Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Taxi Driver 2 กลับมาทำภารกิจทวงคืนความยุติธรรมอีกครั้ง

Taxi Driver 2 กลับมาทำภารกิจทวงคืนความยุติธรรมอีกครั้ง

ภาพจาก FB: SBS DRAMA

หนึ่งในซีรีส์ที่เกาหลีที่คนดูเรียกร้องอยากให้มีภาค 2 มากที่สุดหลังจากที่ภาคแรกจบไปแล้ว จนในที่สุดทีมงานก็จัดให้ตามคำขอ คือซีรีส์เรื่อง Taxi Driver หลังจากที่สร้างปรากฏการณ์ความสนุกสุดมันและกวาดเรตติ้งผู้ชมทั่วประเทศเกาหลีใต้สูงสุดได้ถึง 16.0% ในภาคแรก และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในช่วงที่กำลังออนแอร์ภาคแรก เพราะมันมีความสนุก โหด ดิบ เถื่อน สะใจ ถ่ายทอดในมุมของเหยื่อที่เคยไม่ได้รับความยุติธรรมจากกฎหมาย พวกเขาต้องดูแลตัวเองมาตลอดกว่าจะกลับมายิ้มได้อีกครั้ง จากนั้นเลยเริ่มเล่นนอกกฎหมาย รับบทเป็นดาร์กฮีโร่เพื่อช่วยเหลือคนอื่น ๆ ที่เป็นเหยื่อ ไม่ให้ต้องมาตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับพวกเขา

Taxi Driver 2 กลับมาอีกครั้งหลังจบภาคแรกไปเกือบ 2 ปีเต็ม คนดูรอการกลับมาของทีมแท็กซี่สายรุ้ง แท็กซี่วีไอพีที่มีบริการลึกลับ นั่นก็คือ “รับจ้างแก้แค้นแทนลูกค้า ที่เป็นเหยื่อในคดีอาชญากรรมที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจากกฎหมาย” คนเหล่านี้ทุกข์ทรมานจนถึงขั้นที่อยากหนีปัญหาด้วยความตายทั้งที่ใจจริงไม่ได้อยากตาย แต่อย่าให้การฆ่าตัวตายเป็นทางเลือกสุดท้ายเลย ขอแค่เพียงแค่ติดต่อมา แท็กซี่วีไอพีสีดำเงาวับทะเบียน 5283 จะบึ่งรถไปทวงคืนความยุติธรรมให้สาแก่ใจแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเลยกันทีเดียว ถึงอย่างนั้น พวกเขสก็ไม่เล่นถึงตายหรอกนะ เพราะความตายมันสบายเกินไปหน่อย

การกลับมารวมตัวกันใหม่ใน Taxi Driver 2 นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ขบวนการแท็กซี่ขาโหดถูกเปิดโปงเมื่อปลายภาคที่แล้ว แต่ในที่สุด CEO ก็เอาตัวรอดมาได้ พ้นจากความผิดทั้งหมดจนกลับมาทำอู่แท็กซี่เหมือนเดิม แต่เขาก็ยังไม่หยุดที่จะช่วยเหลือเหยื่อที่ต้องการความยุติธรรม นามบัตรของแท็กซี่สายรุ้งยังถูกนำไปติดในทุกที่ที่คาดว่าจะมีคนไปฆ่าตัวตาย แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่งเลือกความตาย เลือกแก้แค้นดีกว่า เราจัดให้คุณเอง

ภาพจาก FB: SBS DRAMA

ตอนจบในภาคที่แล้วและการเริ่มเรื่องในภาคนี้ จะเห็นว่าทุกคนในทีมพยายามแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตตามทำนองคลองธรรมแบบที่ควรจะเป็นจนได้ดิบได้ดีในสายงานตัวเอง แต่ใจของพวกเขาก็ยังผูกพันกับการทำหน้าที่ดาร์กฮีโร่อยู่เนือง ๆ และเมื่อโทรศัพท์เครื่องเก่าบนโต๊ะ CEO บริษัทแท็กซี่ดังขึ้นอีกครั้ง มันจึงกลายเป็นสัญญาณการกลับมารวมตัวทำภารกิจช่วยเหลือเหยื่ออย่างชาญฉลาดและไฮเทคครั้งใหม่ แม้ว่าคุณโชเฟอร์แท็กซี่วีไอพีจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย เย็นชาน้อยลง อบอุ่นไมโครเวฟบอยมากขึ้น แต่ก็ยังถนัดปลอมตัวแบบสหอาชีพ อายุน้อยร้อยอาชีพเหมือนเดิม ถึงอย่างนั้นแผลเป็นจากอดีตก็ยังคงตามจองล้างจองผลาญเขาทุกครั้งเวลาที่ได้ยินเสียงหวีด ทำเอาวูบไปเลย

ส่วนคนอื่น ๆ ก็ยังสร้างสีสันได้ดีเหมือนเดิม ดูมีความตลกโบ๊ะบ๊ะขึ้นด้วย ไม่จำเป็นต้องเล่นมุก แค่เห็นหน้าก็ฮาแล้ว อย่างไรก็ตาม ภาคนี้ก็ยังคงมีอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ขวางการทำงานของแท็กซี่สายรุ้ง ไม่ใช่คนในระบบกฎหมายที่ต่อต้านพฤติกรรมนอกกฎหมายของพวกเขา แต่เป็นใครสักคนที่ยังระบุพรรคพวกไม่ได้ว่ามาดีหรือมาร้าย เขาคนนั้นคอยจับตาดูทีมแท็กซี่สายรุ้งทุกคนอยู่ โดยเฉพาะพระเอก แถมยังมีการปรากฏตัวของตัวละครใหม่ที่เข้ามาเป็นโชเฟอร์แท็กซี่คนใหม่ในบริษัทด้วย เขาคนนี้คือคนที่คนดูไม่ไว้ใจมากที่สุด ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอะไรกับบุคคลปริศนาที่แอบจับตามองทีมแท็กซี่วีไอพีอยู่หรือเปล่า

ในภาคที่ 2 นี้ โหมโรงด้วยเหตุอาชญากรรมที่ไปเกิดในต่างแดน คุณโชเฟอร์ถึงกับเลิกขับแท็กซี่ชั่วคราวแล้วนั่งเครื่องบินไปเวียดนามเพื่อตามสืบเรื่องราว จนได้พบกับโจทก์ (หัวใจ) คนเก่าเข้า คู่แค้นแสนรักที่คนเชียร์ขึ้นเรือผีตั้งแต่ภาคที่แล้ว บอกเลยว่าฮามาก ส่วนลีลาการเดินเรื่องก็ยังคงสไตล์เดิม รวบรัดฉับไวไม่เนิบนาบเอิงเอย ฉากบู๊เหมือนพระเอกจะใช้กำลังน้อยลง แต่ก็ยังบู๊ล้างบู๊ผลาญอยู่ดี ไม่ต้องไปถามหาความสมจริงว่าในชีวิตจริงจะมีดาร์กฮีโร่แบบนี้ได้ไหม เพราะบทเขาเขียนมาเพื่อให้คนดูได้สะใจเฉพาะในละครนี่แหละ เรื่องจริงทำแบบนี้ไม่ได้ ก็ให้ละครทำแทนไปแล้วกัน กระแสในภาคที่ 2 จึงแรงเกินต้าน เปิดตัวด้วยเรตติ้งสูงถึง 12.1 และขึ้นแท่นซีรีส์เกาหลีอันดับ 1 ใน Viu ไปแล้ว

รู้ไหมทำไมเราถึงโดนปล่อย คนมันลืมเราหมดแล้ว นี่ไงฉันถึงได้รักประเทศนี้

ภาพจาก FB: SBS DRAMA

ข้อความจิกกัดแสบ ๆ คัน ๆ นี้ปรากฏในนาทีแรก ๆ ของอีพีที่ 1 เลยล่ะ พอได้ยินตัวละครพูดปุ๊บ นี่ก็ได้แต่กลั้นขำ 555 ความจริงจากใจก็คือ อยากจะกระซิบถามคนเขียนบทมากเลยว่า “ประเทศนี้ที่ว่าน่ะ ประเทศไหนเหรอจ๊ะ? อิอิ” คือนี่มันซีรีส์เกาหลีจริงป่ะเนี่ย ทำไมมันรู้สึกใกล้ตัวขนาดนี้ นี่ถ้าตัวละครตัวที่ว่าพูดต่ออีกสักหน่อยในทำนองที่ว่า “คนเกาหลีลืมง่าย เก็บตัวเงียบ ๆ ทำตัวดี ๆ ประเดี๋ยวเดียวคนก็ให้อภัยแล้ว” ล่ะก็ มันจะชัดเจนกว่านี้อีกว่านี่ไม่ใช่แค่ซีรีส์เกาหลีที่ซับไทย แต่เหมือนคนเขียนบทจะมาทำการบ้านหาข้อมูลจากแถว ๆ นี้แล้วเอาไปปรับใช้เอา

แต่ก็พอจะเข้าใจอยู่แหละว่าทำไมคนเขียนบทถึงได้เขียนให้อาชญากรที่ไม่มีความสำนึกผิดใด ๆ พูดคำนั้นออกมา เพราะละครที่เป็นแนวเสียดสีจิกกัดกระบวนการยุติธรรม กฎหมาย และค่านิยมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง บทพูดแบบนี้มันป็น “สาร” ที่ประชาชนคนธรรมคนหนึ่งอยากจะส่งเสียงไปถึงผู้มีอำนาจทั้งหลาย มันอาจจะเป็นคำพูดที่อาชญากรไร้สำนึกคิดและรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ถึงได้ทำความผิดซ้ำ ๆ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ติดคุกเหรอแล้วไงอะ สักพักพอเรื่องเงียบ คนเลิกพูดถึง ก็ได้เวลาพ้นโทษที่ถูกตัดสินแค่เบา ๆ ออกมาแล้ว อาชญากรบางพวกน่ะไม่คิดที่จะกลับตัวกลับใจหรอก ทำความผิดเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อาจด้วยไม่มีปัญญาไปทำมาหากินสุจริต และหลัก ๆ คือมันไม่ได้มีจิตสำนึกอะไรด้วย

ภาพจาก FB: SBS DRAMA

ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่อาชญากรบางพวกหรอกที่คิดแบบนี้ ในฐานะพลเมืองตาสีตาสาก็คิดแบบนี้เช่นกัน เป็นการเปรียบเทียบเรื่องโทษที่ได้รับแค่ช่วงเวลาคนลืมเท่านั้นเอง คนผิดบางคนก่อเหตุร้ายแรงชนิดที่ว่าไม่น่าให้อภัย แต่กลับได้รับโทษเบาหวิว แค่เรื่องเริ่มเงียบ คนเริ่มหันไปพูดคุยสนใจเรื่องอื่น คนผิดคนนี้ก็พ้นโทษออกมาพอดี ชาวบ้านธรรมดา ๆ อย่างเราถึงได้บ่นกันนั่นแหละว่าคดีใหญ่ขนาดนี้แต่โทษมันน้อยไปหน่อยมั้ง โทษประหารชีวิตก็เหมือนจะไม่มีแล้ว โทษจำคุกตลอดชีวิตก็ไม่มีอยู่จริง แล้วปล่อยบุคคลอันตรายขนาดนี้มาอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคม คนก็กลัวว่าไม่แคล้วว่ามันคงลงมืออีก ทุกคนอยู่อย่างไม่เป็นสุขกลัวว่าตัวเองจะเป็นเหยื่อเข้าสักวัน และบางกรณีมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ

การให้อภัยคนทำผิดได้กลับตัวกลับใจมีชีวิตใหม่เป็นเรื่องที่ดี เข้าใจได้ แต่ไม่ใช่อาชญากรทุกคนจะกลับใจ บางคนแค่เรื่องผิดพลาด แต่บางคนมันเลวร้ายมาจากกมลสันดาน ในขณะที่คนบริสุทธิ์ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อทั้งที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร ทำไมถึงไม่นึกถึงตรงนี้บ้าง ทำไมถึงไม่มีข้อกฎหมายที่คุ้มครองคนบริสุทธิ์มากกว่านี้ คนผิดมีโอกาสได้กลับตัวมีชีวิตใหม่ แต่คนเป็นเหยื่อมันไม่ใช่ แผลในใจเหยื่อไม่มีวันรักษาหาย และเหยื่อบางคนก็ไม่มีโอกาสที่จะได้มีชีวิตอยู่ต่อด้วยซ้ำทั้งที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ทำไมคนที่ฆ่าเขาถึงได้โอกาสนั้นมากกว่า?

อย่าตาย แก้แค้นสิ เราจัดการให้เอง

ภาพจาก FB: SBS DRAMA

ทำเอาคนดูคิดถึงหนักมากในอุดมการณ์และเจตนารมณ์ของเหล่าสมาชิกแท็กซี่สายรุ้งที่หายไปเกือบ 2 ปี ในที่สุดแท็กซี่วีไอพีทะเบียน 5283 ก็กลับมาให้บริการอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ใน Taxi Driver 2 ซึ่งถ้ายังจำกันได้จากภาคแรก นามบัตรสำหรับติดต่อรับบริการจากแท็กซี่แก้แค้นถูกติดไว้ทั่วเมืองในบริเวณที่คาดว่าจะมีคนไปฆ่าตัวตาย ความอยุติธรรมที่เหยื่อได้รับทำให้พวกเขาทุกข์ทรมานเกินจะทนมีชีวิตอยู่ต่อ หลายคนจึงตัดสินใจที่จะจบชีวิตซะเพื่อยุติเรื่องราวเลวร้ายที่เกิดขึ้น แต่ทำไมพวกเขาจะต้องตายด้วยในเมื่อพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ทำไมคนบริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อจะต้องเสียสละความสุขและชีวิตของตัวเองเพื่อสังเวยให้กับพวกชั่วช้าสามานย์ด้วย

เหยื่อไม่สมควรต้องมาแบกรับทุกอย่างไว้จนเจ็บปวดขนาดนี้ แล้วเลือกเดินหาความตายด้วยตัวเอง ปฏิบัติการทวงคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อของเหล่าดาร์กฮีโร่แท็กซี่สายรุ้งจึงต้องเดินหน้าต่อไป ถ้าพวกเขาจะฆ่าตัวตายทั้งที่ไม่ได้อยากตายจริง ๆ ก็ต้องขวางพวกเขาไว้ก่อน ให้พวกเขารู้ว่าบนโลกนี้ยังมี “การแก้แค้น” ที่หอมหวาน ใครมันทำอะไรไว้มันก็ต้องถูกเอาคืน จะมาลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตแบบมีความสุขไม่ได้ ซึ่งการแก้แค้นนี้เหยื่อไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากจ่ายค่าแท็กซี่ นอกนั้นพวกเขาจะจัดการเอง

ภาพจาก FB: SBS DRAMA

นามบัตรสีเหลืองของบริษัทแท็กซี่สายรุ้งเริ่มทำหน้าที่อีกครั้ง มันถูกนำไปติดในทุกที่ที่คิดว่าจะมีคนฆ่าตัวตายเพื่อเปลี่ยนใจพวกเขา ใครก็ตามที่กำลังจะฆ่าตัวตายจะต้องเห็นนามบัตรนี้ ท่านผู้อำนวยการถึงกับลงทุนแสดงเป็นคนที่กำลังจะฆ่าตัวตายเองเลยเพื่อหาจุดที่จะติดนามบัตรนี้ไว้ ให้มันตรงกับสายตาของคนที่กำลังคิดจะตายให้ได้มากที่สุดถ้าคุณคิดจะกระโดดแม่น้ำ ติดนามบัตรไว้ตรงราวสะพานมันก็ธรรมดาไปหน่อย แถมยังอาจเปลี่ยนใจไม่ได้ด้วยเพราะยังไม่ใช่จุดสุดท้าย ถ้างั้นก็ติดไว้ตรงปลายเท้าจุดที่คนจะออกไปยืนกระโดดเลยละกัน ถ้าคุณคิดจะกระโดดลงรางรถไฟให้รถไฟชน ก็ติดมันไว้ที่รางรถไฟนั่นแหละ คนที่จะกระโดดลงรางรถไฟก็ต้องมองไปที่รางรถไฟอยู่แล้ว

ถ้ากฎหมายไม่อาจช่วยเยียวยาความเจ็บปวดทางใจก็เหยื่อได้ บริการแท็กซี่สายรุ้งพร้อมจะใช้ “กฎกู” จัดการให้ รับรองว่าจัดให้รู้ซึ้งถึงกระดูกดำไปเลย และอย่าเพิ่งรีบสำนึกได้ กลับตัวกลับใจซะล่ะ เพราะมิเตอร์ของแท็กซี่วีไอพีเพิ่งเริ่มวิ่งเอง อยู่สนุกด้วยกันไปนาน ๆ ก่อน

แกเป็นตำรวจ ไม่ละอายใจบ้างหรือไง

ภาพจาก FB: SBS DRAMA

เป็นอีกครั้งที่อยากจะจับตัวคนเขียนคนมาเขย่า ๆ แล้วถามว่านี่มันซีรีส์เกาหลีแน่นะวิ! เพราะมันเหมือนว่าเขามาเก็บข้อมูลจากเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นประเด็นฉาวโฉ่ในประเทศแถว ๆ นี้ไปเป็นวัตถุดิบในงานเลยอะ คือก็เข้าใจนะว่าเกาหลีใต้เองก็คงมีตำรวจที่ไม่ดีเหมือนกัน และละครเกาหลีที่ตีแผ่ด้านที่ชั่วร้ายในองค์กรตำรวจก็มีเยอะเสียด้วย เข้าใจว่าแค่นั้นมันก็เพียงพอที่จะทำให้คนเขียนบทมีไอเดียในการคิดคาแรกเตอร์เลว ๆ ของตำรวจขึ้นมาได้ และคิดบทพูดหล่อ ๆ ให้พระเอกได้โยนถามตำรวจเลวไปว่าไม่ละอายใจบ้างหรือไงที่ทำชั่ว แต่มันก็พอเหมาะพอเจาะกับสถานการณ์เรื่องตำรวจเลว ๆ ในประเทศแถวนี้อยู่พอสมควรเลย

นี่ก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับคนอื่น ๆ ที่ตั้งคำถามย้อนกลับพวกโลกสวยว่าทุกอาชีพมันก็มีทั้งคนดีคนเลว คำถามก็คือ “แต่อาชีพตำรวจมันไม่ควรจะมีคนเลวไม่ใช่เหรอ?” เพราะถ้าตำรวจที่มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องรักษาความสงบ จับกุม และปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย ยังเป็นคนผิดคนชั่วเสียเอง ประชาชนคนธรรมดาจะยังมีความหวังว่าบ้านเมืองมันจะสงบสุข ปลอดโจรผู้ร้ายได้จริง ๆ เหรอ ในเมื่อตำรวจเป็นโจรซะเองแบบนี้!

ภาพจาก FB: SBS DRAMA

เป็นเรื่องที่น่าเศร้านะที่เราต้องมานั่งติดตามข่าวทุกวันว่ามีการดำเนินการอย่างไรบ้างกับพวกตำรวจหรือเจ้าหน้าที่นอกรีต เพราะคงปล่อยให้เรื่องมันค่อย ๆ เงียบไปไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะเข้าใจว่าเรา “ลืม” พวกที่ทำตัวชั่ว จนหลงคิดว่าคนไทยลืมง่ายและให้อภัยแล้ว ก็มัวแต่ไปตามดราม่าข่าวดาราแย่งซีนกันหมดแล้ว มันก็จะไม่ค่อยมีความคืบหน้าว่าตกลงแล้วมีการตรวจสอบและเอาผิดพวกตำรวจไม่ดีจริง ๆ ไหม ถ้าคนผิดมีเครื่องแบบเนี่ยมักจะทำอะไรช้ามาก ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมาเห็นข่าวตำรวจน้ำดีที่เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายอีก ข่าวแบบหลังไม่มีใครอยากให้เกิดก็จริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังมาหักล้างและแสดงให้เห็นว่าตำรวจดี ๆ ก็พอมีอยู่บ้างในสังคม

เพราะข่าวไม่ดีที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับวงการสีกากีในเวลานี้ ต้องยอมรับว่ามีเรื่องให้เซอร์ไพรส์ได้ทุกวัน ไม่ได้เซอร์ไพรส์ว่าตำรวจทำชั่ว แต่เซอร์ไพรส์ว่าข่าวฉาวโฉ่เกี่ยวกับวงการนี้มันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ดูไม่มีปลายทางเอาเสียเลย ก็เลยไม่ค่อยแปลกใจนะที่จะมีคนเอาซีนหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม มาทำเป็นมีมฮา ๆ ฉากที่ว่าก็คือ ฉากที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลถามแก๊ง 3 สหายว่า “ทำไมกันนะ เวลาจะเกิดเรื่องอะไร ต้องเป็นพวกเธอทั้ง 3 คนทุกที” แต่มีมทุกวันนี้กลายเป็นว่าใบหน้าของแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่ และแฮร์รี่อีกคน (ที่ตัดต่อขึ้น) จะมีตัวหนังสือพาดผ่านเป็น 4 อาชีพที่ขยันมีเรื่องฉาวเหลือเกิน “ทหาร ตำรวจ พระ และครู”

ภาพจาก FB: SBS DRAMA

ต้องบอกว่าการกลับมาวิ่งให้บริการอีกครั้งของแท็กซี่วีไอพีเป็นอะไรที่คนดูค่อนข้างคาดหวังและตั้งตารอ แม้ว่าอีกหนึ่งตัวละครหลักจากภาคที่แล้วจะไม่ได้กลับมาร่วมทีมด้วยในภาคที่ 2 นี้ ทั้งที่ตอนจบในภาคก่อนก็ดูเข้าขาเป็นทีมกันดี (ข่าวว่าคิวของนักแสดงไม่ตรงกัน) แต่ก็ไม่ได้ทำให้การกดมิเตอร์ติดขัดแต่ประการใด ตลอด 5 อีพีที่ออนแอร์มาแล้ว ทีมแท็กซี่สายรุ้งยังคงทำงานกันได้ชวนสะใจเหมือนเดิม ชอบตรงที่มีความเป็นคอมเมดี้มากกว่าภาคก่อน มันดูคลายเครียดดี และทำให้เห็นว่าพวกเขาสนิทสนมกันดีในทีม ทว่าก็ยังคงไว้ซึ่งคดีอาชญากรรมต่าง ๆ ที่คนดูอินตามและเข้าถึงได้ง่าย เพราะมันเป็นสถานการณ์ที่เราตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน ชอบทุกอย่างที่เรื่องนำเสนอเลย🚖