สร้างเงินบำนาญรายเดือนหลังเกษียณ จากการเป็นผู้ประกันตนม. 40

“ความยากจน” เป็นปัญหาที่คู่กับสังคมไทยมาเป็นระยะเวลานาน ประชาชนส่วนใหญ่ต้องประะสบกับสภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงิน สาเหตุหลักคือ “ขาดการวางแผนทางการเงิน” เมื่อเจ็บป่วยหรือประสบกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่ายในยามจำเป็น ต้องไปกู้ยืมทั้งในระบบและนอกระบบ ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินเรื้อรัง ส่งผลกระทบให้การดำเนินชีวิตในแต่ละวันยิ่งยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หาเช้ากินค่ำ ผู้ที่มีรายได้น้อย และรายได้ไม่แน่นอน รู้ตัวอีกทีก็สายเสียแล้ว เมื่อคนกลุ่มนี้ก้าวเข้าสู่วัยชรา ไม่มีเรี่ยวแรงในการทำงาน โรคภัยรุมเร้า ก็จะกลายเป็นภาระของลูกหลาน เกิดปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งตามมาอีก

ดังนั้น การออมเงินเพื่อเก็บไว้ใช้ยามชราภาพหรือวัยเกษียณอายุ ถือเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ตนเองเมื่อถึงวัยที่สิ้นสุดการทำงาน ดังนั้น สำนักงานประกันสังคม จึงได้คำนึงถึงสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพแก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 เฉพาะทางเลือกที่ 2 และทางเลือกที่ 3 ให้ได้รับความคุ้มครองในการเก็บออมเงินชราภาพ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในชีวิตยามชราภาพหรือช่วงเกษียณอายุ

ออมเงินสร้างเงินบำนาญรายเดือนหลังเกษียณ

การออมเงินด้วยการประกันตนมาตรา 40 ทางเลือก 1 สมัครสมาชิก กอช. เพื่ออนาคต กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. เชิญชวนประชาชนผู้ที่มีสิทธิสมัคร อายุ 15-60 ปี หรือผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทางเลือก 1 สมัครออมเงินควบคู่ไปกับ กอช. เพื่อเติมเต็มเงินออมไว้ใช้รายเดือนหลังอายุ 60 ปี ตอบโจทย์ความมั่นคงทางการเงิน ตรวจสอบสิทธิได้ที่แอปพลิเคชัน “กอช.” หรือเว็บไซต์กอช. www.nsf.or.th 

วางแผนเงินออมหลังอายุ 60 ปีควบคู่กับ กอช. เพียงออมเงินขั้นต่ำ 50 บาท สูงสุด 13,200 บาทต่อปี ได้รับเงินสมทบเพิ่มตามช่วงอายุสมาชิก สูงสุด 100% ไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี สมาชิกสามารถออมเงินได้เมื่อมีเงิน ไม่ต้องออมเงินเท่ากันทุกเดือน สิทธิในการเป็นสมาชิก กอช. ยังอยู่ เพื่อที่จะได้มีเงินออมไว้หลังอายุ 60 ปี นอกจากนี้ยังมีผลตอบแทนเพิ่มเติมจากการลงทุน ซึ่งได้รับความคุ้มผลตอบแทนไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำธนาคาร 12 เดือน เฉลี่ย 7 ธนาคารด้วย

ในส่วนทางเลือกที่ 2 ส่งเงินสมทบเดือนละ 100 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์ 4 กรณี ทางเลือกที่ 3 ส่งเงินสมทบเดือนละ 300 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี ซึ่งทั้ง 2 ทางเลือกได้รับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพดังนี้

  • จะต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนเท่านั้น โดยผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 2 จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ตามจำนวนงวดที่จ่ายเงินสมทบ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน เดือนละ 50 บาท
  • ส่วนทางเลือกที่ 3 จะได้รับเดือนละ 150 บาท นอกจากนี้ยังสามารถฝากเงินออมเพิ่มได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท แต่ทั้งนี้สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 จะได้รับเงินบำเหน็จเพิ่มอีก 10,000 บาท เมื่อจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป
  • เพื่อความคุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพแก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 2 และทางเลือกที่ 3 อย่างต่อเนื่อง ผู้ประกันตนจะต้องไม่ลืมส่งเงินสมทบทุก ๆ เดือน หรือสามารถจ่ายเงินสมทบล่วงหน้าได้ 12 เดือน

โดยผู้ประกันตนมาตรา 40 สามารถเลือกส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมได้หลายช่องทางทั้งเคาน์เตอร์ธนาคาร/หน่วยบริการดังนี้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เคาน์เตอร์เซอร์วิส เซเว่น-อีเลฟเว่น เคาน์เตอร์โลตัส ตู้บุญเติม เคาน์เตอร์ CenPay Powered by บุญเติม

หรือหากผู้ประกันตนสะดวกหักเงินสมทบผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน โดยสามารถทำได้ถึง 8 ธนาคาร ดังนี้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

หากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ต้องแจ้งพนักงานให้ชัดเจนว่าจะจ่ายเงินสมทบล่วงหน้าหรือจ่ายเงินออมเพิ่ม เพื่อไม่ให้เกิดการจ่ายเงินผิดพลาด ส่วนการจ่ายเงินสมทบผ่านการหักบัญชีธนาคาร ธนาคารจะหักเงินในบัญชีของผู้ประกันตน ทุกวันที่ 20 ของเดือน ซึ่งหากผู้ประกันตนลืมหรือขาดส่งเงินสมทบ จะไม่สามารถส่งเงินสมทบย้อนหลังได้ แต่ไม่ถือเป็นการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ทั้งนี้เงินสมทบที่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ส่งสมทบมานั้นยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ผู้ประกันตนยังสามารถขอเปลี่ยนทางเลือกการจ่ายเงินสมทบได้ปีละ 1 ครั้ง โดยเมื่อยื่นขอเปลี่ยนแปลงทางเลือกแล้ว จะมีผลในเดือนถัดไป

หากผู้ประกันตนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง Line@ssothai และเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th