Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ The Ordinary Jackpot รวยปุ๊บกลายเป็นคนกล้าปั๊บ!

The Ordinary Jackpot รวยปุ๊บกลายเป็นคนกล้าปั๊บ!

กว่าที่ Harry Potter เวอร์ชันซีรีส์จะมา ก็คือวันคริสต์มาส 25 ธันวาคมนู่น และด้วยเหตุนั้น เราก็เลยสมัคร HBO Max เอาไว้ เพื่อดูเวอร์ชันภาพยนตร์วนไปก่อนเป็นการอุ่นเครื่อง อันที่จริงก็เริ่มสมัครไว้สักพักแล้วเพื่อดูซีรส์นี่แหละ แต่ก็ต้องยอมรับว่าใช้งานได้ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไรนัก เพราะซีรีส์เกาหลีลงสตรีมในแพลตฟอร์มนี้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับแอปฯ อื่น กระทั่งมีซีรีส์เรื่องใหม่แกะกล่องเปิดตัวในสัปดาห์นี้ และประกาศว่าซับไทยลงที่ HBO Max ก็เลยได้ฤกษ์เปิดเข้าแอปฯ ไปดูซีรีส์เรื่องนี้ นอกเหนือจากดูแฮร์รี่ 8 ภาควนไป

The Ordinary Jackpot หรือชื่อเรื่องภาษาไทยสุดเอาเรื่องจากแอปฯ HBO Max สตรีมมิ่งซับไทยถูกลิขสิทธิ์ว่า โปรดอย่าลองดี วันนี้พี่รวย บอกเล่าเรื่องราวของหนุ่มออฟฟิศนามว่า “กงอึนแท” หัวหน้าทีมขายที่ 5 ของบริษัทฮงซองอินเตอร์เนชันแนล บริษัทใหญ่ที่ดูแลแบรนด์เสื้อผ้าของเกาหลีใต้ ทำยอดขายได้มากเป็นอันดับสองและถือแบรนด์ต่าง ๆ มากเป็นอันดับสามในวงการ ที่นี่มีพนักงานเก้าร้อยคน กับยอดขายปีละแปดแสนล้านวอน เขาเป็นคนเก่งแถมยังมุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก จนได้ขึ้นเป็นหัวหน้าทีมตั้งแต่อายุยังน้อย น้อยทั้งอายุของตัวเขาเองและน้อยทั้งอายุงาน

ภาพจาก FB: tvN drama

อย่างไรก็ตาม การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ติดอยู่ในวงจรการทำงานเดิม ๆ มาตลอด 7 ปี มีเงินเดือนแค่พอกินพอใช้และเก็บบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะมีชีวิตที่ดี อีกทั้งยังทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงานหนักจนไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง มันค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นความเหนื่อยล้า และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตไปวัน ๆ ที่สำคัญ คือการที่เขาต้องรับศึกหนักจากการเป็นเดอะแบก แบกคนที่บ้าน แบกทีมตัวเอง และยังต้องแบกทีมของคนอื่นอีก! พี่ชายที่เป็นรปภ. ขยันก่อเรื่องจนต้องใช้เงิน แม่ก็ชอบที่จะโทรมาหาลูกชายคนเล็กเพื่อขอยืมเงิน เป็นหัวหน้าทีมที่ลูกน้องไม่มีความเกรงใจ โดยเฉพาะลูกน้องคนที่อายุงานมากกว่าและแก่กว่า ทีมอื่นก็พร้อมจะโยนงานยากมาให้ แล้วแย่งงานที่เขาปลุกปั้นมันขึ้นมาอย่างยากลำบากแต่เวลานี้กำลังไปได้สวยไป

ภาพจาก FB: tvN drama

ชีวิตของผู้ชายคนนี้จึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงาน ซึ่งเขามักจะเงียบและอดทนโดยไม่เคยแสดงความโกรธเกรี้ยวอะไรออกมา ทำได้มากสุดคือการบ่นและแสดงความไม่พอใจเล็กน้อย ไม่เคยระเบิดลง ทำตัววีนเหวี่ยง หรือพูดอะไรแรง ๆ ให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่ากำลังล้ำเส้น นั่นยิ่งทำให้ทุกคนได้ใจ คิดว่าจะทำอะไรกับเขาก็ได้ แค่บ่นอุบอิบพอเป็นพิธีแต่สุดท้ายก็ปล่อยผ่านไม่เอาเรื่องเอาราว นั่นหมายความว่าเขาต้องเก็บความรู้สึกด้านลบทั้งหมดไว้กับตัว จนบั่นทอนจิตใจตัวเองลงทุกวัน ๆ แม้แต่ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านไม่มีเงินทอนให้ จึงเสนอลอตเตอรีให้เขาหนึ่งใบเพื่อให้ราคามันพอดี เขาก็จำใจรับมาโดยไม่ปฏิเสธ และไม่คิดจะไปเลือกหาของอย่างอื่นที่ตัวเองต้องการมาแทนด้วย เขารับมันมาโดยที่ไม่รู้ว่ากระดาษแผ่นนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเขา!

ภาพจาก FB: tvN drama

และแล้วในวันหนึ่ง เขาก็เจอเข้ากับมหัศจรรย์เรื่องที่คนอื่น ๆ ทำได้แค่ฝันถึง เมื่อลอตเตอรีใบนั้นถูกรางวัลแจ็กพอตมูลค่า 1.9 พันล้านวอน (เกือบ 47 ล้านบาท) หลังจากหักภาษีไปร้อยละ 33 แล้ว ก็ยังเหลือยอดรับจริงอยู่ที่ 1.3 พันล้านวอน (ราว ๆ 32 ล้านบาท) ซึ่งโอกาสที่จะถูกมีแค่ 1 ใน 8,145,060 แม้ว่าในจินตนาการของเขาที่คิดฝันว่าจะเอาเงินนี้ไปทำอะไร จะมีภาพของการเอาใบลาออกไปปาใส่หน้ารองหัวหน้าฝ่ายขาย ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขา ภาพของการถือถังน้ำมันมาเทที่ออฟฟิศเตรียมจุดไฟเผา หรือภาพการใช้ชีวิตหรูหราหมาเห่าแบบคนรวย แต่ในความเป็นจริง เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น แทนที่จะเขียนใบลาออกแล้วเดินออกจากบริษัท เขากลับเลือกไปขึ้นเงินก้อนนี้ เก็บมันเอาไว้ก่อนโดยที่ยังไม่มีแผนอะไรพิเศษ และกลับไปทำงานตามปกติในวันรุ่งขึ้น

ซึ่งเหตุผลที่เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเดิม เป็นมนุษย์เงินเดือนต่อไปก็คือ เขามองว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินจำนวนมากพอที่จะทำให้เขาใช้ชีวิตได้สบายขึ้น ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องลำบาก แต่มันไม่มากพอที่จะทำให้เขาใช้ชีวิตแบบไม่ต้องคิดถึงเรื่องเงินเลยได้ตลอดชีวิต และในเมื่อเขาไม่ต้องต่อสู้กับความไม่แน่นอนรอบตัวเหมือนเดิมอีกแล้ว เขาจึงเลือกที่จะกลับไปทำงานต่อด้วยทัศนคติที่เปลี่ยนไป และนั่นก็เริ่มทำให้เขาองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวชัดขึ้น ทั้งหน้าที่งาน ครอบครัว คนในบริษัท รวมถึงตัวของเขาเอง การถูกรางวัลใหญ่ในครั้งนี้จึงทำให้มุมมองต่อชีวิตของเขาค่อย ๆ เปลี่ยน เข้าใจโลกมากยิ่งขึ้น และได้ลงมือทำในสิ่งที่ไม่กล้าทำมาก่อน โดยเฉพาะการกล้าที่จะแสดงความโกรธออกมา

เวลาโกรธ ผมไม่ตะโกนครับ ถ้าตะโกนก็ต้องจัดการผลที่ตามมาครับ

ก่อนเปิดดูซีรีส์ตอนที่อ่านเอาแค่เรื่องย่อ เข้าใจว่าประเด็นหลักที่ซีรีส์เรื่องนี้ต้องการจะสื่อก็คือ เรื่องของการเป็นคนที่ “ถูกหวย (รางวัลใหญ่ซะด้วย) แต่ก็ยังต้องไปทำงาน” ซึ่งจริง ๆ ก็ใช่แหละ ประเด็นใหญ่ที่ซีรีส์ต้องการนำเสนอ คือทัศนคติที่เปลี่ยนไปของพระเอกที่แม้ว่าจะมีเงินก้อนใหญ่นอนรออยู่ในบัญชีก็ยังกลับไปทำงาน ว่ากันตามตรงนะ ถ้าไม่มือเติบใช้เงินเหมือนคนไม่เคยมีเงินใช้ พยายามจัดสรรการใช้เงินแบบทางสายกลาง ไม่ฟุ้งเฟ้อและไม่ลำบาก และเอาไปลงทุนบ้างสักหน่อย เขาจะพลิกชีวิตเป็นเสือนอนกินได้เลย สามารถลาออกจากงานไปนอนตีพุงในบ้านหลังใหม่ที่ใช้เงินก้อนนี้ซื้อได้สบาย ๆ ทั้งชาติโดยไม่ต้องทำงานอีกเลยก็ยังได้ ทว่าเขาก็ยังเลือกที่จะกลับไปทำงาน ด้วยเหตุผลที่ว่าเงินนี้มันไม่มากพอที่จะทำให้เขาไม่ต้องคิดเรื่องเงินอีกตลอดชีวิต นี่คือทัศนคติแรกที่เปลี่ยน

ภาพจาก FB: tvN drama

แต่พอได้ลองเปิดดูไปสองอีพี เรากลับพบว่ามันมีประเด็นสำคัญอีกประเด็นที่ซ่อนอยู่ในทัศนคติที่เปลี่ยนไปของพระเอก มันคือเรื่องของความกล้าที่จะปลดปล่อยความรู้สึกด้านลบอย่าง “ความโกรธ” ออกมาบ้าง ที่ผ่านมาเขาได้อดกลั้นเก็บมันไว้ข้างในจนมันกัดกินตัวเขาเอง ซึ่งมันก็เข้าใจได้จากคำพูดของเขานะ เวลาที่เขาโกรธ เขาจะไม่ตะโกนมันออกมา เพราะถ้าตะโกนออกมาแล้ว ตัวเขาต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา ตะโกนในที่นี้ไม่ได้หมายความแค่การตะโกนด่าหรือพูดดัง ๆ พูดแรง ๆ เพื่อแสดงความโกรธ แต่มันคือพฤติกรรมทุกอย่างที่ทำให้คนอื่นรู้ว่าเขาโกรธ ในกรณีที่ระบายความโกรธออกมาแล้วเริ่มควบคุมมันไม่ได้ เรื่องมันอาจจะบานปลายเกินกว่าที่เขาจะรับไหว เช่น เผลอใช้ความรุนแรง หรือทำอะไรอื่นที่ความเสียหายมันใหญ่เกินไป ถึงขั้นที่อาจทำลายชีวิตเขา

ภาพจาก FB: tvN drama

นั่นจึงทำให้พระเอกของเราประเมินแล้วว่าการเก็บเอาทุกความโกรธไว้ในใจแล้วจัดการมันด้วยตัวเอง น่าจะง่ายกว่าการต้องมาตามล้างตามเช็ดสิ่งที่ตัวเองเผลอทำลงไปตอนขาดสติ ในขณะเดียวกัน ชีวิตของเขาในเวลานั้นมันไม่มีที่ว่างสำหรับความเสี่ยงด้วยไง หมายความว่าถ้าเขาตะโกนความโกรธออกมาแล้วผลลัพธ์มันทำให้เขาถึงขั้นตกงาน มีปัญหากับคนที่บ้าน ณ เวลานั้นมันคงทำให้เขาล้มครืน ซึ่งกว่าที่เขาจะไต่เต้าพาตัวเองมาถึงขั้นนี้ได้ มันลำบากแค่ไหนและต้องแลกมากับอะไรบ้างตัวเขารู้ดี เขาเลยไม่เสี่ยงดีกว่า ไม่ยอมที่จะให้สิ่งที่ตัวเองตั้งใจทำมาพังทลายลงง่าย ๆ จากการที่ยับยั้งชั่งใจตัวเองไม่อยู่

ภาพจาก FB: tvN drama

แต่ค่ะแต่ พอถูกหวยปุ๊บ บวกกับได้รับคำตอบจากหญิงวัยกลางคน ซึ่งเป็นผู้โชคดีอีกคนหนึ่งที่ถูกรางวัลเหมือนกัน ว่าจะลอง “ปล่อยให้ตัวเองโกรธ” ดูบ้าง พระเอกเราก็เลยพลิกความคิดของตัวเองได้ทันที เริ่มต้นที่จะเป็นคนใหม่หลังถูกหวยด้วยการเป็นคนที่กล้าจะโกรธบ้าง เหวี่ยงบ้างอะไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าเขาจะไม่อดทนอดกลั้นต่ออะไรที่มันทำร้ายเขาอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังควบคุมตัวเองเป็นอย่างดี ว่าคนเราไม่ควรที่จะแสดงความโกรธออกมาแค่เพราะว่าตัวเองกำลังโกรธ แต่ต้องแสดงความโกรธในยามที่สถานการณ์มันชวนให้โกรธต่างหาก เขาก็เลยจัดหนักจัดเต็มใส่คู่กรณีโดยไม่ปรานี ก็มีเงินในบัญชีเป็นหลักประกันชีวิตแล้วไง 555

ผมนึกว่าผมเข้าใจความคับข้องใจของคุณดีแล้ว แต่เห็นชัดเลยว่าไม่ใช่

เรื่องราวความบาดหมางระหว่างหัวหน้าทีมและผู้ช่วยคู่นี้ มันเริ่มมาจากการที่คนทั้งคู่ทำงานด้วยกันแต่ไม่สื่อสารกันนี่แหละ! คนหนึ่งก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรล้ำเส้นเพราะเกรงใจความเป็นรุ่นพี่ของลูกน้อง ที่อายุแก่กว่าและอายุงานก็มากกว่า ส่วนอีกคนก็ทำตัวหยาบคายกวนประสาทเพื่อเป็นการประท้วง โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นมันทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ซึ่งการที่พระเอกกล้าที่จะวีนแตกใส่ลูกน้องในวันนี้ แทนที่มันจะกลายเป็นความอึดอัดแบบทวีคูณจนไม่อยากจะเผชิญหน้ากันอีก มันกลับกลายเป็นการสร้างสถานการณ์ให้เขากับลูกน้องคนนี้ได้เริ่มที่จะเปิดใจคุยกัน รวมถึงเขาได้เรียนรู้การมองตัวเองจากมุมมองของคนอื่นด้วย ว่ามันไม่ใช่แบบที่เขาคิดทั้งหมด

ภาพจาก FB: tvN drama

ตั้งแต่เปิดเรื่องมาสองอีพี จนเกือบถึงช่วงท้าย ๆ อีพีที่ 2 หลังจากที่พระเอกเอาลอตเตอรีไปขึ้นเงิน กลับไปทำงาน และวีนแตกใส่ลูกน้องในทีมที่ไม่มีความเคารพให้กัน เราจะเห็นว่าซีรีส์เล่าเรื่องราวชีวิตของพระเอกจากมุมมองของตัวพระเอกเองเท่านั้น มันเป็นการตัดสินจากการที่เขามองตัวเองและคิดกับคนอื่นด้วยสายตาของเขาเองทั้งสิ้น กระทั่งถึงฉากที่เขาแสดงความโกรธออกมาหลังจากที่ลูกน้องทั้งสามทำพฤติกรรมล้ำเส้นจนเกินจะอดทน (บวกกับความที่รวยแล้ว มีเงินเป็นหลักประกัน) เขาจัดหนักจัดเต็มจนทุกคนงงว่าหมอนี่ไปโดนตัวไหนมา จู่ ๆ ก็ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ ส่วนคนที่โดนนั้นไม่ต้องพูดถึง แทบจะร้องไห้อะ 555

ภาพจาก FB: tvN drama

จากนั้นเขาก็เริ่มระบายถึงประสบการณ์ในอดีตสมัยที่ตัวเองเพิ่งมาทำงานใหม่ ๆ แล้วโดนหัวหน้าทีมเหวี่ยงเหมือนกัน แต่หลังจากที่ฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ แล้วกลับมาทำตัวสนิทสนม ในมุมของเขาเขามองว่ามันเป็นเรื่องตลก ที่พอมาอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแล้ว เขานึกสงสัยว่าตัวเองควรทำแบบนั้นไหม ที่ตบหัวเสร็จก็ลูบหลัง กลบมันลงดินแล้วเดินหน้าต่อ ทว่าเมื่อได้พูดคุยแบบเปิดใจกับอดีตหัวหน้าทีม ที่ดันเรียกลูกน้องของเขาให้มาเจอกันอีก อดีตหัวหน้าทีมก็ได้เฉลยว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่การฝังกลบความแค้นทั้งหมดลงดิน แต่มันคือความตั้งใจที่จะ “ปรับความเข้าใจ” เพื่อเดินหน้าต่อต่างหาก นั่นแหละครับคุณผู้ชม! พระเอกของเราถึงบางอ้อทันทีว่าที่ผ่านมาเขาตัดสินอดีตหัวหน้าจากมุมมองของเขา ซึ่งมันไม่ใช่ความตั้งใจของเจ้าตัว

ภาพจาก FB: tvN drama

ในความเป็นจริงมันก็จำเป็นมาก ๆ นะสำหรับคนที่ต้องทำงานด้วยกัน มันไม่ใช่เรื่องดีที่จะเก็บความคับข้องใจไว้แล้วทำให้งานไม่เดิน การที่อดีตหัวหน้าเรียกลูกน้องเขาให้มาเจอกันกับเขาก็เพื่อให้พวกเขาได้พูดคุยปรับความเข้าใจในสิ่งที่ไม่เคยคุยกันให้เข้าใจ จะได้แสดงศักยภาพของตัวเองที่ต่างฝ่ายต่างชื่นชมกันอยู่เงียบ ๆ ออกมาและฟอร์มทีมที่แข็งแกร่ง ช่วยกันทำงานยากให้สำเร็จลุล่วง และผลลัพธ์ของการเปิดใจนี้ก็ดีมาก ๆ ว่าแท้จริงแล้วลูกน้องไม่ได้เริ่มปฏิบัติกับเขาด้วยความหยาบคาย มันเป็นตัวเขาเองที่มักตัดสินใจทุกอย่างโดยไม่ปรึกษาลูกทีม เขาไม่เคยคิดถึงลูกทีม สนใจแค่ว่าได้มาตรฐานตัวเองไหม จนลูกทีมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า และความจริงลูกทีมยอมรับในความเก่งของเขามาตลอด และตัวเขาเองก็ไม่ปฏิเสธความสามารถของลูกทีมที่อาวุโสกว่าด้วย ถ้าคุยกันแต่แรกก็จบละ

บอกเลยว่า The Ordinary Jackpot ไม่ใช่แค่ซีรีส์แนวดราม่าออฟฟิศที่พล็อตแปลกที่คนรวยด้วยลาภลอยจะยังอยากมาทำงาน (เพราะความฝันของใครหลายคนคือถูกหวยแล้วลาออก 555) แต่มันยังทำให้เห็นสังคมการทำงานที่จริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องรู้สึกชอบตัวตนของอีกฝ่ายก็ได้ เพียงแค่ยอมรับในความสามารถกันและกัน และมีอะไรก็ควรเปิดใจเคลียร์กันด้วยเหตุผลจะได้เข้าใจกันและทำให้งานมันเดินหน้าต่อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่หูที่ต่างฝ่ายต่างมีในสิ่งที่คนขาด นี่แหละคือการทำงานเป็นทีมที่จะได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง ยิ่งตอนนี้เขาปรับความเข้าใจกันแล้ว ได้รู้จักตัวเองในมุมมองของคนอื่นแล้ว น่าสนใจเลยว่าเรื่องจะเดินต่อยังไง และทีมนี้จะจัดการทีมอื่นที่ชอบมาโยนงานยากแล้วแย่งงานสำเร็จยังไงด้วย 🖥