Queen of Tears เรื่องราวย้อนศร แต่งงานกันแล้วจะรักกันได้ (อีกครั้ง) ไหม

ภาพจาก FB: tvN drama

อย่างที่เคยเกริ่นเอาไว้ขำ ๆ ในคอลัมน์ของซีรีส์เรื่อง Wedding Impossible ว่าสัปดาห์หน้า (ในตอนนั้น) เกาหลีกำลังจะส่งซีรีส์ใหม่อีกเรื่องที่มีพล็อตหลักว่าด้วยชีวิตแต่งงานมาลงจอ จริง ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นอะไร แต่ไม่รู้ว่ามีใครสังเกตเหมือนกันไหมว่าช่วงหลัง ๆ มา ตั้งแต่ประมาณปลายปีที่แล้วยันตอนนี้ ซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องทีเดียวที่มีพล็อตหลักเกี่ยวกับการแต่งงานหรือชีวิตหลังแต่งงานอะไรก็ว่าไป บางเรื่องพล็อตหลักอาจจะไปแนวอื่นก็จริง แต่ก็ยังมีเรื่องของการแต่งงานผูกโยงเข้าไว้กับตัวละครอยู่ดี มันเห็นบ่อยจนผิดสังเกต จนไม่รู้ว่ามันเป็นธีมหรือเป็นเทรนด์อะไรหรือเปล่า อ้อ! ซีรีส์เรื่องใหม่ที่เพิ่งลงจอต้นสัปดาห์นี้ ก็เกี่ยวกับชีวิตหลังแต่งงานของผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนกันนะ

ภาพจาก FB: tvN drama

หรืออย่างซีรีส์เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เหมือนกัน พล็อตหลักอาจเล่าถึงเรื่องการแก้แค้น แต่เรื่องหนึ่งพระรอง (ตอนนี้น่าจะเรียกว่าตัวร้ายได้แล้วมั้ง) หลอกแต่งงานกับนางเอก เพราะเป็นแผนหักหลังพระเอกต่างหาก เขาแค่ต้องการจะแย่งทุกสิ่งอย่างที่พระเอกรักไป ส่วนเรื่องสองที่เขียนถึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็เป็นพล็อตที่นางเอกแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ชีวิตครอบครัวดูมีความสุขมาก ทีแรกเรื่องเล่าว่าสามีของเธอน่ารัก อบอุ่น และคลั่งรักเมียมาก เป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดี แต่หลังจากอุบัติเหตุที่ทำให้ครอบครัวนี้สูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวไป คำว่าครอบครัวก็เริ่มสั่นคลอน นางเอกค่อย ๆ ค้นพบความลับบางอย่างเกี่ยวกับตัวสามีหลังลูกตาย ซึ่งเธอต้องหาวิธีรับมือกับมัน

ก็อย่างที่บอกแหละว่าจริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องที่มีประเด็นอะไรให้มานั่งขบคิดให้ปวดหัวหรอก 555 เป็นแค่สิ่งที่เราสังเกตเห็นแล้วอยากแชร์ต่อ บวกกับมีข้อสงสัยตามประสาของคนเคยเรียนเกี่ยวกับวรรณกรรมมาบ้าง เลยพอรู้ว่าวรรณกรรม (ละคร) กับสังคมมันเป็นสิ่งคู่กัน มีความเกี่ยวโยงกัน เลยเอะใจว่าผู้ผลิตซีรีส์เกาหลีเขากำลังจะบอกอะไรกับคนในสังคมบ้านเขาไหม ถึงได้ผลิตซีรีส์ที่เกี่ยวกับชีวิตแต่งงานออกมาติด ๆ กันขนาดนี้ แถมปล่อยลงจอในช่วงเวลาใกล้เคียงกันอีกต่างหาก ประชาชนบ้านเขาจะคิดอะไรได้มากขนาดไหนนี่ไม่รู้นะ แต่สำหรับเราเนี่ยชักจะขนลุกขนพองกับการแต่งงานเข้าไปทุกที ด้านหนึ่งของการแต่งงานที่มันไม่ใช่ความสุข และเราอาจไม่เคยรู้ตัวเลยก็ได้ว่ามีด้านนั้นอยู่

ส่วนซีรีส์ในสัปดาห์นี้ เป็นซีรีส์ที่เคยอ้างอิงถึงเมื่อตอนนั้นแหละว่ากำลังจะออนแอร์ นี่ก็ปล่อยให้เรื่องได้ดำเนินไปก่อนสักหน่อย ถึงค่อยเริ่มเอามาลงคอลัมน์ Queen of Tears ราชินีแห่งน้ำตา ซีรีส์อีกเรื่องที่เล่าถึงปมของการแต่งงานแบบเน้น ๆ จั่วหัวมาว่าเป็นแนวรอมคอม แต่พอดูจริง ๆ มันออกแนวตลกร้ายซะมากกว่า มันเป็นมุกตลกนะแต่เอาจริงก็ขำไม่ค่อยออก แล้วบางช่วงของเรื่อง ทั้งบรรยากาศ ทั้งอารมณ์ที่ตัวละครพระ-นางแสดงส่งหากัน ก็บีบคั้นให้เรารู้สึกอึดอัดตามไปกับผัวเมียคู่นี้ได้จริง ๆ เมื่อเรามองเข้าไปเห็นการกระทำของตัวละคร มันดูตลกนะแต่กระอักกระอ่วน นี่จึงเป็นซีรีส์อีกเรื่องที่น่าจะทำให้คนดูกอบโกยข้อคิดเกี่ยวกับชีวิตแต่งงานไปได้มากทีเดียวเชียว

ภาพจาก FB: tvN drama

Queen of Tears หลัก ๆ จะเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่เคยคลั่งรักกันมาก โลกของพวกเขาเคยอบอวลไปด้วยความหวานและสีชมพู แต่นั่นมันเป็นเรื่องเก่าก่อนพวกเขาจะแต่งงานกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ ชีวิตคู่ของพวกเขาในปัจจุบันหลังจากที่แต่งงานกันมา 3 ปี มันคือความระหองระแหง พวกเขามักจะทำหน้าหงิกหน้างอเวลาที่ต้องพูดคุยกัน นอนแยกห้องกัน หยุมหัวกันต่อหน้าลูกน้องก็เคย ทว่าด้วยความที่ครอบครัวของฝ่ายหญิงที่เป็นตระกูลแชโบล เศรษฐีตระกูลใหญ่เจ้าของห้างสรรพสินค้าของควีนกรุ๊ป ต่อให้ทะเลาะกันแรงแค่ไหน พวกเขาก็ยังต้องแสดงออกต่อหน้าสื่อว่ายังรักกันดีอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ที่จะมีผลต่อธุรกิจ

มาทำความรู้จักตัวภรรยากันก่อน เธอเป็นทายาทมหาเศรษฐีรุ่นที่ 3 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งห้างสรรพสินค้าของควีนกรุ๊ป” ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่คิดการใหญ่ กำลังทำทุกอย่างให้ห้างสรรพสินค้าภายใต้การดูแลของตัวเองเติบโตให้มากขึ้นกว่าเดิม บุคลิกแบบผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบมีเพียบพร้อมทุกอย่าง จึงไม่ต้องง้อใคร เก่งกาจ เด็ดขาด เย่อหยิ่ง เย็นชา ใจดำ แต่จริง ๆ เธออ่อนโยนมากกว่าภาพลักษณ์ที่แสดงออก ส่วนตัวสามีนั้น เขาเองจะเป็นชายในฝันที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่งเลยล่ะ ถ้าเขาแต่งงานกับผู้หญิงธรรมดา ๆ เพราะแม้โปรไฟล์เขาจะไม่ได้ไก่กา ลูกชายผู้ใหญ่บ้านคนดัง หล่อ เก่ง มีความสามารถ ด้านการเงินก็ไม่ได้ขัดสน แต่สิ่งที่เขามีนั้นมันเทียบกับภรรยาไม่ได้เลย

ภาพจาก FB: tvN drama

อย่างไรก็ตาม ชีวิตแต่งงานของพวกเขาทั้งคู่ไม่มีความสุขเลย สาเหตุหลักมาจากความแตกต่างของพื้นฐานครอบครัวและแรงกดดันมากมายจากการเป็นเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ ผู้ชายธรรมดาแต่โปรไฟล์ดี เพราะเขาเพียรพยายามสร้างมา แต่งงานกับสาวทายาทมหาเศรษฐีที่มีเพียบพร้อมทุกอย่างและต้องรับช่วงต่อการบริหารธุรกิจ สิ่งนี้ทำให้ชีวิตรักหลังแต่งงานของทั้งคู่จืดจาง พวกเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแต่ก่อนเคยคลั่งรักกันขนาดไหน และพวกเขาห่างเหินกันไปตอนไหน ซึ่งความอดทนที่มีขีดจำกัด ทำให้ฝ่ายหนึ่งมีความคิดที่จะหย่าร้างให้มันจบ ๆ ไปซะ ก็ดันมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นจนต้องยุติขอหย่า เปลี่ยนเป็นแค่รอก็พอ แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะให้มันลุ่ม ๆ ดอน ๆ แบบนี้ต่อไปหรือ?

บอกไปสิว่าเรารักกันขนาดไหน แต่งงานมีความสุขดี บอกไปให้หมด ยังไงมันก็เป็นเรื่องโกหกอยู่ดี

บอกเลยว่าคนเขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ตีหัวคนดูเข้าบ้านได้สำเร็จ เพราะการหย่อนแนวเรื่องมาว่านี่เป็นซีรีส์แนวรอมคอม หลอกให้คนดูรู้สึกสบายใจขึ้นมานิดนึงว่าดูเรื่องนี้แล้วตับไตไส้พุงอาจจะไม่พัง (แต่จริง ๆ แค่เห็นไลน์อัปนักแสดงก็ไม่ควรกดข้ามแล้วปะ? อย่าง “คิมซูฮยอน” เนี่ย พระเอกที่ค่าตัวแพงที่สุดในเกาหลีเลยนะเว้ย) คือมันก็มีกลิ่นอายของความเป็นรอมคอมนะ มันมีมุกตลก มีความฮาโบ๊ะบ๊ะ แต่มันเป็นแนวตลกร้ายมากกว่า ถ้าดูผิวเผินมันฮาแหละ แต่ถ้าดูแบบลึก ๆ ดูแบบคนที่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นของตัวละคร มันขำไม่ออกหรอก ขมปี๋เลยด้วยซ้ำ ตอนที่เปิดดูแล้วมาเจอตอนพระเอกนางเอกกระหน่ำอารมณ์ใส่กัน ผัวเมียที่แยกห้องนอน เลยได้แต่นั่งดูแบบเหม่อ ๆ ว่ามันจะรอมคอมกี่โมง

ภาพจาก FB: tvN drama

ตอนนี้เรื่องจะค่อย ๆ เผยออกมาว่าจุดแตกหักของผัวเมียคู่นี้มันเกิดจากอะไร มันมีแกนหลักของปัญหาก็จริงว่าเป็นความแตกต่างของพื้นฐานครอบครัว ฝั่งบ้านนางเอกเนี่ยคือระดับมหาเศรษฐีเลย เป็นเจ้าของกลุ่มบริษัทมากมาย เป็นครอบครัวใหญ่ที่มีเครือญาติกว้างขวาง ส่วนพระเอกจัดว่าเป็นคนธรรมดาที่พยายามยกระดับตัวเองขึ้นมาด้วยความสามารถ บ้านอยู่ต่างจังหวัด พ่อแม่เป็นเกษตรกรมีที่ทางทำมาหากิน และพ่อพ่วงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านด้วย พยายามเรียนให้เก่งจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติได้ เรียนด้านกฎหมาย เรื่องการเงินคือพอมี ไม่ได้อยู่ในระดับที่เดือดร้อน บอกว่ารวยก็ยังได้ แต่สุดท้ายแล้ว…มันก็เทียบความรวยกับครอบครัวฝ่ายภรรยาไม่ได้เลย

ภาพจาก FB: tvN drama

เพราะเรื่องความแตกต่างของพื้นฐานครอบครัวมันคือแกนกลางของปัญหาที่ค่อย ๆ ขมวดปมต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มเติมจนกลายเป็นปมใหญ่ที่มีกระจุกปมเล็ก ๆ เต็มไปหมด หลังการแต่งงานที่ครอบครัวฝ่ายหญิงยอมให้ลูกสาวได้แต่งกับผู้ชายที่มีสถานะต่ำกว่าในทุกอย่าง เขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการด้านกฎหมายของบริษัทของภรรยา ใช่แล้ว! เวลานี้ภรรยาของเขาอยู่ในตำแหน่งซีอีโอ ผู้บริหารระดับสูง ซึ่งตัวเขาทำงานภายใต้ภรรยาอีกที ควบตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายและเขยของกลุ่มบริษัท ถึงทุกคนในบ้านจะยอมรับ คนอื่น ๆ เห็นว่าเขามีหน้าที่การงานที่ดี แต่สิ่งที่เขาเป็นอยู่นั้น มันคือ “จุดล่างสุดของห่วงโซ่”

ภาพจาก FB: tvN drama

มันคือจุดเปราะบางของความรักเลยแหละ ครอบครัวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อคู่สามีภรรยา ความกดดันและความอดทนต่อการถูกปฏิบัติเยี่ยงทาสที่เขาแบกรับมาตลอด 3 ปี กับท่าทีเย็นชาที่ไม่เอาใจใส่ ไม่แยแสของภรรยา ทำให้ความรักของคู่นี้แปรเปลี่ยนไป ทั้งคู่ยังรักกันอยู่มาก แต่โดนความรู้สึกอื่นกลบทับหมดจนกลายเป็นไม่รักกัน การที่ต้องประกาศบอกคนอื่นว่าชีวิตแต่งงานของตัวเองมีความสุขดี กลายเป็นคำโกหกที่เขาต้องกลืนน้ำลายก่อนที่จะเอ่ยออกมา ฉากที่พระนางสาดอารมณ์ใส่กัน พระเอกขึ้นเสียง ชักสีหน้าแบบคนหมดความอดทน ส่วนนางเอกก็นิ่งใส่แบบเย็นชาไม่สนใจท่าทีสามี แต่คนดูรู้ว่าทั้งคู่เจ็บปวด มันยิ่งตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ว่า “แค่รักกัน มันไม่พอ”

ภรรยาผมเป็นเจ้านายผม พ่อภรรยาเป็นเจ้านายภรรยา แล้วปู่ภรรยาก็เป็นเจ้านายพ่ออีกที

ภาพจาก FB: tvN drama

สิ่งที่พระเอกเจอเนี่ย มองเผิน ๆ คือเอ็นดูนะ 555 สภาพมาก แต่จริง ๆ แล้วมันค่อนข้างที่จะท้าทายสัญชาตญาณความเป็นสามีและศักดิ์ศรีในตัวผู้ชายอย่างเขามากพอสมควรเลย เขาเป็นผู้ชายที่สามารถภาคภูมิใจในตัวเองได้ทุกอย่าง เพราะเขาฝ่าฟันมันมาหมดแล้ว จากลูกชายของครอบครัวธรรมดา ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด พิสูจน์ตัวเองด้วยความเป็นเด็กอัจฉริยะ สอบเข้าโรงเรียนกฎหมายของมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของเกาหลีได้ จบออกมาได้เป็นพนักงานบริษัทใหญ่ที่ทรงอิทธิพลมากในเกาหลี ตอนที่เขาชอบพอนางเอกในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาเป็นเด็กฝึกงานคนใหม่ในบริษัท เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเธอนิสัยยังไง รู้ว่าเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวจี๊ด และชอบทำตัวเย่อหยิ่งไม่สมกับสถานะของตัวเอง

คือแบบว่าชื่อเสียของนางเอกตอนเป็นเด็กฝึกงานนี่ลือเลื่องมากนะ เขาเองยังเคยเตือนเธอเลยด้วยซ้ำว่าทำตัวแบบนี้อาจถูกไล่ออก หรือไปที่ใหม่ก็คงถูกไล่ออกเหมือนเดิม แต่คำพูดต่อมาที่เขาพูดกับเธอ คือเขาบอกเธอว่าเขาชอบเธอ และต่อให้เธอจะเป็นผู้หญิงที่ถูกไล่ออกจากงานซ้ำ ๆ เขาก็เป็นผู้ชายที่มั่นใจว่าดูแลเธอได้ เขาบอกเธอว่าตัวเขามีอะไรบ้างที่แสดงถึงความมั่นคง เขายอมที่จะเปลี่ยนทัศนคติตัวเองว่าว่าที่ภรรยาของเขาต้องเป็นผู้หญิงทำงาน แต่ถ้าเป็นเธอ เขาจะลองเป็นคนที่ทำงานคนเดียวดู เขาแสดงออกชัดเจนเลยนะว่าเขาจะขอเป็นคนดูแลเธอเอง ด้วยสองขาและสองมือของเขา

ภาพจาก FB: tvN drama

แต่กลายเป็นว่าตัวจริงของนางเอกผิดคาดจากที่เขาคิดไปเยอะมาก ๆ จากเด็กฝึกงานที่เขาสารภาพว่าเขาชอบเธอ ผู้หญิงที่เขายอมเดินตากฝนเพราะให้เธอยืมร่ม (แต่สาวมีคนขับรถส่วนตัว 555) ผู้หญิงที่เขาแสดงออกอย่างมั่นใจว่าเขาจะดูแลเธอเอง มาวันนี้ ผู้หญิงคนเดิมดันกลายเป็นเจ้านายของเขา ยังไม่พอพ่อของเธอ ปู่ของเธอ ก็เป็นเจ้านายของเธออีกที นั่นหมายความว่าเขาคือคนที่อยู่ชั้นล่างสุดของห่วงโซ่นี้ ซึ่งมันทำลายความภาคภูมิใจในฐานะผู้ชายคนหนึ่งของเขาจนหมดสิ้น แย่ยิ่งกว่าคือท่าทีของเธอที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองด้อยลงกว่าเดิม ตัวเล็กมากกว่าเดิม เธอไม่เคยปกป้องเขาเวลาที่เขาโดนกระทำ แถมเหยียบซ้ำอีกเวลาที่เธอเห็นว่าเขาไม่ได้ดั่งใจ

อย่างที่เราเห็น เขาเป็น “เขยทาส” ที่ต้องแบกรับทุกอย่างของตระกูล อาจจะยังไม่ถึงขั้นเป็นพ่อบ้าน แต่ในงานพิธีรำลึกถึงบรรพบุรุษ เขยทุกคนยังถูกเกณฑ์ให้มาเข้าครัวเตรียมงาน ที่แย่ยิ่งกว่าคือการคอยตามล้างตามเช็ดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายให้กับคนในครอบครัวนี้ ฟ้องร้องเป็นคดีความในครอบครัวก็มี พูดง่าย ๆ ก็คือ เขาต้องก้มหน้าก้มตาอุทิศตัวให้กับครอบครัวภรรยาอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น มันทั้งน่าอึดอัดที่ต้องอยู่ในกรอบปฏิบัติของครอบครัวเศรษฐี และมันก็น่าน้อยใจมาก ๆ ที่ภรรยาที่แสนเย็นชาของเขาไม่เคย (แสดงออกให้เห็น) สนใจเลยว่าครอบครัวตัวเองปฏิบัติกับสามีตัวเองยังไง เธอเลนเหมือนคนเห็นแก่ตัวในสายตาของสามี จนเขาเกลียดเธอเข้ากระดูกดำ

ภาพจาก FB: tvN drama

เพราะฉะนั้น ก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมพระเอกถึงอยากหย่าใจจะขาด เพราะเขาเอกต่างหากที่เป็น “ควีนแห่งน้ำตา” ที่ต้องทนทุกข์ระทมใจอยู่ทุกวัน ครอบครัวของภรรยาเป็นสิ่งที่หนักอึ้งเกินกว่าที่เขาจะแบกรับอีกต่อไป ทุกการกระทำของทุกคนเหมือนเหยียบเขาให้ต่ำต้อยลงเรื่อย ๆ การนับถือตัวเองน้อยลงทุกทีจนต้องวิ่งเข้าหาจิตแพทย์ การเป็นห่วงโซ่ชั้นล่างสุดทำให้เขาเกลียดตัวเองที่หลงเชื่อเธอ และเกลียดเธอที่ทำให้เขาต้องเจอกับเรื่องราวแบบนี้ ความรักล้น ๆ หวาน ๆ ก่อนแต่งงาน ไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตคู่ของพวกเขา พวกเขาแต่งงานกันเพราะรักกัน แต่เวลานี้ความรักนั้นหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าหายไปตั้งแต่เมื่อไรด้วยซ้ำ

แกรู้อยู่แล้วว่าต้องทำยังไง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่

ภาพจาก FB: tvN drama

จากสองประเด็นที่ผ่านมา เหมือนพระเอกจะเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องนี้ใช่ไหม (แล้วคิมซูฮยอนก็เล่นโคตรดี) แต่ความจริงแล้ว ตัวละครนางเอกก็น่าสงสารไม่แพ้กัน ถึงเธอจะไม่ได้อยู่ล่างสุดในห่วงโซ่นี้ แต่เธอเองก็ต้องแบกรับอะไรหลายอย่าง แบกจนป่วย และที่ป่วยก็บอกใครไม่ได้แม้แต่ครอบครัว เพราะเธอเข้าใจว่าทุกคนคงไม่แยแสอะไรถ้าเธอจะตาย ดีไม่ดีอาจสาปส่งให้เธอตายไปไว ๆ ก็ได้มั้ง สมบัติที่เธอสร้างไว้จะได้ถูกแบ่ง ที่เธอเข้าใจแบบนี้ มันก็มาจากพฤติกรรมของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะแม่และน้องชายของเธอเอง

ปมนางเอกกับแม่เนี่ย บอกเลยว่าเรื่องจั่วมาได้น่าสนใจมาก ยังไม่รวมกับความสัมพันธ์ของคนอื่น ๆ ในสาแหรกตระกูลที่ดูไม่น่าไว้ใจสักคน หากเกิดเรื่องใครหักหลังใครขึ้นมา ยังไงซะนางเอกที่เป็นซีอีโอของบริษัทอยู่ก็ต้องได้รับผลกระทบ แล้วเธอก็ต้องคอยแก้ปัญหาทั้งที่ตัวเองมีปัญหาสุขภาพที่น่าเป็นห่วงขนาดนั้น ฉากที่นางเอกสาดอารมณ์ใส่แม่ เพราะรู้ว่าแม่จะมาเอาเรื่องสามีตัวเองที่ทำให้ลูกชายคนโปรด (น้องชาย) โดนปู่ด่ายับ ฉากนั้นนี่น้ำตาคลอเลยนะ แม่ที่สนใจแค่ว่าน้องจะเดือดร้อน เป็นห่วงแค่น้องที่มีอาการแพนิคเพราะโดนปู่ด่า แต่แม่ไม่สนใจเธอเลยว่าเรื่องสำคัญที่เธอพูดถึงคือเรื่องอะไร แม่บอกเธอว่ามีเรื่องอะไรก็จัดการไปสิ เก่งอยู่แล้วนี่

ภาพจาก FB: tvN drama

พอเห็นแบบนี้แล้วเข้าใจได้เลยว่าคนในครอบครัวนางเอกเนี่ย ทุกคนเป็นประเภทที่ปากหนัก มีอะไรไม่พูดตรง ๆ เหมือนยีนนี้ถูกปลูกฝังมากับทุกคน เป็นห่วงแต่ไม่พูดว่าเป็นห่วง ชอบแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉยใส่มากกว่า (และนางเอกก็เอามาใช้กับพระเอก) แม่นางเอกที่แสดงความชิงชังกับลูกสาวเพราะความคับแค้นเรื่องในอดีต แต่จริง ๆ ก็เป็นห่วงลูกมาก (ตอนที่รู้ว่านางเอกเจอหมูป่า) น้องชายนางเอกที่มีปมเรื่องที่มีพี่สาวเก่งและโดดเด่นกว่า จนรู้สึกชิงชังพี่สาว และกลัวจนไม่กล้าสบตา ก็วิ่งกระหืดกระหอบมาบอกแม่เรื่องที่พี่สาวบาดเจ็บ และใช่! ลูกสาวและพี่สาวไม่เคยรู้เลยว่าแม่และน้องชายเป็นห่วงแค่ไหน เพราะเธอเคยเห็นแต่ตอนที่พวกเขาแสดงความชิงชังใส่

นางเอกที่ซึมซับวิธีเหล่านั้นมา เลยทำแบบเดียวกันนี้กับพระเอก เธอทำเป็นเย่อหยิ่ง อวดดี แข็งกระด้าง ต่อหน้าเขา ทำตัวข่มเขาเพื่อไม่ให้เขาอ่อนแอกับคนในบ้านเธอ แต่ลับหลังเขาเธอคอยอวยเขาตลอด น้องชายพูดจาไม่ดีกับเขาต่อหน้าที่ประชุม เธอก็ตามมาจัดการน้องชายทีหลัง แม่พูดถึงสามีเธอไม่ดี เธอก็ฟาดแม่กลับ เพื่อนในคราบศัตรูเยาะเย้ยเรื่องสามีเธอพร้อมอวดสามีตัวเอง แต่เธอก็ไม่ยอม หาทุกเรื่องที่สามีเธอมีดีกว่ามาอวย ท่าทีใจดำ เย็นชา จริง ๆ เธออ่อนโยนและหวั่นไหวเก่งมาก แต่ทุกอย่างเธอต้องฮึบไว้ เดี๋ยวเสียทรงคนเป็นผู้บริหาร ขนาดรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย ยังต้องทำเป็นแกร่ง ทั้งที่ตัวเองก็ช็อกและท้อแท้ไปหมดเหมือนกัน เธอต้องแกร่งให้ได้ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน

ภาพจาก FB: tvN drama

ต้องยอมรับเลยว่าซีรีส์ Queen of Tears เป็นซีรีส์ที่ไม่ได้มีพล็อตแปลกใหม่ แต่กลวิธีในการเล่าเรื่องนั้นมันน่าสนใจ เขาเลือกใช้วิธีการเล่าแบบพลิกกลับตาลปัตร พระเอกนางเอกไม่ได้ฟันฝ่ารักกันและแต่งงานกันในตอนจบ ทว่าเปิดเรื่องมาด้วยการที่ทั้งคู่แต่งงานกันแล้ว และพบกับปัญหาจนถึงขั้นที่จะขอหย่ากัน การเล่าย้อนศรที่มีจุดเริ่มต้นจากปัญหาหลังแต่งงาน เข้าสู่จุดที่จะขอหย่า แต่จะค่อย ๆ กลับมารักกันอย่างแท้จริงอีกครั้งได้หรือไม่ ก็ต้องคอยติดตามกันต่อไป คนดูที่รู้ว่าทั้งคู่ยังรักกันอยู่ แต่เจ้าตัวจะรู้ตัวกี่โมงว่ายังรักกันมาก หวังว่าคงไม่ต้องถึงขั้นสูญเสียกันไปก่อนหรอกมั้ง ถึงจะรู้ตัวว่ารักกัน 💔