4 เรื่องเงินที่ฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็น ปฏิเสธบ้างจะได้มีเงินเหลือ!

เรื่องเงินเรื่องรายได้นั้น จริง ๆ แล้วคนที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะนำเงินไปทำอะไร จะใช้หรือไม่ใช้ สิทธิ์ขาดมันก็อยู่ที่เจ้าของเงินแต่เพียงผู้เดียว แต่หลาย ๆ ครั้ง บางคนก็ใช้จ่ายจนขาดสติ ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยจนเกินจำเป็น ทำงานมาเหนื่อยมากแต่ก็ใช้เงินเก่งจนน่าตกใจ ทั้งที่รายได้ก็มากแต่ใช้หมดไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องจนไม่เหลือออม นำมาซึ่งความเดือดร้อนให้กับตนเองและคนรอบข้าง ด้วยความที่ไม่มีเงินเก็บหรือเงินออมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน พอจะใช้จ่ายเรื่องจำเป็นก็ต้องไปหาหยิบยืมคนอื่น ซึ่งในหลาย ๆ กรณี มันกลายเป็นปัญหาสังคมได้เช่นกัน ไม่ว่าจะปัญหาอาชญากรรมฉกชิงวิ่งราว หรือแม้แต่การเลือกที่จะจบชีวิตเพื่อหนีหนี้ ปัญหาล้วนมาจากการหมุนเงินไม่ทัน

สำหรับชีวิตที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง หรือตราบใดที่ไม่ได้ผลิตเงินได้ด้วยตนเอง มันก็เป็นเรื่องจำเป็นนะที่เราจะต้องรู้จักควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้มันฟุ้งเฟ้อเกินตัวจนตัวเองเดือดร้อนและเพื่อให้มีเงินได้เหลือเก็บ ก่อนอื่นต้องกำจัดความไม่จำเป็นบางอย่างไปบ้างเพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินให้กับสิ่งของฟุ่มเฟือยมากจนเกินไป แม้ว่ามันก็ออกจะยากหน่อยที่ต้องควบคุมกิเลสของตนเองให้ดี ย้ำว่าแค่ “บ้าง” คุณไม่จำเป็นต้องละทิ้งทุกอย่าง เงินของคุณคุณมีสิทธิ์ใช้ได้เต็มที่เท่าที่จะมีความสุข นี่คือคำแนะนำสำหรับ 4 เรื่องที่คุณต้องปฏิเสธบ้าง เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของตัวเอง

สังสรรค์ถี่ยิบ

ก่อนอื่นต้องบอกให้ชัดเจนก่อนว่าเราไม่ได้ห้ามคุณสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือสารพัดบุคคลที่อยู่รายล้อมรอบตัวคุณ โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนเพื่อนเยอะ ญาติเยอะ หรือมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นในหลาย ๆ รูปแบบมากมายไปหมด บางทีมันก็เลี่ยงยากเหมือนกัน แต่คุณรู้ไหมว่าการเข้าสังคมน่ะมันต้องใช้เงินพอสมควร ลองนึกภาพตอนที่คุณเคยออกไปสังสรรค์แทบจะวันเว้นวันสิ หมดไปทีกี่เงิน หลาย ๆ ครั้งไม่มีคนใจป๋าเลี้ยงคุณก็ต้องจ่ายเอง และบางครั้งคุณก็ต้องเป็นฝ่ายหน้าใหญ่เลี้ยงคนอื่น ๆ อีก อย่างน้อยที่สุดเลยก็เพื่อนร่วมงานนี่แหละ ตัวดีเลย จอมชวน จอมตื๊อ ก๊งได้ทุกวี่ทุกวัน

นี่แหละ รูรั่วรูใหญ่ที่ทำให้เงินทองของคุณรั่วไหลเกินความจำเป็นมากเกินไป คุณต้องเรียนรู้วิธีที่จะปฏิเสธนัดสังสรรค์กับคนอื่น ๆ บ้าง ไม่ใช่ใครชวนก็ไปหมด แล้วก็ไม่ต้องอยากได้การยอมรับถึงขนาดที่ต้องลงทุนเป็นฝ่ายเลี้ยงทุกครั้งด้วย นอกจากได้หน้าแล้วก็ไม่ได้อะไรอีก ไม่เชื่อก็ลองดูตอนที่คุณเงินหมดสิ คนเหล่านี้ไม่ได้มาช่วยเหลือหรือเดือดร้อนกับคุณสักคน เผลอ ๆ จะหนีหายตามตำราเพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายากด้วย

ช้อปกระเป๋าฉีกโดยไม่คำนวณเงิน

พวกช้อปเก่งกับพวกรูด (บัตร) เก่งเนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเดียวกัน ออกไปช้อปแต่ละทีรูดปริ่มวงเงินตลอด อยากได้อะไรก็หยิบไปยื่นรูด รูดแบบไม่บันยะบันยังแบบนี้ เห็นจ่ายหนี้บัตรเครดิตตาเหลือกมาหลายรายแล้ว เพราะการรูดจ่ายด้วยบัตรเครดิตมันง่ายมาก แถมยังไม่เห็นตัวเงินที่จ่ายไปชัดเจนด้วยว่าจ่ายไปเท่าไรแล้ว ซึ่งนี่แหละคือหลุมพรางที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคนกลายเป็นมนุษย์หนี้บัตรเครดิต ที่ขั้นต่ำตามหลอกหลอนไม่จบสิ้น รู้อยู่ว่าเครดิตดี แต่อย่าลืมสิว่าจุดจบของพวกที่ใช้เงินในอนาคตเกินตัวเนี่ย นอนจมกองใบทวงหนี้แทบทุกราย

เพราะฉะนั้น คุณอาจจะต้องเพลา ๆ การใช้บัตรเครดิตในการรูดจ่ายทุกสิ่งอย่างที่อยากซื้อบ้าง แล้วหันมาใช้เงินสดเป็นบางครั้งเพื่อคุมค่าใช้จ่าย เวลาที่หยิบออกมาจะได้ฉุกคิดสักนิดว่าฉันพร้อมจ่ายไหม เผื่อว่าความเหนียวหนืดจะครอบงำจิตใจได้บางเวลา พร้อมทั้งทำบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อคำนวณเงินที่มีอยู่เสมอ ทั้งเงินสดที่จับต้องได้และเงินในอนาคตว่าใช้ไปเท่าไรแล้วจากวงเงินที่มี มีหนี้บัตรอยู่เท่าไร ก่อนตัดสินใจซื้ออะไรจะได้ไม่ขาดสติจนกระเป๋าฉีก

รอบ้างก็ได้ ไม่ต้องขนซื้อพร้อมกัน

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้นะว่าความอยากได้อยากมีของปุถุชนคนธรรมดาอย่างเรา ๆ น่ะมันห้ามกันไม่ได้ง่าย ๆ หรอก แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องหักดิบตัวเอง กัดฟันอดทนไม่ซื้อข่มความอยากอย่างยากลำบากขนาดนั้น ทว่าส่วนใหญ่ของที่อยากได้เนี่ยมันก็จะไม่ใช่แค่ชิ้นหรือสองชิ้นเสียด้วยสิ แต่มันมาทีเป็นลิสต์เลยว่าพอเงินเดือนออกแล้วจะต้องไปถอยอะไรใหม่บ้าง ก่อนอื่นเลยนะ จงใจเย็น ๆ ก่อน ของบางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อทันทีที่อยากได้หรอกนะ ยับยั้งชั่งใจ ลองถามตัวเองดี ๆ ก่อนว่ามันจำเป็นหรือแค่อยากได้ ถ้าเป็นแค่ความอยากจริง ๆ ก็ลองอดทนรอดูสักหน่อย

รอเพื่ออะไรน่ะหรือ คืออย่างนี้! ของบางอย่างที่เราแค่อยากได้เพราะอารมณ์ชั่ววูบ มันจะอยากได้อยู่แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเวลาผ่านไป แล้วอารมณ์ที่อยากได้นั้นก็ผ่านไปด้วย เราก็จะเฉย ๆ กับมันได้เอง แล้วเราจะมานึกเอ่ยชมตัวเองว่า “ดีนะที่ยังไม่ซื้อ” พูดง่าย ๆ ก็คือ ให้เวลาตัวเองได้คิดทบทวนหน่อยว่ายังอยากซื้อของชิ้นนั้นอยู่ไหม แต่ถ้ายังคงอยากอยู่จริง ๆ เอาล่ะ ก็ไปหาจัดเลย หวังว่าตอนนี้มันจะเข้าสู่ช่วงโปรโมชัน กำลังลดแลกแจกแถมอยู่พอดี

หรูหราเกินงบมักจบไม่สวย

เงินที่อุตส่าห์หามาด้วยความยากลำบาก ก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกที่คุณจะอยากนำมาใช้หาความสุขใส่ตัวบ้าง อยากได้กระเป๋าแบรนด์เนม อยากกินอาหารมื้อหรู ๆ อยากไปเที่ยวแล้วนอนโรงแรม 5 ดาว ทั้งหมดนั้นคุณสามารถทำได้ตราบเท่าที่ตัวเองในอนาคตจะไม่เดือดร้อน นั่นแปลว่าคุณควรจะรู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองมันอยู่ที่ตรงไหน หรูหราได้แต่ต้องจ่ายไหว ไม่สร้างหนี้โดยไม่จำเป็น และเลือกระดับความหรูหราได้ แบรนด์เนมมีหลายแบรนด์ที่ราคาย่อมเยากว่าหลายบาท อาหารหรูร้านที่ราคาถูกกว่ากันก็มีแค่ต้องสำรวจ โรงแรม 4 ดาวที่ดูแพง ๆ แต่ราคาเอื้อมถึงก็มี แค่ต้องรู้จักเลือก

จำไว้ว่าอะไรที่ทำโดยไม่ประมาณตัว เรื่องมักจะจบไม่สวยนักหรอก โดยเฉพาะกับเรื่องเงิน อย่าได้ทำเมินกับขีดความสามารถในการใช้จ่ายและการเป็นหนี้อย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น ในเดือนต่อ ๆ ไป คุณจะไม่ใช่แค่ต้องทนรับสภาพที่ไม่สามารถใช้เงินตัวเองได้อย่างอิสระเพราะหมุนเงินไม่ทัน แต่ยังต้องนอนเอามือก่ายหน้าผากจมกองบิล คิดไม่ตกว่าจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้อีกต่างหาก