
Body Shaming หรือการล้อเลียนรูปลักษณ์ของคนอื่นอย่างสนุกปาก โดยไม่ได้คิดอะไร มีให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ ในสังคมบ้านเรา แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้กระทำเป็นคนดัง ก็มักจะเกิดเรื่องราวดราม่าตามมาทุกครั้ง
เหมือนเช่นกรณีล่าสุดที่ ลิซ่า BLACKPINK เกิรล์กรุ๊ปคนดังถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากแสดงความคิดเห็นถึง เหลียง เซิน ผู้เข้าแข่งขันรายการ Youth With You Season 3 ที่เธอรับหน้าที่ Mentor ในเชิงขบขันกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขาที่มีศีรษะโล้น ซึ่งไม่ได้เป็นครั้งแรกที่ลิซ่าพูดถึงเรื่องศีรษะของเขาด้วย ทำให้ชาวเน็ตพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #LisaApologizeToLiangSen เพื่อเรียกร้องให้นักร้องสาวออกมาขอโทษเหลียง เซิน ต่อสาธารณชนจนขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ในบ้านเรา

ในรายการ เหลียง เซิน อาจจะไม่ได้มีท่าทีใด ๆ แต่เจ้าตัวเปิดเผยความจริงอันปวดร้าวถึงสาเหตุที่ต้องโกนศีรษะว่าเป็นเพราะเคยเครียดและกดดันอย่างหนักจนทำให้ผมร่วง และผมที่ขึ้นใหม่กลับเป็นผมหงอก จึงต้องโกนผมตลอดเพราะไม่อยากเห็นมันอีก
แม้ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้อีกฝ่ายอับอาย แต่บ่อยครั้งที่การพูดอะไรออกไปโดยไม่ทันได้คิดว่าจะกระทบใจคนฟังหรือไม่ ก็อาจทำให้เกิดปมในใจกับอีกฝ่ายได้ ยิ่งโดนตอกย้ำบ่อย ๆ ก็ยิ่งที่ทำให้คนคนนั้นเกิดความรู้สึกแย่กับตัวเองตามมา
รู้สึกแย่กับตัวเองมีแนวโน้มซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย
ที่ผ่านมา มีผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของนักวิจัยของโรงพยาบาลจิตเวชเด็กและวัยรุ่น “แบรดลีย์”, โรงพยาบาลบัตเลอร์ และโรงเรียนการแพทย์บราวน์ พบว่าวัยรุ่นที่รู้สึกแย่กับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง มีแนวโน้มที่จะมีภาวะซึมเศร้า, วิตกกังวล และฆ่าตัวตายได้มากกว่าคนที่ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองมีปมด้อยเกี่ยวกับร่างกาย
โดยจากผลการศึกษานี้พบว่า 1 ใน 3 ของวัยรุ่นที่มีปัญหาเกี่ยวกับภาพลักษณ์ภายนอกของตัวเอง จะมีอาการป่วยที่รุนแรงกว่าคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่เป็นโรค BDD (Body Dysmorphic Disorder) หรือโรคที่คิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติ จะมีระดับความซึมเศร้า วิตกกังวล และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่า เมื่อเทียบกับวัยรุ่นที่มีความผิดปกติทางจิตเวชอื่น ๆ แต่ไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ภายนอกของตัวเอง
น้ำหนักตัว-รูปร่างทำให้รู้สึกเป็นปมด้อย
นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาหนึ่งที่พบด้วยว่าวัยรุ่นหญิงจะรู้สึกเป็นปมด้อยกับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองมากถึง 94 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่วัยรุ่นชายมีเพียง 64 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าตนเองมีปมด้อยในเรื่องน้ำหนักตัวและรูปร่าง
ขณะที่โซเชียลมีเดียก็ทำให้พวกเขารู้สึกกังวลใจกับภาพลักษณ์ที่ปรากฏออกไปสู่สาธารณะ กลัวว่าจะถูกล้อเลียนหรือถูกบูลลี่จากคนอื่น จนทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง จึงพยายามเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว มีภาวะซึมเศร้า ยิ่งถ้าใครป่วยเป็นโรค BDD ก็จะยิ่งขาดความภาคภูมิใจในตนเอง เพราะไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาของตนเอง และชอบเปรียบเทียบอวัยวะของตนเองที่คิดว่าผิดปกติกับคนอื่น ๆ
รับมืออย่างไร เมื่อถูกล้อเลียนรูปร่างหน้าตา
หากใครกำลังประสบปัญหานี้อยู่ สิ่งที่จะช่วยให้ผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ไปได้ คือการปรับความคิดเสียใหม่ เลิกตอกย้ำตัวเองในเรื่องแย่ ๆ และอย่าปล่อยให้คำพูดลบ ๆ ที่บั่นทอนจิตใจของคนอื่นมามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของตัวเอง
ทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง และควรรักตัวเองให้เป็น แทนที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้คนชื่นชม ให้เปลี่ยนมาโฟกัสที่การดูแลตัวเองเป็นสำคัญ เพราะสุขภาพที่ดีย่อมสำคัญกว่ารูปร่าง หน้าตา หรือน้ำหนักตัว
อ้างอิงข้อมูล : sciencedaily.com/wcnc.com





























