เผลอแป๊บเดียว ปี 2565 ผ่านมาได้ครึ่งปีแล้ว ปณิธานที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองที่เคยตั้งไว้เสียดิบดีตอนช่วงปีใหม่ทำกันไปถึงไหนแล้ว บางคนอาจจะยังคงตั้งใจทำอย่างมุ่งมั่น บางคนเริ่มเห็นผลลัพธ์ของคำว่าสำเร็จ บางคนสำเร็จไปแล้วเพราะเป็นแผนระยะสั้น บางคนล้มเหลว ช่วงนี้กำลังพักรักษาแผลใจเพื่อเริ่มต้นใหม่ และบางคนก็อาจจะยังไม่ได้เริ่มต้นทำเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะทำตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ถ้าเวลานี้ก็ยังไม่เริ่มต้นลงมือทำอีก ดูทรงว่าคงจะได้นำไปเป็นปณิธานสำหรับปีหน้าแน่ ๆ แล้วล่ะ (ปีใหม่ครั้งหน้าก็ไม่รู้ว่าจะ “เลิกเดี๋ยว” หรือยัง)
สำหรับคนที่สามารถทำตามเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่องจนเข้าใกล้ความสำเร็จ Tonkit360 ขอแสดงความยินดีด้วย แต่ถ้าใครทำไม่สำเร็จ ลองมาสำรวจตัวเองตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรกกันดูหน่อยว่าเพราะอะไรคุณถึงทำปณิธาน New Year’s Resolutions ไม่สำเร็จ จะได้นำมาสร้างเป็น Mid-Year Resolutions สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง ว่าจะใช้ชีวิตอีก 6 เดือนที่เหลือของปี 2565 ให้ดีได้อย่างไร มันยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่เสียตั้งแต่ตอนนี้ เผื่อว่าสิ้นปีคุณอาจจะเห็นผลลัพธ์ดี ๆ เป็นของขวัญปีใหม่ก็ได้
คุณผัดวันประกันพรุ่ง
เริ่มจากต้นตอที่ใหญ่ที่สุด คุณอาจจะไม่รู้ตัวว่าบ่อยครั้งทีเดียวที่ตัวคุณเองนั่นแหละเป็นตัวปัญหา ถ้าคุณเป็นคนที่ติดนิสัย “เดี๋ยวก่อน” โดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นประจำ ทุกครั้งที่คุณ “เดี๋ยว” คุณจะสูญเสียโอกาสในการลงมือทำอะไรบางอย่างไปแล้ว ณ ช่วงเวลานั้น จะทำอะไรทีก็มีข้ออ้างนู่นนั่นนี่สารพัด ขอผัดไปก่อน รอฤกษ์ดีค่อยเริ่ม แล้วแบบนี้มันจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร เป็น “เดี๋ยว” ที่คุณเองก็ไม่รู้ว่ามันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหนหรือจะได้เริ่มลงมือทำเมื่อไร เอาใหม่! จำไว้ว่าไม่มีฤกษ์ดีอะไรทั้งนั้นสำหรับคนที่ตั้งใจจริง คนที่ประสบความสำเร็จ เขาจะลงมือทำเลย
คุณไม่ได้วางแผน
แผนการสำคัญไฉน? สำคัญตรงที่ช่วยกำหนดทิศและทางให้กับคุณ ทำให้คุณไม่หลงทาง ต้องบอกก่อนว่าเป็นเรื่องยากนะที่คุณจะทำอะไรให้สำเร็จได้โดยปราศจากการวางแผนที่ดี เพราะคุณจะไม่รู้เลยว่าคุณต้องโฟกัสกับอะไร ต้องเริ่มต้นที่ตรงไหน ต้องทำอะไรก่อน-หลัง ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ ไม่มีความเป็นระเบียบ ไม่มีวินัยต่อตนเอง ไม่มีการตามผลเป็นระยะ ๆ ว่าได้ทำอะไรไปแล้ว พบเจอปัญหาอะไรบ้าง เหมือนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องทำอะไร คิดลอย ๆ ในหัวว่า “จะทำ” ตั้งเป็นปณิธานแต่ไม่มีแผน พอไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ก็ทำให้เลิกล้มความตั้งใจได้ง่าย
คุณไม่มีแรงบันดาลใจ
“แรงบันดาลใจ” เหมือนจะไม่สำคัญ มีหรือไม่มีก็ได้ แต่จริง ๆ มันสำคัญมากนะ มันคือแรงที่ผลักดันให้เราลงมือทำอะไรหลาย ๆ อย่าง รวมถึงทำให้เราล้มเลิกอะไรหลาย ๆ อย่างได้ด้วย ปณิธานเป็นความตั้งใจดีที่เราจะเปลี่ยนแปลงตนเอง มันอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญและจำเป็นแบบถูกบังคับว่าต้องทำไม่อย่างนั้นจะเดือดร้อน เป้าหมายมันก็เลยไม่ชัดเจนตามไปด้วยว่าจะทำไปเพื่ออะไร พอหมดแรงบันดาลใจ ก็ขาดพลังอำนาจในการขับเคลื่อนความคิดและการกระทำต่าง ๆ ที่พึงประสงค์ให้บรรลุผลสำเร็จตามที่คาดหวัง ไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีอะไรมากระตุ้นให้อยากจะใช้ชีวิตให้ดี ๆ
คุณชอบอะไรที่ง่าย ๆ ไว้ก่อน
ไม่ได้แปลว่าคุณต้องพยายามทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากเพื่อให้ตัวเองดูเจ๋ง หรือต้องเลือกเดินทางยากอย่างเดียว เพียงแต่อย่าเอาแต่ปฏิเสธทางที่ลำบากแล้วรอคอยทางที่มันเดินง่าย ๆ คุณต้องกลับมาอยู่ในโลกของความเป็นจริงว่า “ไม่มีใครประสบความสำเร็จง่าย ๆ โดยไม่เคยล้มเหลว” คำแนะนำต่าง ๆ ในหนังสือ How to มันอาจจะดูง่ายขายฝันไว้ก่อน ส่วนใหญ่เขาบอกไม่หมดหรอกว่าผ่านอะไรมาบ้าง เพราะฉะนั้น ความจริงมันไม่ง่ายหรอก ทุกอย่างมีขั้นตอนไม่ต้องรีบ อุปสรรคมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ฮึบไว้ ท้อได้ไม่ผิด แต่อย่าเพิ่งเลิกล้มความตั้งใจเพราะกลัวล้มเหลว
พลังลบคุณเยอะ
คุณเป็นคนที่มักจะด้อยค่าหรือดูถูกความสามารถของตัวเองหรือเปล่า ถ้าคุณยังไม่เห็นคุณค่าในตัวเองและนับถือตัวเองไม่ได้แบบนี้ก็แย่สิ ปัญหานี้อาจเกิดจากการที่คุณขาดการเห็นคุณค่าและการนับถือตนเอง ขอบอกว่าใครจะดูถูกหรือเหยียดคุณก็ได้ แต่คุณต้องไม่ทำแบบนี้กับตัวเอง ถ้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีความคิดเชิงลบกับตัวเอง หรือชอบคิดแต่เรื่องแย่ ๆ ที่บั่นทอนกำลังใจ คุณอาจต้องฝึกฝนทักษะการจัดการกับสภาวะอารมณ์เชิงลบให้กับตัวเอง ฝึกคิดบวก มองบวก แค่คุณเชื่อว่าตัวเองมีศักยภาพมากพอที่จะทำทุกสิ่งอย่าง อะไร ๆ มันก็ดูง่ายขึ้นเยอะ โดยเฉพาะใจคุณเอง
คุณขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง
นอกจากเรื่องการเห็นคุณค่าและการนับถือตัวเอง อีกสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการลงมือทำในสิ่งที่ตั้งปณิธานไว้ ก็คือ ความเชื่อมั่นในตนเอง เมื่อคุณตระหนักถึงคุณค่าของตนเองแล้ว คุณเชื่อในความสามารถของตนเองแล้ว คุณก็เหลือแค่ต้องมีความกล้าและมั่นใจที่จะทำเท่านั้น แค่มั่นใจไว้ก่อนว่าเราทำได้ ความคิดเชิงบวกก็จะนำคุณไปสู่หนทางที่จะประสบความสำเร็จได้เอง อย่างไรก็ดี ระวังเรื่องความเชื่อมั่นที่สูงจนเกินไป เพราะนั่นก็เป็นสิ่งที่อันตรายมาก ๆ เช่นกัน คุณจะปิดหู ปิดตา ปิดใจ ไม่ฟัง ไม่เชื่อคำเตือนหรือคำทัดทานของใคร ซึ่งบางทีมันก็เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเอง
คุณไม่รู้จักตัวเอง
คุณต้องรู้จักตัวเองเพื่อที่จะได้ประมาณตัวเองได้ถูกต้อง รู้ว่าอะไรที่มันเหมาะสมกับตัวเอง ไม่เล็กน้อยง่ายดายจนเหมือนดูถูกตัวเองและไม่ฝืนทำอะไรเกินตัวจนตัวเองเริ่มห่างไกลจากความสุข หาเป้าหมายที่ตัวเองต้องการจริง ๆ ให้เจอ รู้ว่าข้อดีของตัวเองคืออะไร ข้อเสียคืออะไร มองตามความเป็นจริง ไม่อคติ ไม่หลอกตัวเอง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นข้อเสีย เพราะถ้ารู้และยอมรับได้ มันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงตนเองให้ไปยังจุดที่ดีขึ้น คุณจะไปได้ไกลกว่าเดิม แต่ถ้าปฏิเสธข้อเสีย คิดเองเออเองว่าตัวเก่งแล้ว ไม่ยอมรับว่ามันเป็นปัญหา คุณก็หยุดพัฒนาอยู่แค่ตรงนั้น






























