทั่วไป แต่เบื้องหลังเป็นสายโหดจัดการคนชั่ว ที่เก่งกาจเรื่องการปลอมตัวแบบสหอาชีพ ซึ่งกว่าเรื่องจะจบ เราน่าจะเห็นพระเอกแปลงอีกหลายร่าง แต่มั่นใจได้ว่าหล่อทุกร่าง ถึงแม้ว่าจะโหด ดิบ เถื่อน แต่ทุกตัวละครมีที่มา อย่าเพิ่งตัดสินไปดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน

ภาพจาก SBS

แต่ก่อนจะไปดู ขอเกริ่นความรู้เกี่ยวกับแท็กซี่ในเกาหลีสักหน่อย จากที่เคยหาข้อมูลเพื่อวางแผนไปเที่ยวเกาหลี คร่าว ๆ ว่า ในเกาหลี (แค่ในโซลไหมไม่แน่ใจ) จะมีแท็กซี่อยู่ 4 แบบ คือ แท็กซี่ธรรมดา ที่คุ้น ๆ กันมี 3 สี คือสีส้ม สีขาว และสีเงิน, แท็กซี่แบบ Deluxe Taxi ซึ่งมันก็หรูตามชื่อ จะเป็นแท็กซี่สีดำและสีเหลือง ที่ราคามิเตอร์เริ่มต้นจะต่างกับแท็กซี่ธรรมดาพอสมควร แต่การโดยสารครั้งนี้จะหรูหราหมาเห่ากว่าแท็กซี่ธรรมดาแน่นอน, แท็กซี่ขนาดจัมโบ้ และแท็กซี่สำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ที่คนขับสามารถสื่อสารภาษาอื่นได้

ภาพจาก SBS

ว่ากันตามจริง ซีรีส์เรื่องนี้ก็มีอุปสรรคอยู่พอสมควร ตั้งแต่ที่มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงนำหญิง ที่มีข่าวการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน จึงต้องเอานักแสดงอีกคนมาเสียบแทน ทั้งที่ถ่ายทำไปแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ถึงงั้นก็ยังสามารถออนแอร์ได้ตามกำหนดเดิม ทีมงานคงจะทำงานกันหนักน่าดู ยังไม่จบพอซีรีส์ออนแอร์ ก็มีชาวเน็ตเกาผู้ปสด.กับทุกเรื่องเข้ามาโจมตี หาว่าเนื้อเรื่องรุนแรงเกินไป ทั้งที่จริง ๆ มันก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น ก็เป็นไปตามพล็อตเรื่องแนวแก้แค้น ถ้ารุนแรงจริง ๆ ขั้นพะอืดพะอม เรียนเชิญที่ Mouse (ของจริงอยู่นี่) ถ้าคิดว่าเรื่องนี้แรงเกินไป ต้องไปดูการ์ตูนแล้วล่ะ

ภาวนาให้ชาวเน็ตเกาได้แต่แซะได้แต่แขวะ และให้เรื่องนี้ได้ฉายจนจบ เพราะหลงเข้ามาดูจนติดไปแล้ว ถ้าโดนงดฉายขึ้นมาต้องอกแตกตายแน่ ๆ

แผลในใจเหยื่อ รักษาอย่างไรก็ไม่หาย

ใจเย็น ๆ แล้วนึกตามดี ๆ “เหยื่อ คือ ผู้ถูกกระทำ” เขาคือบุคคลที่น่าเห็นใจที่สุด ความบอบช้ำที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่ร่างกาย ที่รักษาก็หาย (แต่บางคนก็ไม่หาย) แต่ความบอบช้ำทางจิตใจ รักษาให้ตายก็ไม่มีวันหาย และเขาก็ไม่ต้องมารอการเยียวยาด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีคนชั่วที่คอยก่อเหตุแบบนี้

ภาพจาก SBS

แน่นอนว่าแผลในใจนั้นจะกลายเป็นแผลเป็นที่รักษาไม่หาย คือเวลาจะเยียวยาให้ทุกอย่างดีขึ้นก็จริง แต่เหตุการณ์ที่จำไม่ลืมก็คือไม่ลืม บางคนกลายเป็นโรคหวาดระแวง หวาดผวา บางคนเป็นซึมเศร้า และบางคนทนตัวเองในสภาพนี้ไม่ได้ฆ่าตัวตายไปก็มี เพราะฉะนั้น ถ้าเราเองไม่ได้อยู่ในสถานะเหยื่อ หรือเป็นคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ก็ไม่ควรจะไปตัดสินเขาว่าทำไมถึงไม่ move on ไปเจอชีวิตที่ดีข้างหน้า พูดเฉย ๆ น่ะมันง่าย อย่าสักแต่มีปากให้พูดก็พูด

ในเมื่อกฎหมายจัดการพวกชั่วนี่ไม่ได้ การรวมกลุ่มของ “ดาร์กฮีโร่” จึงมาในรูปของรถแท็กซี่รับจ้างล้างแค้นให้ลูกค้า พร้อมประโยคเด็ดจาก CEO บริษัทรถแท็กซี่ “ความยุติธรรมจากตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา คุณยังศรัทธามันอยู่อีกเหรอ คิดว่าพวกเขาจะทวงความยุติธรรมให้คุณได้หรอ ผมเตรียมตัวมานานหลายปีเพื่อสู้กับมันเองโดยตรง คุณพร้อมจะมาแก้แค้นกับพวกเราไหม?”

การทำงานของสื่อ vs ความรู้สึกของผู้สูญเสีย

เห็นจากซีรีส์แนวอาชญากรรมหลายเรื่องแล้ว เวลาที่นักข่าวผู้หิวกระหายพยายามจะทำข่าวโดยไม่แคร์สภาพจิตใจเหยื่อหรือสภาพจิตใจของญาติเหยื่อที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปเลย จ้องแต่จะเอาข่าว แต่แหล่งข่าวตายทั้งเป็นไปแล้ว ไม่เห็นจะสนใจ

นี่ทำให้นึกถึงโศกนาฏกรรมเรือเซวอล ที่เพิ่งครบรอบ 7 ปีไปเมื่อวานนี้ (16 เมษายน 2014) ถึงการทำข่าวของสื่อที่พยายามจะขอสัมภาษณ์เด็กนักเรียนที่เพิ่งรอดตายจากเหตุเรืออับปางอย่างหวุดหวิด คนพวกนั้นลั่นชัตเตอร์ใส่เธอโดยไม่ได้รับอนุญาต (เกาหลีซีเรียสมากเรื่องความเป็นส่วนตัวจากการถูกถ่ายรูปโดยไม่ขอ) และพยายามยื่นไมค์มาเข้ามาสัมภาษณ์โดยไม่เห็นใจเธอเลยว่าเธอเพิ่งพ้นจากความตาย และเธอเพิ่งเห็นเพื่อนตายไปต่อหน้าต่อตา

ภาพจาก SBS

เข้าใจแหละว่ามันเป็นหน้าที่ แต่หน้าที่ของทุกอาชีพย่อมต้องคำนึงถึงจริยธรรมและจรรยาบรรณ การที่สื่อทำแบบนี้ไม่ใช่แค่แย่งกันขายข่าวอย่างเดียว แต่ยังเป็นการรุมทึ้งขายเหยื่อจากเหตุการณ์สะเทือนใจด้วย

ที่พอจะเห็นในซีรีส์เกาหลีก็มีประมาณนี้ แต่อันที่จริงในไทยก็ไม่ได้ต่างกัน เวลาที่มีข่าวอาชญากรรม นักข่าวมีความพยายามอย่างสูงที่จะสัมภาษณ์เหยื่อว่ารู้สึกอย่างไร (เหอะ ดีใจมั้ง!) ไม่ก็ถ่ายรูปเหยื่อไปลงโดยเบลอภาพแบบที่มองจากดาวอังคารยังรู้ว่าเป็นใคร หรือไม่ก็ดักรอสัมภาษณ์คนร้าย ให้พื้นที่ ให้ความสำคัญกับคนพวกนั้นประหนึ่งรอสัมภาษณ์ดารา และที่น่าสมเพชที่สุด คือการพยายามจะโยงเหตุการณ์ทั้งหมดไปหาเรื่องไสยศาสตร์ ผีเข้าบ้าง ถูกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (?) บงการบ้าง นับถือในความพยายาม

ชีวิตที่อยู่ในวังวนของความแค้นที่รอวันชำระ

ประเด็นนี้ก็พูดยาก เพราะมันขัดต่อทั้งหลักศาสนาและกฎหมาย ที่ผู้เสียหายจะเป็นคนลงมือแก้แค้นเองโดยไม่พึ่งกระบวนการยุติธรรม ไม่ฟังกฎหมาย แต่มาคิด ๆ ดูแล้ว เราเองจะไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าเขาเหล่านั้นรู้สึกอย่างไร ตราบเท่าที่ไม่ได้เป็นผู้ถูกกระทำหรือผู้สูญเสียซะเอง ถ้าเป็นแบบนั้น ก็อยากรู้ว่าจะมีสักกี่คนที่จะปฏิเสธการแก้แค้น ในเมื่อโอกาสอยู่แค่เอื้อม

ภาพจาก SBS

“อย่าตาย แก้แค้นสิ เราจัดการให้” เป็นคำโฆษณาของบริการแท็กซี่หรูนี้ ที่พี่แกเล่นเอาไปติดไว้ทุกที่ที่คิดว่าจะมีคนฆ่าตัวตาย กลุ่มดาร์กฮีโร่นี้รู้ดีว่าสิ่งที่ทำไม่ถูก ในการรับบทคนนอกกฎหมาย แต่พวกเขาเชื่อว่าการแก้แค้น จะนำมาซึ่งความยุติธรรมของคนที่ตกเป็นเหยื่อของคนร้ายที่ได้เข้าไปกินข้าวฟรี อยู่ในเรือนจำก็ไม่เสียค่าเช่า ใช้ชีวิตแบบรอวันพ้นโทษ บางคนมีกองหนุนจากผู้มีอิทธิพลด้วยซ้ำไป เมื่อออกมาก็ทำผิดซ้ำ คิดดูว่าคนแบบนี้ยังควรลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมหรือเปล่า ต้องีผู้บริสุทธิ์สูญเสียอีกเท่าไรจึงจะคุ้ม

ดู ๆ แล้วก็ได้แต่บอกว่า นี่มัน “มิสซิสสรเวอร์ชันเกาหลีชัด ๆ” ประมาณว่ากฎหมายไม่ช่วยใช่ไหม ได้!!! งั้นใช้กฎกูละกัน “อย่าเพิ่งรีบตาย…ฉันเพิ่งเริ่ม”

เอาล่ะเธอเก่งมากมิสซิสสร ยังไงก็อยากให้ลองไปดูซีรีส์เรื่องนี้ เชียร์เต็มที่เลย แล้วจะรู้ว่าสนุกมาก ถึงกระนั้น ก็อย่าโบกแท็กซี่ VIP นี้พร่ำเพรื่อ เพราะพวกเขาทำได้มากกว่าที่คิด 😏